USDC แซง USDT ในยุโรป! โต 29 เท่า หลัง MiCA ดัน Stablecoin โปร่งใส
Stablecoin กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของตลาดซื้อขายคริปโตระดับสถาบัน โดยครองสัดส่วนกว่า 74.6% ของธุรกรรม OTC (Over-the-Counter) ทั้งหมดในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 46% ในปี 2024 และเพียง 23% ในปี 2023 ตามรายงานใหม่จากบริษัทเทคโนโลยีการซื้อขาย Finery Markets
รายงานนี้วิเคราะห์จากธุรกรรมทั้งหมด กว่า 4.1 ล้านรายการ บนแพลตฟอร์มซื้อขายแบบ non-custodial ของ Finery ระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2025
ตัวเลขตลาด OTC โตแบบก้าวกระโดด
- ปริมาณซื้อขายแบบ OTC พุ่งขึ้น 112.6% เมื่อเทียบปีต่อปี
- จำนวนดีลเพิ่มขึ้น 57.6%
- ธุรกรรมที่ใช้ Stablecoin โตถึง 154%
- การแลกเปลี่ยน “คริปโต–Stablecoin” เพิ่มขึ้น 277.4%
- ขณะที่การแลก “คริปโต–Fiat” โตเพียง 48.5%
นักวิเคราะห์ชี้ว่า Stablecoin คือ เซ็กเมนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมคริปโต ณ เวลานี้

USDC กลายเป็นดาวเด่นในยุโรป
ภายใต้กฎระเบียบ MiCA ของยุโรป หลายแพลตฟอร์มเริ่มถอดหรือจำกัดการใช้งานของคู่แข่งอย่าง USDT (Tether) ทำให้ USDC (ของ Circle) กลายเป็นผู้นำ ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่โต 29 เท่าในช่วงครึ่งปีแรก
ขณะเดียวกัน Altcoin อย่าง Cardano, Litecoin, Solana, Tron และ XRP รวมกันครองสัดส่วน 16.7% ของดีล OTC ทั้งหมด แต่เหรียญหลักอย่าง Bitcoin, Ethereum และ Stablecoin ยังเป็นแกนหลักของพอร์ตลงทุนสถาบัน
โลกการเงินดั้งเดิมเริ่มเทใจให้ Stablecoin
ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการชำระบัญชี (settlement) ทำให้บริษัทใหญ่หันมาลงทุนใน Stablecoin อย่างจริงจัง เช่น:
- Stripe เข้าซื้อบริษัทโครงสร้างพื้นฐานการจ่ายเงิน Bridge มูลค่า $1.1 พันล้าน และเปิดฟีเจอร์จัดการเงินผ่านบล็อกเชน
- JPMorgan และ Fiserv เตรียมเปิดตัวโครงการ Stablecoin ของตนเอง
- Galaxy Digital ระดมทุนได้ $175 ล้านสำหรับกองทุน DeFi และ Stablecoin
- Ubyx สตาร์ตอัปสาย clearing network ได้เงินทุน $10 ล้าน
เสถียรภาพของ Stablecoin ยังมีความเสี่ยง
แม้ตลาด Stablecoin จะโตเร็ว แต่อาจตามมาด้วย “ความเสี่ยงเชิงระบบ (systemic risk)” หากโครงสร้างตลาดไม่รองรับการเติบโตได้อย่างมั่นคง
Konstantin Shulga ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Finery Markets เตือนว่า:
“เมื่อมีผู้ออก Stablecoin เพิ่มขึ้นในหลายบล็อกเชน ความเสี่ยงเรื่องการกระจายตัวของตลาด (fragmentation) และปัญหา depeg จะเพิ่มขึ้นตาม”
Shulga ระบุว่า หากมี Stablecoin หนึ่ง “หลุด peg” (ราคาไม่ตรงกับค่าเงินที่อ้างอิง) อาจนำไปสู่ วิกฤตความเชื่อมั่น และเกิด "run" ในวงกว้างต่อผู้ออกเหรียญรายอื่น ๆ ด้วย
“การมีสภาพคล่องในตลาดรอง (secondary market depth) เป็นตัวกันกระแทกที่สำคัญ หากจะป้องกันวิกฤต Depeg ในอนาคต”
สรุป: Stablecoin = กรณีใช้งานระดับ ‘WhatsApp Moment’ ของคริปโต?
หลายคนขนานนามว่า Stablecoin คือ “killer use case” ของคริปโต หรือ ช่วงเวลาที่เทียบเท่าการเกิดของ WhatsApp ในโลก Web2 ที่ทำให้ผู้คนหันมาใช้เทคโนโลยีใหม่แบบแมสมากขึ้น
กระทรวงการคลังสหรัฐโดย รัฐมนตรี Scott Bessent คาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดของ Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์อาจแตะ $2 ล้านล้าน ภายในปี 2028 และกลายเป็นกลไกที่ช่วย ยึดอำนาจของดอลลาร์ ไว้ได้ในยุค Web3 หากมีกฎหมายสนับสนุนที่เหมาะสม
อ้างอิง : theblock.co