วุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ผู้นำเสียงฝ่ายค้านจากพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการการธนาคารสหรัฐฯ (Senate Banking Committee) ออกมาโจมตีกฎหมาย Stablecoin ฉบับใหม่ที่ชื่อว่า GENIUS Act ซึ่งเพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเธอระบุว่าเป็น “กฎหมายคริปโตแบบเบาบางเกินไป (light-touch regulatory framework)” และอาจเปิดทางให้เกิดความเสี่ยงทางการเงินครั้งใหม่ในอนาคต
GENIUS Act คืออะไร?
GENIUS (Guiding and Establishing Innovation for U.S. Stablecoins Act) เป็นกฎหมายที่ลงนามโดยประธานาธิบดี Donald Trump เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 มีเป้าหมายวางกรอบกำกับดูแลเหรียญ Stablecoin ในสหรัฐฯ โดยมีสาระสำคัญคือ
ต้องมี เงินดอลลาร์หรือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องเทียบเท่า หนุนหลัง 100%
ผู้ให้บริการ Stablecoin ที่มีมูลค่าตลาดเกิน $50 พันล้าน ต้องจัดทำรายงานตรวจสอบ (Audit) รายปี
กำหนดแนวทางการออกเหรียญ Stablecoin โดยบริษัทต่างชาติ
แม้เจตนาจะคุ้มครองผู้บริโภคและลดความเสี่ยงต่อระบบการเงิน แต่หลายฝ่าย รวมถึง ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ก็แสดงความกังวลว่ากฎหมายฉบับนี้ “ยังไม่เข้มพอ”
Warren ชี้กฎหมายนี้คือ “ของขวัญให้คริปโตแบงก์”
ในจดหมายที่ส่งถึง Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ Warren ระบุว่า GENIUS Act ยังเปิดช่องให้ “สถาบันคริปโต” ดำเนินธุรกิจได้อย่างเสรีเกินไปโดยขาดกลไกกำกับดูแลที่เพียงพอ
เธอเขียนว่า
“กระทรวงการคลังจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน ผู้บริโภค ผู้เสียภาษี และความมั่นคงของประเทศ”
ประเด็นร้อน: ความเชื่อมโยงกับ Trump Family
หนึ่งในข้อกังวลหลักของฝั่งเดโมแครตคือ ผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างประธานาธิบดี Trump กับอุตสาหกรรม Stablecoin
โดยเฉพาะโครงการ World Liberty Financial USD (WLF-USD) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับครอบครัว Trump และปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งใน Stablecoin ที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในโลก
Warren กล่าวในจดหมายว่า Treasury ต้อง “แสดงให้เห็นว่ากระบวนการออกกฎของตนปลอดผลประโยชน์ทับซ้อน และเสนอแนวทางแก้ไขเชิงกฎหมายที่เป็นรูปธรรมต่อรัฐสภา”
เธอยังเรียกร้องให้ Treasury…
เสนอแนวทางเข้มงวดในการ ป้องกันธุรกรรม Stablecoin ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือการเงินผิดกฎหมาย
จัดทำนโยบายคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อป้องกันไม่ให้ “ผู้ใช้งานโดนหลอกหรือสูญเงินจากระบบ Stablecoin ที่ขาดความโปร่งใส”
วางแผนป้องกัน ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน (financial stability risk) โดยยกตัวอย่างกรณีล่าสุดที่ Paxos ทำเหรียญ PYUSD หลุดระบบ 3 ล้านล้านดอลลาร์จากความผิดพลาดทางเทคนิค
เธอกล่าวว่า
“เหตุการณ์ของ Paxos แสดงให้เห็นว่าความล้มเหลวของระบบสามารถสร้างความเสี่ยงต่อผู้ออกเหรียญ ตลาด และแม้แต่ระบบการเงินทั้งระบบได้”
ไม่เพียงแค่ Warren — Michael Barr ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed Governor) ก็ออกมาเตือนว่า GENIUS Act ยังมี “ช่องโหว่ด้านกำกับดูแลหลายจุด” และเรียกร้องให้หน่วยงานธนาคารทั้งระดับรัฐและรัฐบาลกลางร่วมกันจัดทำกฎเกณฑ์เพิ่มเติมเพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว
เสียงวิจารณ์ของ Sen. Warren ต่อ GENIUS Act สะท้อนความกังวลของฝั่งเดโมแครตที่มองว่า “สหรัฐฯ อาจกำลังเปิดประตูให้ Stablecoin ที่ไม่ถูกควบคุมเพียงพอเข้ามาเสี่ยงต่อระบบการเงิน” โดยเฉพาะเมื่อมี “เงาแห่งผลประโยชน์ทางการเมืองของ Trump” เข้ามาเกี่ยวข้อง
ตอนนี้สายตาของทั้งตลาดและนักการเมืองต่างจับตาไปที่ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ว่าจะตอบสนองข้อเรียกร้องของ Warren อย่างไร — และจะสามารถสร้างความสมดุลระหว่าง “นวัตกรรมการเงิน” และ “ความปลอดภัยของระบบ” ได้หรือไม่
อ้างอิง : theblock.co