Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

โล่งทั้งวงการ! SEC ไม่เดินหน้าฟ้อง Aave ปิดฉากคดีสอบสวนโปรโตคอล DeFi ยาว 4 ปี
17 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

โล่งทั้งวงการ! SEC ไม่เดินหน้าฟ้อง Aave ปิดฉากคดีสอบสวนโปรโตคอล DeFi ยาว 4 ปี

หลังจากถูกจับตาจากหน่วยงานกำกับดูแลมานานหลายปี ล่าสุด Aave โปรโตคอล DeFi รายใหญ่ของโลก ก็ได้รับข่าวดี เมื่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ตัดสินใจ ยุติการสอบสวน ที่กินเวลายาวนานถึง 4 ปีลงเรียบร้อยแล้ว

 

การเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Aave เองเท่านั้น แต่ยังถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของ ยุคใหม่ด้านการบังคับใช้กฎหมายคริปโต ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดี Donald Trump ที่ดูจะ “ผ่อนน้ำหนัก” ลงอย่างเห็นได้ชัด

 

SEC ส่งจดหมายยืนยัน “ไม่แนะนำฟ้อง Aave” หลังสอบสวนยาว 4 ปี

 

Stani Kulechov ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Aave โพสต์บน X เมื่อวันอังคาร พร้อมแนบจดหมายลงวันที่ 12 ส.ค. จาก SEC โดยใจความสำคัญคือ

 

SEC “ไม่ตั้งใจจะแนะนำให้มีการบังคับใช้คดีต่อ Aave”

 

019b281c-e2e0-7813-be33-29171c66dbd1.webp
ที่มา: Stani Kulechov

 

แม้รายละเอียดของการสอบสวนจะไม่ถูกเปิดเผยออกสู่สาธารณะ แต่จากถ้อยคำในจดหมาย บ่งชี้ชัดว่า

 

  • Aave เคยเผชิญความเสี่ยงที่จะถูก SEC ดำเนินคดี

  • การสอบสวนนี้เริ่มต้นมานานราว 4 ปี ก่อนจะมาสิ้นสุดลงในตอนนี้

 

Stani ระบุว่า ทีมงานรู้สึกโล่งใจที่เรื่องนี้ปิดฉากลง พร้อมทิ้งท้ายว่า นี่คือโอกาสที่จะเดินหน้าเข้าสู่

 

“ยุคใหม่ที่นักพัฒนาจะสามารถสร้างอนาคตของการเงินได้อย่างแท้จริง”

 

ไม่มี Wells Notice แต่แรงกดดันมีจริง

 

ในเว็บไซต์ของ SEC ไม่มีระบุการออก Wells Notice ต่อ Aave อย่างเป็นทางการ (Wells Notice คือหนังสือแจ้งเตือนล่วงหน้าว่าอาจมีการบังคับใช้คดี)

 

แม้จะไม่มีขั้นตอนดังกล่าวบนหน้าสาธารณะ แต่การที่ SEC ต้องออกจดหมายยืนยันว่า “ไม่แนะนำให้ฟ้อง” ก็สะท้อนว่า

 

  • Aave อยู่ใต้เลนส์ตรวจสอบของ SEC อย่างจริงจัง

  • โปรโตคอล DeFi ระดับใหญ่ไม่ได้อยู่นอกเรดาร์ของหน่วยงานกำกับแน่นอน

 

ฝั่ง SEC เองยังคงยึดจุดยืนเดิม โดยโฆษกของหน่วยงานระบุสั้น ๆ ว่า

 

SEC “ไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีหรือไม่มีการสอบสวน”

 

แต่สำหรับคนในวงการ คำตอบที่ “เงียบแต่ชัดเจน” คือการที่คดีถูกปิดไปแล้วนั่นเอง

 

ราคาทะยานรับข่าวดี: AAVE เด้งทันทีหลังประกาศ

 

ทันทีที่ Stani เผยจดหมายจาก SEC บน X ข้อมูลจาก Nansen ระบุว่า

 

  • ราคาของโทเคน AAVE พุ่งขึ้นมากกว่า 3% ภายใน 24 ชั่วโมง

  • ขึ้นไปแตะบริเวณ ประมาณ 187.85 ดอลลาร์

 

แม้ในภาพใหญ่ ตลาดคริปโตยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยมหภาคและราคาบิตคอยน์ที่แกว่งแรง แต่ข่าวนี้ถูกตีความเป็น สัญญาณบวกเฉพาะตัวของ Aave และภาค DeFi ว่าอย่างน้อย

 

“ความเสี่ยงด้านการบังคับใช้กฎหมายจาก SEC รอบนี้ ได้ถูกยกออกไปแล้วหนึ่งด่าน”

 

SEC ยุค Trump: ผ่อนคดีคริปโต ดรอปคดีเก่าเป็นชุด

 

การยุติสอบสวน Aave ครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทที่น่าสนใจ เพราะตั้งแต่ Trump เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เสียงสะท้อนจากสื่อและผู้เชี่ยวชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า

 

  • SEC เริ่ม ผ่อนน้ำหนักการฟ้องคดีคริปโต ลงอย่างชัดเจน

  • มีหลายเคสที่ ยุติ/ถอนฟ้อง/ไม่เดินหน้าต่อ หลังลากกันมาหลายปี

 

ตัวอย่างที่ถูกพูดถึงบ่อยในปีนี้ เช่น

 

  • การยุติคดีหรือสอบสวนต่อ Uniswap Labs

  • การปิดเคสที่เกี่ยวข้องกับ Gemini

  • การจบคดีบางส่วนที่เกี่ยวกับ Ripple

 

รายงานของ The New York Times ยังชี้ว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา SEC ได้

 

“หยุดชั่วคราว ยุติ หรือยกฟ้อง คดีและการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทคริปโตไปแล้วราว 60%

 

จึงไม่แปลกที่คนในวงการจะเริ่มตั้งคำถามว่า

 

นี่คือการทำตาม “สัญญาเลือกตั้ง” ของ Trump ที่ต้องการลดความตึงเครียดระหว่างรัฐกับอุตสาหกรรมคริปโตหรือไม่?

 

Aave และ DeFi ได้อะไรจากการยุติคดีครั้งนี้?

 

แม้การยุติการสอบสวนจะไม่ได้แปลว่า DeFi ปลอดภัยจากกฎหมายสหรัฐ 100% แต่สำหรับ Aave และโปรโตคอล DeFi รายอื่น ๆ นี่คือ ความโล่งใจระดับใหญ่ โดยเฉพาะในแง่:

 

  • ความเชื่อมั่นของนักพัฒนา (Developer Confidence)
    เมื่อความเสี่ยงโดนฟ้องจาก SEC ลดลง การทดลองนวัตกรรมการเงินบน DeFi ก็เดินหน้าต่อได้โดยไม่ต้องอยู่ในโหมด “กลัวฟ้องทุกเมื่อ”

  • บรรยากาศนักลงทุน (Investor Sentiment)
    ข่าวดีจากฝั่งกฎหมายมักช่วยลด “Regulatory FUD” และทำให้โทเคนในระบบนิเวศอย่าง AAVE ได้รับแรงซื้อกลับในช่วงข่าวออก

  • ภาพรวม DeFi ในสายตาสถาบัน
    การที่ SEC เลือก “ปิดคดี” มากกว่าบุกฟ้องอาจช่วยทำให้สถาบันการเงิน Traditional Finance มอง DeFi เป็น

     

    โครงสร้างพื้นฐานการเงินใหม่ที่ “ต่อรองได้” กับกฎระเบียบ มากกว่าภัยคุกคามที่รัฐต้องรีบกดทับ

 

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ theblock.co