โล่งทั้งวงการ! SEC ไม่เดินหน้าฟ้อง Aave ปิดฉากคดีสอบสวนโปรโตคอล DeFi ยาว 4 ปี
หลังจากถูกจับตาจากหน่วยงานกำกับดูแลมานานหลายปี ล่าสุด Aave โปรโตคอล DeFi รายใหญ่ของโลก ก็ได้รับข่าวดี เมื่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ตัดสินใจ ยุติการสอบสวน ที่กินเวลายาวนานถึง 4 ปีลงเรียบร้อยแล้ว
การเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Aave เองเท่านั้น แต่ยังถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของ ยุคใหม่ด้านการบังคับใช้กฎหมายคริปโต ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดี Donald Trump ที่ดูจะ “ผ่อนน้ำหนัก” ลงอย่างเห็นได้ชัด
SEC ส่งจดหมายยืนยัน “ไม่แนะนำฟ้อง Aave” หลังสอบสวนยาว 4 ปี
Stani Kulechov ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Aave โพสต์บน X เมื่อวันอังคาร พร้อมแนบจดหมายลงวันที่ 12 ส.ค. จาก SEC โดยใจความสำคัญคือ
SEC “ไม่ตั้งใจจะแนะนำให้มีการบังคับใช้คดีต่อ Aave”

แม้รายละเอียดของการสอบสวนจะไม่ถูกเปิดเผยออกสู่สาธารณะ แต่จากถ้อยคำในจดหมาย บ่งชี้ชัดว่า
Aave เคยเผชิญความเสี่ยงที่จะถูก SEC ดำเนินคดี
การสอบสวนนี้เริ่มต้นมานานราว 4 ปี ก่อนจะมาสิ้นสุดลงในตอนนี้
Stani ระบุว่า ทีมงานรู้สึกโล่งใจที่เรื่องนี้ปิดฉากลง พร้อมทิ้งท้ายว่า นี่คือโอกาสที่จะเดินหน้าเข้าสู่
“ยุคใหม่ที่นักพัฒนาจะสามารถสร้างอนาคตของการเงินได้อย่างแท้จริง”
ไม่มี Wells Notice แต่แรงกดดันมีจริง
ในเว็บไซต์ของ SEC ไม่มีระบุการออก Wells Notice ต่อ Aave อย่างเป็นทางการ (Wells Notice คือหนังสือแจ้งเตือนล่วงหน้าว่าอาจมีการบังคับใช้คดี)
แม้จะไม่มีขั้นตอนดังกล่าวบนหน้าสาธารณะ แต่การที่ SEC ต้องออกจดหมายยืนยันว่า “ไม่แนะนำให้ฟ้อง” ก็สะท้อนว่า
Aave อยู่ใต้เลนส์ตรวจสอบของ SEC อย่างจริงจัง
โปรโตคอล DeFi ระดับใหญ่ไม่ได้อยู่นอกเรดาร์ของหน่วยงานกำกับแน่นอน
ฝั่ง SEC เองยังคงยึดจุดยืนเดิม โดยโฆษกของหน่วยงานระบุสั้น ๆ ว่า
SEC “ไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีหรือไม่มีการสอบสวน”
แต่สำหรับคนในวงการ คำตอบที่ “เงียบแต่ชัดเจน” คือการที่คดีถูกปิดไปแล้วนั่นเอง
ราคาทะยานรับข่าวดี: AAVE เด้งทันทีหลังประกาศ
ทันทีที่ Stani เผยจดหมายจาก SEC บน X ข้อมูลจาก Nansen ระบุว่า
ราคาของโทเคน AAVE พุ่งขึ้นมากกว่า 3% ภายใน 24 ชั่วโมง
ขึ้นไปแตะบริเวณ ประมาณ 187.85 ดอลลาร์
แม้ในภาพใหญ่ ตลาดคริปโตยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยมหภาคและราคาบิตคอยน์ที่แกว่งแรง แต่ข่าวนี้ถูกตีความเป็น สัญญาณบวกเฉพาะตัวของ Aave และภาค DeFi ว่าอย่างน้อย
“ความเสี่ยงด้านการบังคับใช้กฎหมายจาก SEC รอบนี้ ได้ถูกยกออกไปแล้วหนึ่งด่าน”
SEC ยุค Trump: ผ่อนคดีคริปโต ดรอปคดีเก่าเป็นชุด
การยุติสอบสวน Aave ครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทที่น่าสนใจ เพราะตั้งแต่ Trump เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เสียงสะท้อนจากสื่อและผู้เชี่ยวชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า
SEC เริ่ม ผ่อนน้ำหนักการฟ้องคดีคริปโต ลงอย่างชัดเจน
มีหลายเคสที่ ยุติ/ถอนฟ้อง/ไม่เดินหน้าต่อ หลังลากกันมาหลายปี
ตัวอย่างที่ถูกพูดถึงบ่อยในปีนี้ เช่น
การยุติคดีหรือสอบสวนต่อ Uniswap Labs
การปิดเคสที่เกี่ยวข้องกับ Gemini
การจบคดีบางส่วนที่เกี่ยวกับ Ripple
รายงานของ The New York Times ยังชี้ว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา SEC ได้
“หยุดชั่วคราว ยุติ หรือยกฟ้อง คดีและการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทคริปโตไปแล้วราว 60%”
จึงไม่แปลกที่คนในวงการจะเริ่มตั้งคำถามว่า
นี่คือการทำตาม “สัญญาเลือกตั้ง” ของ Trump ที่ต้องการลดความตึงเครียดระหว่างรัฐกับอุตสาหกรรมคริปโตหรือไม่?
Aave และ DeFi ได้อะไรจากการยุติคดีครั้งนี้?
แม้การยุติการสอบสวนจะไม่ได้แปลว่า DeFi ปลอดภัยจากกฎหมายสหรัฐ 100% แต่สำหรับ Aave และโปรโตคอล DeFi รายอื่น ๆ นี่คือ ความโล่งใจระดับใหญ่ โดยเฉพาะในแง่:
ความเชื่อมั่นของนักพัฒนา (Developer Confidence)
เมื่อความเสี่ยงโดนฟ้องจาก SEC ลดลง การทดลองนวัตกรรมการเงินบน DeFi ก็เดินหน้าต่อได้โดยไม่ต้องอยู่ในโหมด “กลัวฟ้องทุกเมื่อ”บรรยากาศนักลงทุน (Investor Sentiment)
ข่าวดีจากฝั่งกฎหมายมักช่วยลด “Regulatory FUD” และทำให้โทเคนในระบบนิเวศอย่าง AAVE ได้รับแรงซื้อกลับในช่วงข่าวออกภาพรวม DeFi ในสายตาสถาบัน
การที่ SEC เลือก “ปิดคดี” มากกว่าบุกฟ้องอาจช่วยทำให้สถาบันการเงิน Traditional Finance มอง DeFi เป็นโครงสร้างพื้นฐานการเงินใหม่ที่ “ต่อรองได้” กับกฎระเบียบ มากกว่าภัยคุกคามที่รัฐต้องรีบกดทับ
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ theblock.co