แซม แบงก์แมน-ฟรีด (Sam Bankman-Fried) หรือ SBF อดีตซีอีโอผู้ฉาวโฉ่ของ FTX สร้างแรงสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยการประกาศว่าเขามี "หลักฐานใหม่" ที่ชี้ให้เห็นว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ภายใต้การบริหารของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ทำการปิดปากพยานปากสำคัญในคดีฉ้อโกงของเขา ซึ่งส่งผลให้เขาต้องรับโทษจำคุกถึง 25 ปี
SBF ได้โพสต์ข้อความผ่านเอ็กซ์ (X) จากภายในเรือนจำเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยระบุว่าพยานหลายรายถูกข่มขู่ให้เงียบหรือเปลี่ยนคำให้การ และเรียกร้องให้ยกเลิกคำตัดสินเดิม พร้อมทั้งยื่นคำร้องต่อศาลตามกฎวิธีพิจารณาความอาญาข้อที่ 33 เพื่อขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่โดยอ้างอิงคำแถลงของอดีตพนักงานระดับสูงของบริษัท

คำแถลงจากอดีตหัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล
หัวใจสำคัญของคำร้องในครั้งนี้คือคำให้การของ Daniel Chapsky อดีตหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) ของ FTX ซึ่งระบุในเอกสารที่เพิ่งถูกเปิดเผยว่า เขาเต็มใจที่จะขึ้นให้การในชั้นศาลตั้งแต่แรก แต่ถูกทนายความส่วนตัวเตือนอย่างหนักว่าอาจถูก "โจมตีจากสื่อ" และ "การตอบโต้จากฝ่ายอัยการ" หากเขากล้าขึ้นให้การเป็นพยานให้กับ SBF

Chapsky ยังอ้างอีกว่าพนักงาน FTX คนอื่น ๆ ก็ได้รับคำเตือนในลักษณะเดียวกัน ทำให้พวกเขาเลือกที่จะปฏิเสธการให้ข้อมูลที่จะช่วยหักล้างข้อกล่าวหาของฝ่ายอัยการ โดยเขายืนยันว่าหากเขาได้ขึ้นให้การ เขาจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อมูลเรื่องสถานะทางการเงินของ FTX ที่อัยการนำเสนอต่อคณะลูกขุนนั้นมีความคลาดเคลื่อนอย่างมาก
โต้กลับประเด็นการล้มละลาย: "FTX มีสินทรัพย์มากกว่าหนี้สิน"
คำแถลงของ Chapsky ยังท้าทายความเชื่อเดิมที่ว่า FTX ประสบภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวก่อนการยื่นล้มละลายในเดือนพฤศจิกายน 2022 โดยเขายืนยันว่าในความเป็นจริงแล้ว ทั้ง FTX และ Alameda Research มีสินทรัพย์รวมมากกว่าหนี้สินเสมอ แม้ในช่วงที่เกิดวิกฤตความเชื่อมั่นจนนำไปสู่การล้มละลายก็ตาม

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ SBF ออกมาอ้างเรื่องความมั่งคั่งของบริษัท โดยเขาเคยให้สัมภาษณ์ในปี 2025 ว่าการตัดสินใจโอนอำนาจการควบคุมบริษัทให้แก่ John J. Ray III ผู้เชี่ยวชาญด้านการล้มละลาย คือ "ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด" ของเขา เพราะในขณะนั้นเขากำลังจะได้รับเงินลงทุนจากภายนอกที่จะสามารถกอบกู้บริษัทได้ทันเวลาพอดี การยื่นคำร้องครั้งนี้จึงเป็นการพยายามชี้ให้เห็นว่า คดีที่ตัดสินไปแล้วนั้นเกิดจากการปิดกั้นข้อมูลสำคัญที่อาจทำให้ผลการตัดสินเปลี่ยนไป
อ้างอิง : cointelegraph.com