Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ผู้เชี่ยวชาญชี้! ปี 2026 ยังไม่ใช่ “วันสิ้นโลกคริปโต” จากควอนตัม แต่ถึงเวลาต้องเริ่มวางแผนรับมือ
26 December 2025ข่าวโดย rawiwarn Owattasanee

ผู้เชี่ยวชาญชี้! ปี 2026 ยังไม่ใช่ “วันสิ้นโลกคริปโต” จากควอนตัม แต่ถึงเวลาต้องเริ่มวางแผนรับมือ

ประเด็น Quantum Computing กลับมาถูกพูดถึงหนักอีกครั้งในช่วงปลายปี เมื่อหลายฝ่ายตั้งคำถามว่า “ปี 2026 คริปโตจะโดนเจาะไหม” โดยเฉพาะกับ Bitcoin (BTC) ที่พึ่งพาเทคโนโลยีการเข้ารหัสเพื่อปกป้องกระเป๋าเงินและการทำธุรกรรม

 

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คือ ยังไม่เกิด “Crypto Doomsday” ในปี 2026 แต่สิ่งที่ต้องจริงจังคือ “การเตรียมตัวล่วงหน้า” เพราะมีรูปแบบความเสี่ยงที่เริ่มเกิดขึ้นแล้ววันนี้ นั่นคือ Harvest Now, Decrypt Later หรือ “เก็บข้อมูลไว้ก่อน แล้วค่อยถอดรหัสทีหลังเมื่อเทคโนโลยีพร้อม”

 

ทำไมควอนตัมถึงถูกมองเป็นภัยต่อ Bitcoin

 

Bitcoin และบล็อกเชนส่วนใหญ่ใช้ Public-key cryptography: private key ใช้เซ็นธุรกรรม, public key ใช้ตรวจสอบความถูกต้อง ถ้าวันหนึ่งคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทรงพลังมากพอสามารถ “คำนวณย้อนกลับ” เพื่อหา private key จาก public key ได้ ก็อาจเกิดการขโมยสินทรัพย์ในวงกว้าง (ในเชิงทฤษฎี)

 

019b2b90-e087-7850-80fa-6edb4243dc15.webp
SEC พิจารณาข้อเสนอเพื่อให้คริปโตเคอร์เรนซีทนทานต่อควอนตัม ที่มา: Bitcoin Archive

 

ผู้เชี่ยวชาญในบทวิเคราะห์ชี้ตรงกันว่า “จุดเปราะ” หลักของคริปโตคือฝั่ง ลายเซ็นดิจิทัล (เช่น ECDSA) มากกว่าฟังก์ชันแฮชอย่าง SHA-256 ที่ทนทานกว่าในกรอบการโจมตีแบบควอนตัมบางประเภท 

 

แต่ทำไมปี 2026 ยังไม่น่าจะพังจริง

 

แม้หลายบริษัทเทคเร่งวิจัยควอนตัม และ Microsoft เคยเปิดตัวชิป Majorana 1 ที่จุดกระแสถกเรื่อง “ความเร็วของควอนตัม” อีกระลอก

 

แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากยังมองว่า การมีเครื่องที่ “ถอดรหัสระดับทำลายระบบได้จริง” ต้องใช้ความก้าวหน้ามหาศาล ทั้งจำนวน qubits ระดับสูง ความผิดพลาดต่ำ และความสามารถในการรันอัลกอริทึมลึก ๆ ได้ต่อเนื่อง ซึ่งยังเป็นอุปสรรคใหญ่ในทางปฏิบัติ 

 

ถึงขั้นมีนักวิเคราะห์บางรายระบุว่า “เรื่องควอนตัมพัง Bitcoin” ส่วนใหญ่เป็น narrative เชิงการตลาดมากกว่าภัยเร่งด่วน และเราน่าจะยังห่างจากคอมพิวเตอร์ที่ทำลายคริปโตแบบปัจจุบันได้จริง “อย่างน้อยเป็นทศวรรษ” 

 

ความเสี่ยงจริงของปี 2026: “Harvest Now, Decrypt Later”

 

แม้ระบบยังไม่พังในปีหน้า แต่ประเด็นที่น่ากังวลคือ ผู้โจมตีสามารถ “เก็บข้อมูลเข้ารหัส” ที่หาได้ในปัจจุบันไว้ก่อน เช่น ข้อมูลที่เกี่ยวกับ public keys หรือข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสต่าง ๆ แล้วรอวันที่เทคโนโลยีถอดรหัสพร้อม จากนั้นค่อยย้อนกลับมาเปิดข้อมูลหรือโจมตี

 

ทำให้แนวคิด “เตรียมพร้อมก่อน” สำคัญกว่าเดิม เพราะต่อให้ควอนตัมยังไม่พร้อมใน 2026 แต่การเก็บข้อมูลเพื่อโจมตีในอนาคตสามารถเริ่มได้แล้ววันนี้

 

Bitcoin เสี่ยงแค่ไหน และควรทำอะไรตอนนี้

 

หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากคือ “เหรียญจำนวนหนึ่งอาจเสี่ยงมากกว่าเหรียญอื่น” เพราะบาง address มี public key ถูกเปิดเผยบนเชนแล้ว ซึ่งในอนาคตอาจทำให้การโจมตี (หากมีควอนตัมที่แรงพอ) ทำได้ง่ายขึ้น

 

Deloitte เคยประเมินว่า มากกว่า 4 ล้าน BTC อาจอยู่ในกลุ่มที่ “potentially vulnerable” ในกรณีมีควอนตัมที่ทรงพลังเพียงพอ

 

แนวทางปฏิบัติที่มักถูกแนะนำในเชิงความปลอดภัย (โดยเฉพาะสำหรับผู้ถือระยะยาว/องค์กร) คือ

 

  • หลีกเลี่ยงการใช้ address ซ้ำ (address reuse) เพื่อลดการเปิดเผย public key โดยไม่จำเป็น

  • ติดตามแผนการอัปเกรดไปสู่ post-quantum cryptography และเตรียม “กระบวนการย้าย” (migration) หากมีมาตรฐาน/ซอฟต์แวร์รองรับในอนาคต 

 

ในระดับนโยบายเอง ประเด็นควอนตัมก็เริ่มถูกยื่นให้หน่วยงานกำกับดูแลรับทราบมากขึ้น เช่นเอกสารที่ส่งให้ SEC ซึ่งเตือนความเสี่ยงเชิงระบบของ “cryptographically relevant quantum computers” ต่อสินทรัพย์ดิจิทัลที่พึ่งพา ECDSA 

 

สรุป

 

ปี 2026 ยังไม่น่าใช่ปีที่ควอนตัมจะ “พัง Bitcoin” แบบทันที แต่ความเสี่ยงได้ขยับจากคำถาม “จะเกิดไหม” ไปสู่ “เมื่อไหร่” มากขึ้นเรื่อย ๆ และสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ ลดพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยง (เช่น reuse address) และเริ่มเตรียมแผน Post-Quantum สำหรับอนาคต

 

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ coindesk.com

 

ผู้เชี่ยวชาญชี้! ปี 2026 ยังไม่ใช่ “วันสิ้นโลกคริปโต” จากควอนตัม แต่ถึงเวลาต้องเริ่มวางแผนรับมือ | Bitcoin Addict | Bitcoin Addict