Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ทางการไทยบุกทลายเหมือง Bitcoin เถื่อน 7 จุด ยึดเครื่องขุดกว่า 3,600 ตัว โยงจีนเทา–สแกมเมอร์ข้ามชาติ
03 December 2025ข่าวโดย Wissarut lonok

ทางการไทยบุกทลายเหมือง Bitcoin เถื่อน 7 จุด ยึดเครื่องขุดกว่า 3,600 ตัว โยงจีนเทา–สแกมเมอร์ข้ามชาติ

3 ธันวาคม 2568 ทางการไทยเปิดปฏิบัติการใหญ่ “Operation Copperhead” ทลายเหมืองขุดบิตคอยน์เถื่อนที่ลักลอบใช้ไฟฟ้าและเกี่ยวพันเครือข่าย “จีนเทา” และกลุ่มสแกมเมอร์ข้ามชาติ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมทีมฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายกฎหมาย และผู้บริหารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ร่วมกันแถลงข่าว

T1003306_16_256812031904.jpeg

ปฏิบัติการบุก 7 จุด ยึดเครื่องขุดกว่า 3,600 ตัว

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI มอบหมายให้กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และทีมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคกลาง) ลงพื้นที่ตรวจค้น

  • จังหวัดสมุทรสาคร 6 จุด

  • จังหวัดอุทัยธานี 1 จุด

รวม 7 จุด แบ่งเป็นโกดัง 4 แห่ง และบ้านพัก 3 แห่ง

ผลคือเจ้าหน้าที่ตรวจยึดเครื่องขุดบิตคอยน์ได้ 3,642 เครื่อง มูลค่ารวมราว 270 ล้านบาท ยังไม่รวมมูลค่าระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ประกอบราว 30 ล้านบาท ประเมินแล้วทั้งระบบการตั้งเหมืองเถื่อนมีมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

เหมืองเถื่อนส่วนใหญ่ซ่อนเครื่องขุดไว้ใน “ตู้คอนเทนเนอร์ดัดแปลง” ใช้เทคโนโลยีเก็บเสียงและระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ เพื่อลดเสียง–ลดความร้อน ไม่ให้คนภายนอกหรือหน่วยงานรัฐจับพิรุธการใช้ไฟผิดปกติได้ง่าย

T1003306_5_256812031904-2.jpeg

โยง “จีนเทา – สแกมเมอร์ข้ามชาติ” ใช้บิตคอยน์เป็นช่องทางฟอกเงิน

จากการขยายผลทางการเงิน พบว่าผู้บงการเหมืองเถื่อนชุดนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม “จีนเทา” ในพม่า และเกี่ยวพันเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติอย่างชัดเจน มีการหมุนเงินและแบ่งผลประโยชน์กันเป็นเครือข่าย ดำเนินการมานานกว่า 3 ปี

รัฐประเมินความเสียหายจากการลักลอบใช้ไฟฟ้าและการดำเนินการทั้งหมดแล้ว สูญรายได้ไปมากกว่า 3,000 ล้านบาท และยังพบว่ามีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายนี้รวมกันมากกว่า 5,000 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งถูกเปลี่ยนเป็น “สินทรัพย์ดิจิทัลประเภทบิตคอยน์” ทำให้เหมืองเถื่อนกลายเป็นหนึ่งในช่องทางสร้างรายได้–ฟอกเงินของกลุ่มจีนเทาและสแกมเมอร์

DSI เดินหน้าตามยึดทรัพย์–ตามเส้นทางเงินดิจิทัล

ขณะนี้ DSI กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อขยายผลคดีฟอกเงินและเตรียมยึดทรัพย์ต่อ เนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องหลายประเทศ ไทยเตรียมประสานหน่วยงานต่างประเทศ โดยเฉพาะทางการจีน ซึ่งเริ่มมีการหารือเบื้องต้นแล้ว เป้าหมายคือเร่งรัดดำเนินคดีกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ และปิดช่องทางการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการฟอกเงินให้ได้มากที่สุด

DSI ยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปราม

  • การลักลอบใช้ไฟฟ้าตั้งเหมืองเถื่อน

  • การฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล

  • อาชญากรรมไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับคริปโต

อย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องรายได้ของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน

ไม่ใช่ครั้งแรก: เคยรื้อเหมืองไปแล้วเกือบ 1,800 เครื่อง

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 DSI เคยเปิดปฏิบัติการ “Bitforge Operation” รื้อเหมืองขุดบิตคอยน์ลับในจังหวัดสมุทรสาครมาแล้วครั้งหนึ่ง ตรวจยึดเครื่องขุดได้ 1,788 เครื่อง และพบการลักลอบใช้ไฟฟ้าในลักษณะเดียวกัน

เคสล่าสุด “Operation Copperhead” จึงถือเป็นอีกสัญญาณสำคัญว่า ฝ่ายความมั่นคงไทยเริ่มจับตา “การใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในทางผิดกฎหมาย” อย่างจริงจัง ทั้งในมิติของเหมืองเถื่อน การฟอกเงิน และการเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ระดับภูมิภาค

ขอขอบคุณข้อมูลจาก DSI