NFT ปิดปีอ่วมหนัก! ยอดขายเหลือ 320 ล้านดอลลาร์ มาร์เก็ตแคปร่วง 66% จากจุดสูงสุด
ตลาด NFT (Non-fungible Token) ยังคงอยู่ในภาวะ “NFT Winter” อย่างเต็มตัว หลังข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ยอดขายรายเดือนและมูลค่าตลาดรวมต่างร่วงลงสู่จุดต่ำสุดใหม่ของปี 2025 ท่ามกลางการปรับฐานของทั้งตลาดคริปโตและกระแสเก็งกำไรดิจิทัลคอลเลกชันที่ซาแรงลงอย่างต่อเนื่อง
ตามข้อมูลจาก CryptoSlam ยอดขาย NFT ทั่วทั้งตลาดในเดือน พฤศจิกายน 2025 อยู่ที่ประมาณ 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงเกือบครึ่งจาก 629 ล้านดอลลาร์ ในเดือนตุลาคม และเป็นระดับที่ต่ำที่สุดของปีนี้ ใกล้เคียงกับเดือนกันยายน 2024 ที่ยอดขายอยู่ราว 312 ล้านดอลลาร์
ยอดขายเดือนพฤศจิกายนร่วงครึ่งหนึ่ง – ต้นธันวาคมยังอ่อนแรง
หากมองรายเดือน ภาพรวมยอดขาย NFT มีการฟื้นตัวเป็นช่วง ๆ แต่เดือนพฤศจิกายนถือเป็นเดือนที่ “พักตัวแรง” อีกครั้ง

ยอดขาย NFT เดือนตุลาคม 2025: ประมาณ 629 ล้านดอลลาร์
ยอดขาย NFT เดือนพฤศจิกายน 2025: ประมาณ 320 ล้านดอลลาร์ (ลดลงราว 49%)
ขณะเดียวกัน ตัวเลขตั้งแต่วันที่ 1–7 ธันวาคม 2025 มียอดขายรวมเพียง 62 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นสัปดาห์ที่ยอดขาย ต่ำที่สุดของปี 2025 และชี้ให้เห็นว่าการชะลอตัวอาจลากยาวเข้าสู่ช่วงท้ายปี โดยยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนในระยะสั้น
มาร์เก็ตแคป NFT หายไป 66% จากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม
ด้านมูลค่าตลาดรวมของ NFT (NFT Market Cap) ก็สะท้อนภาพ “หน้าหนาว” อย่างชัดเจนเช่นกัน ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า มูลค่าตลาดรวมของ NFT ปัจจุบันอยู่ราว 3.1 พันล้านดอลลาร์ ลดลงถึง 66% จากระดับสูงสุดราว 9.2 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนมกราคม 2025
ระหว่างทาง ตลาดเคยมีจังหวะ “รูดแล้วเด้ง” เช่น ในช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน ที่มูลค่าตลาด NFT ร่วงจาก 6.6 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 3.5 พันล้านดอลลาร์ ภายใน 30 วัน (ลดลงประมาณ 46%) ก่อนจะเด้งกลับขึ้นไปแถว 3.9 พันล้านดอลลาร์ ในวันที่ 11 พฤศจิกายน พร้อมกระแสเหรียญ Meme ที่กลับมาคึกคักชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวนั้นอยู่ได้ไม่นาน ล่าสุดมาร์เก็ตแคป NFT กลับลงมาต่ำกว่าเดิมอยู่ที่ 3.1 พันล้านดอลลาร์ ลดลงกว่า 53% เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม แสดงให้เห็นว่ากำลังซื้อในตลาดยังไม่พอจะดึงราคาโดยรวมกลับขึ้นมาได้
บลูชิปร่วงยกแผง: CryptoPunks, BAYC, Pudgy, Art Blocks โดนหมด

เมื่อเจาะลงไปดูคอลเลกชันระดับบลูชิป ข้อมูลจาก CoinGecko ชี้ว่า ส่วนใหญ่ ปรับฐานลงตามตลาด ในกรอบ 5–20% ช่วง 30 วันที่ผ่านมา
CryptoPunks คอลเลกชันใหญ่สุดตามมาร์เก็ตแคป ราคาร่วงราว 12%
Bored Ape Yacht Club (BAYC) ลดลงประมาณ 8.5%
Pudgy Penguins ที่เคยเป็นหนึ่งในตัวแทน Narrative “NFT to IP & Toys” ก็ปรับตัวลงราว 10.6%
ฝั่งงานศิลปะสาย Art Blocks และเจเนอเรทีฟอาร์ตก็ไม่รอด:
Chromie Squiggle ร่วงประมาณ 5.6%
Fidenza ร่วงแรงราว 14.6%
Moonbirds ดิ่งลงประมาณ 17.9%
Mutant Ape Yacht Club (MAYC) ลดลงราว 13.4% ในรอบ 30 วัน
โดยหนึ่งในคอลเลกชันที่โดนหนักสุดในกลุ่มท็อป 10 คือ Hypurr ที่ราคาหล่นไปถึงประมาณ 48% กลายเป็นแชมป์ติดลบในกลุ่มผู้นำตลาดช่วงที่ผ่านมา
ไม่ได้แดงหมดจอ: Infinex Patrons และ Autoglyphs สวนเทรนด์ขึ้นแรง
แม้ภาพรวมจะเป็นขาลง แต่ก็ยังมีบางคอลเลกชันที่ “สวนกระแส”
Infinex Patrons ซึ่งปัจจุบันเป็นคอลเลกชันที่มีมาร์เก็ตแคปใหญ่อันดับ 2 ของตลาด NFT สามารถทำผลตอบแทนบวกได้ราว 14.9% ในช่วง 30 วันล่าสุด
Autoglyphs หนึ่งในคอลเลกชันออนเชนงานศิลป์ระดับไอคอนิก กลายเป็นผู้ชนะตัวจริงในกลุ่มท็อป 10 ด้วยการปรับตัวขึ้นราว 20.9% ในช่วงเดียวกัน
เคสเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ NFT Winter จะยังไม่จบ แต่ตลาดก็เริ่มแยกแยะ “ของที่มี Narrative – ความหายาก – คุณค่าทางศิลปะหรือยูทิลิตี้” ออกจากกระแสเก็งกำไรระยะสั้นมากขึ้น โอกาสยังมีสำหรับโปรเจกต์ที่แข็งแรงจริง ทั้งในมุมแบรนด์ คอมมูนิตี้ และการใช้งาน
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ news.bitcoin.com