ประธาน SEC ฟันธง! NFT คือ "ของสะสม" ไม่ใช่หลักทรัพย์ พร้อมเผยทิศทางใหม่ของกฎระเบียบคริปโต
พอล แอตกินส์ (Paul Atkins) ประธาน SEC สหรัฐฯ ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่า NFT และสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท "ของสะสม" นั้นโดยทั่วไปไม่ถือว่าเป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมาย พร้อมประกาศว่า SEC กำลังเดินหน้าพลิกโฉมนโยบายคริปโตครั้งใหญ่ ห่างจากแนวทางบังคับใช้กฎหมายแบบเดิม
SEC จำแนก 4 ประเภทสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ใช่หลักทรัพย์
ก่อนหน้าการสัมภาษณ์ครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ SEC (Securities and Exchange Commission — หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนของสหรัฐฯ) ได้ออกเอกสารแนวทางการตีความ (Interpretive Release) ระบุประเภทสินทรัพย์ดิจิทัล 4 ประเภทที่โดยปกติแล้วจะไม่ถูกจัดว่าเป็นหลักทรัพย์ ได้แก่
- Digital Commodities — สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล
- Digital Tools — เครื่องมือดิจิทัล
- Digital Collectibles — ของสะสมดิจิทัล ครอบคลุมถึง NFT
- Stablecoins — สกุลเงินดิจิทัลที่มีสินทรัพย์หนุนหลัง
"มันเหมือนซื้อบัตรเบสบอล" — แอตกินส์อธิบาย NFT
เมื่อพิธีกร แอนดรูว์ รอสส์ ซอร์กิน กดถามว่าสินทรัพย์ดิจิทัลบางชนิดอาจมีลักษณะคล้ายหลักทรัพย์ขึ้นอยู่กับโครงสร้าง แอตกินส์ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง แต่ย้ำว่า SEC ยังคงพิจารณาแต่ละกรณีตามข้อเท็จจริงและสถานการณ์เฉพาะ โดยเฉพาะการดูว่าสินทรัพย์นั้นเข้าข่าย Investment Contract (สัญญาลงทุน — หลักเกณฑ์ทางกฎหมายในการวินิจฉัยว่าสิ่งใดคือหลักทรัพย์ ตาม Howey Test) หรือไม่
แอตกินส์อธิบายว่า NFT และของสะสมดิจิทัลมีลักษณะ "ซื้อแล้วเก็บ" คล้ายกับของสะสมในโลกจริง ไม่ใช่การลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนจากผู้อื่น ซึ่งเป็นสาระสำคัญของหลักทรัพย์
"มันเหมือนซื้อบัตรเบสบอล มีม หรือ NFT — เป็นการซื้อขาดที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ต่างจากสินทรัพย์อื่นที่คนซื้อขายกัน" — พอล แอตกินส์
SEC ยุคใหม่: หันหลังให้ "การกำกับผ่านการบังคับ"
ทิศทางที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
แอตกินส์ระบุว่า SEC กำลัง "ตัดขาดจากอดีต" โดยมุ่งออกแนวทางกฎระเบียบที่ชัดเจนและคาดการณ์ได้สำหรับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล แทนที่จะพึ่งพาการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหลักในการกำกับดูแล ซึ่งเป็นแนวทางที่เขาเคยวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในยุคก่อนหน้า
ทั้งนี้ การปรับทิศทางของ SEC เกิดขึ้นนับตั้งแต่การเข้ารับตำแหน่งของรัฐบาลทรัมป์ในต้นปี 2025 ซึ่งมีท่าทีเป็นมิตรกับอุตสาหกรรมคริปโตมากขึ้นอย่างชัดเจน
ตามหลังในเกม 10 ปี?
แอตกินส์ยังย้ำจุดยืนที่เคยพูดไว้ว่า ความผิดพลาดด้านการกำกับดูแลในอดีตทำให้สหรัฐฯ ตกหล่นด้านการพัฒนาคริปโตราว 10 ปี พร้อมกับประกาศว่าจะพลิกสถานการณ์นั้น นอกจากนี้ยังชูประเด็น Tokenization (กระบวนการแปลงสินทรัพย์จริงให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลบน Blockchain) ว่าเป็นนวัตกรรมสำคัญที่หน่วยงานกำกับดูแลควรส่งเสริม ไม่ใช่สกัดกั้น
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการขึ้นรับตำแหน่งของแอตกินส์และวิสัยทัศน์นโยบายคริปโตของเขา
👉 ประธาน SEC คนใหม่ ฉะนโยบายคริปโตยุค แกรี เกนส์เลอร์ เตรียมหนุน Self-Custody และ DeFi
👉 SEC ยุคใหม่? คณะกรรมการวุฒิสภาหนุน พอล แอตกินส์ ขึ้นแท่นประธาน SEC
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph ภาพ fortune.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ประธาน SEC ออกมาให้ความชัดเจนเรื่อง NFT และสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทต่างๆ ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่ออุตสาหกรรมที่ต้องการกรอบกฎหมายที่ชัดเจนมาอย่างยาวนาน แม้การวินิจฉัยจะยังต้องพิจารณาเป็นรายกรณี แต่การที่ SEC เริ่มออกแนวทางเชิงรุกแทนที่จะรอฟ้องร้องก่อนแล้วค่อยตัดสิน ถือเป็นก้าวที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ผู้ที่อยู่ในวงการ NFT และ Tokenization น่าจะมีเหตุผลมากขึ้นในการวางแผนพัฒนาโครงการระยะยาวบนดินแดนที่กฎเกณฑ์ชัดขึ้นเรื่อยๆ
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: SEC, NFT, Paul Atkins, สินทรัพย์ดิจิทัล, หลักทรัพย์, กฎหมายคริปโต, Tokenization, Investment Contract
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com