อวสาน Metaverse! Meta ประกาศปิด Horizon Worlds บน VR มิย. นี้ เซ่นพิษขาดทุนยับเยิน
Meta (บริษัทแม่ของ Facebook, Instagram และ WhatsApp) ประกาศปิดให้บริการ Horizon Worlds บนแว่น VR ในวันที่ 15 มิถุนายน 2025 นี้ หลังจากที่ Reality Labs แผนกเมตาเวิร์สของบริษัทขาดทุนสะสมรวมเกือบ 80,000 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 2020 บริษัทตัดสินใจหันมาโฟกัสประสบการณ์บนมือถือแทน ท่ามกลางกระแสเมตาเวิร์สที่ซบเซาทั้งในฝั่ง Web2 และ Web3
Meta ปิดประตู Horizon Worlds บน VR — สัญญาณสิ้นสุดยุคเมตาเวิร์ส?
Meta Platforms ประกาศอย่างเป็นทางการผ่านบล็อกโพสต์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2025 เป็นต้นไป ผู้ใช้งาน Horizon Worlds (แพลตฟอร์มเมตาเวิร์สออนไลน์ที่ผู้ใช้สามารถสร้างโลกเสมือนจริงและโต้ตอบกันในรูปแบบอวตาร) จะไม่สามารถสร้าง เผยแพร่ หรืออัปเดตโลกเสมือนบนแว่น Meta Quest (อุปกรณ์ VR หรือ Virtual Reality ของ Meta) ได้อีกต่อไป
Horizon Worlds เปิดตัวครั้งแรกในช่วงปลายปี 2021 ในฐานะแพลตฟอร์มมัลติเพลเยอร์บน VR เท่านั้น และถือเป็นหมากหลักของ Zuckerberg ในการพาบริษัทก้าวสู่ยุคเมตาเวิร์ส
จากฝัน VR สู่ความเป็นจริงบนมือถือ
Samantha Ryan รองประธานฝ่ายคอนเทนต์ของ Reality Labs (แผนกวิจัยและพัฒนา VR/AR ของ Meta) เปิดเผยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า บริษัทจะ "โยกโฟกัสของ Worlds ไปสู่มือถือเกือบทั้งหมด" สอดคล้องกับที่ Meta เริ่มทดลองนำ Horizon Worlds ไปสู่แพลตฟอร์มมือถือตั้งแต่ปี 2024 แล้ว
ส่วนหนึ่งของแรงผลักดันคือการแข่งขันที่เข้มข้นจากคู่แข่งอย่าง Fortnite (เกมยิงแบบ Battle Royale จากค่าย Epic Games ที่มีผู้ใช้งานรายวันกว่า 1.3 ล้านคน) และ Roblox (แพลตฟอร์มเกมออนไลน์ที่ให้ผู้ใช้สร้างโลกของตัวเองซึ่งมีผู้ใช้งานรายวันถึง 144 ล้านคน) ที่ครองทั้งพีซี, คอนโซล และมือถือมาตลอด
Reality Labs ขาดทุนสะสมเกือบ 8 หมื่นล้านดอลลาร์
ตัวเลขที่น่าตกใจไม่แพ้กันคือผลประกอบการของ Reality Labs ที่บันทึกขาดทุนสูงถึง 6,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 ปี 2025 เพียงไตรมาสเดียว และเมื่อนับรวมตั้งแต่ปี 2020 ยอดขาดทุนสะสมพุ่งแตะ เกือบ 80,000 ล้านดอลลาร์
ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา Meta ยังปลดพนักงานออกจาก Reality Labs กว่า 1,000 ตำแหน่ง พร้อมปิดสตูดิโอเกมและคอนเทนต์ VR บางส่วน โดย Andrew Bosworth ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Reality Labs ระบุว่าบริษัทจะมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์บนมือถือและ AR Wearables (อุปกรณ์ Augmented Reality ที่สวมใส่ได้ เช่น แว่นตาอัจฉริยะ) แทนโลกเสมือนแบบ full immersion
นอกจากนี้ยังมีรายงานจาก Reuters ที่อ้างว่า Meta กำลังวางแผน "ปลดพนักงานครั้งใหญ่" ที่อาจส่งผลกระทบต่อพนักงานมากกว่า 20% ของบริษัท แม้ Meta จะออกมาปฏิเสธว่าเป็นเพียง "รายงานเชิงคาดเดาเกี่ยวกับแนวทางเชิงทฤษฎี" ก็ตาม โดยราคาหุ้น Meta ขยับขึ้น 3% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาหลังข่าวดังกล่าว
เมตาเวิร์ส Crypto ก็ไม่รอดเช่นกัน
ฝั่งโลก Blockchain นั้น สถานการณ์ก็ไม่ต่างกันนัก โทเคนเมตาเวิร์สชั้นนำที่เคยร้อนแรงสุดขีดในปี 2021 ต่างดิ่งลงอย่างเจ็บปวด ได้แก่:
- AXS (โทเคนของ Axie Infinity เกม Play-to-Earn บน Blockchain ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นปรากฏการณ์ในฟิลิปปินส์และเวียดนาม) — ร่วงจากจุดสูงสุดไปแล้วกว่า 98–99%
- SAND (โทเคนของ The Sandbox แพลตฟอร์มโลกเสมือนบน Blockchain) — ร่วงในระดับเดียวกัน
- MANA (โทเคนของ Decentraland โลกเสมือนแบบกระจายศูนย์บน Ethereum) — ร่วงในระดับเดียวกัน
ข้อมูลจาก CoinGecko (เว็บไซต์ติดตามราคาและข้อมูลคริปโตที่ได้รับความน่าเชื่อถือทั่วโลก) ระบุว่าทั้ง 3 โทเคนนี้ดิ่งลงระหว่าง 98–99% จากจุดสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน 2021 พูดง่ายๆ ก็คือ กระแสเมตาเวิร์สถูก AI Hype แซงหน้าไปแล้วโดยสมบูรณ์
📎 อ่านเพิ่มเติม: 👉 Meta to shutter Horizon Worlds metaverse on VR in favor of mobile
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk / CNBC / cointelegraph ภาพ slate.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การปิดตัว Horizon Worlds บน VR ของ Meta ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ยืนยันว่ากระแสเมตาเวิร์สในรูปแบบ "โลกเสมือนแบบ full immersion" นั้นยังไม่ใช่คำตอบที่ตลาดพร้อมรับในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็น Web2 หรือ Web3 แม้ตัวเลขขาดทุน 80,000 ล้านดอลลาร์จะดูน่าตกใจ แต่การหันมาโฟกัสมือถือและ AR Wearables อาจเป็นก้าวที่ฉลาดกว่าในระยะยาว สิ่งที่น่าจับตาคือโทเคนเมตาเวิร์สอย่าง SAND, MANA และ AXS จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ในวงจร Crypto ถัดไป เมื่อเทคโนโลยีพร้อมและผู้ใช้มีความคุ้นเคยมากขึ้น
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Horizon Worlds, Meta metaverse, Reality Labs, SAND MANA AXS, Decentraland Sandbox, metaverse token, คริปโตเมตาเวิร์ส
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com