Meta ปฏิเสธลั่น! ยัน WhatsApp แอบอ่านแชทไม่ได้ หลังโดนฟ้องฐานหลอกลวงผู้ใช้
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของผู้ใช้กว่า 3,000 ล้านคนทั่วโลก เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Meta ถูกกลุ่มผู้ใช้งานยื่นฟ้องต่อศาลแขวงสหรัฐฯ ในซานฟรานซิสโก โดยกล่าวหาว่าระบบการเข้ารหัสปลายทาง (End-to-End Encryption) ของ WhatsApp เป็นเพียง "เรื่องหลอกลวง" และอ้างว่า Meta มีช่องทางลับหรือประตูหลัง (Backdoor) ที่สามารถเข้าถึงข้อความส่วนตัวของผู้ใช้ได้
ผู้บริหาร Meta โต้กลับ: "ข้อกล่าวหานี้เป็นเพียงนิยาย"
Andy Stone ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของ Meta ได้ออกมาโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X เพื่อตอบโต้อย่างดุเดือด โดยระบุว่าการอ้างว่าข้อความใน WhatsApp ไม่ได้ถูกเข้ารหัสนั้นเป็นเรื่องที่ "เท็จและไร้สาระอย่างสิ้นเชิง" พร้อมทั้งเรียกคำฟ้องดังกล่าวว่าเป็นเพียง "งานเขียนนิยายที่ไร้สาระ"
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ฟ้องซึ่งประกอบด้วยผู้ใช้งานจากหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย เม็กซิโก แอฟริกาใต้ และอินเดีย ยังคงเดินหน้าเรียกร้องค่าเสียหาย โดยระบุว่าเป้าหมายของพวกเขาคือการเปิดโปงการละเมิดความเป็นส่วนตัวและการฉ้อโกงที่ Meta กระทำต่อผู้ที่เชื่อมั่นว่าการสื่อสารของตนเป็นส่วนตัวอย่างสมบูรณ์

CEO Telegram และประเด็นความปลอดภัยในปี 2026
ความขัดแย้งนี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ Pavel Durov ซีอีโอของคู่แข่งสำคัญอย่าง Telegram ได้ออกมาสนับสนุนการฟ้องร้องครั้งนี้ โดยเขากล่าวอย่างเผ็ดร้อนว่า "คุณต้องสมองตายไปแล้วถึงจะเชื่อว่า WhatsApp ปลอดภัยในปี 2026" พร้อมอ้างว่าจากการวิเคราะห์ระบบเข้ารหัสของ WhatsApp พบช่องทางการโจมตีที่หลากหลาย
ในขณะที่ Meta ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการผ่านช่องทางหลัก แต่ในหน้าอธิบายระบบความปลอดภัยของบริษัทระบุชัดเจนว่า การเข้ารหัสปลายทางช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวโดยทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครเห็นข้อความของคุณนอกจากคุณและผู้รับเท่านั้น
Bitchat และทางเลือกใหม่ในยุคกระจายศูนย์
ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่นของแพลตฟอร์มรวมศูนย์ (Centralized) ทำให้แอปพลิเคชันรับส่งข้อความแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Bitchat แอปพลิเคชันที่เปิดตัวโดย Jack Dorsey ซึ่งมียอดดาวน์โหลดพุ่งสูงขึ้นในหลายประเทศ เช่น ยูกันดา อิหร่าน เนปาล และอินโดนีเซีย
ความโดดเด่นของ Bitchat และแอปทางเลือกอื่นๆ เช่น Session หรือ X-Messenger คือ:
การใช้เครือข่าย Bluetooth mesh ทำให้สามารถสื่อสารได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต
การให้สิทธิผู้ใช้ในการควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเต็มที่
เหมาะสำหรับการสื่อสารในพื้นที่ขัดแย้งหรือพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ท้ายที่สุดแล้ว คดีความครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยของ WhatsApp และอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกใช้แอปสื่อสารของผู้คนทั่วโลกในระยะยาว
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ bloomberg.com
สร้างวิสัยทัศน์ที่ไวกว่า ด้วยข่าวคริปโตจาก Bitcoin Addict