Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

สภาเดือด! สว. สวนหมัด ‘เจมี ไดมอน’ บอสใหญ่ JPMorgan ปมด่าซีอีโอ Coinbase ‘ไร้สาระ’
04 June 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

สภาเดือด! สว. สวนหมัด ‘เจมี ไดมอน’ บอสใหญ่ JPMorgan ปมด่าซีอีโอ Coinbase ‘ไร้สาระ’

ซินเทีย ลัมมิส (Cynthia Lummis) วุฒิสมาชิกรีพับลิกันจากรัฐไวโอมิง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของวุฒิสภาสหรัฐฯ ออกมาตอบโต้ เจมี ไดมอน (Jamie Dimon) ซีอีโอของ JPMorgan Chase ผ่านรายการของ CNBC โดยระบุว่าความเห็นที่ไดมอนใช้โจมตี ไบรอัน อาร์มสตรอง (Brian Armstrong) ซีอีโอของ Coinbase นั้น "น่ารังเกียจ" พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าไดมอน "อาจไม่ได้อ่านร่างกฎหมาย Clarity Act หรือไม่ก็ตั้งใจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิด"

 

⚔️ ศึกวาทะ: ลัมมิส ปะทะ ไดมอน

 

ความขัดแย้งครั้งนี้เริ่มต้นจากสัปดาห์ก่อน เมื่อ เจมี ไดมอน ให้สัมภาษณ์กับ CNBC (สถานีข่าวการเงินชั้นนำของสหรัฐฯ) ด้วยถ้อยคำรุนแรงระหว่างการพูดคุยเกี่ยวกับ Clarity Act (ร่างกฎหมายว่าด้วยโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ที่มุ่งสร้างกรอบกำกับดูแลคริปโตให้ชัดเจนขึ้น)

 

ไดมอนกล่าวพาดพิงถึง ไบรอัน อาร์มสตรอง ซีอีโอของ Coinbase (แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอเรนซีรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ) ในเชิงดูแคลน โดยใช้ถ้อยคำหยาบคายซึ่งเป็นวลีที่เขาเคยใช้มาก่อนหน้านี้แล้ว ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

 

ต่อมาในวันพุธ ซินเทีย ลัมมิส ได้ออกมาตอบโต้อย่างตรงไปตรงมา โดยระบุว่าเป็น "ความเห็นที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะที่มีต่อไบรอัน อาร์มสตรองแห่ง Coinbase" และเสริมว่าไดมอน "ไม่ได้อ่านร่างกฎหมาย หรือไม่ก็ต้องการทำให้ผู้คนเข้าใจผิด"

 

🏦 ไดมอนยกประเด็น AML/BSA โจมตีร่างกฎหมาย

 

ในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ ไดมอนได้วิจารณ์เนื้อหาของ Clarity Act ในหลายประเด็น โดยโต้แย้งว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ "อนุญาตให้บริษัทคริปโตสามารถจ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินฝากหรือ Stablecoin (เหรียญคริปโตที่ตรึงมูลค่าไว้กับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น เงินดอลลาร์) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่กลับขาดการคุ้มครองที่ควรจะมี"

 

นอกจากนี้ ซีอีโอของ JPMorgan ยังโต้แย้งว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้กล่าวถึงข้อกำหนดด้านการป้องกันการฟอกเงิน หรือ AML (Anti-Money Laundering — มาตรการป้องกันการนำเงินผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบการเงิน) และกฎหมายความลับธนาคาร หรือ BSA (Bank Secrecy Act — กฎหมายที่กำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัย) อย่างเพียงพอ พร้อมยืนยันว่ากลุ่มธนาคารจะเดินหน้าคัดค้าน Clarity Act ต่อไป

 

💬 ลัมมิสโต้กลับ "มันอยู่ในร่างกฎหมายแล้ว"

 

ลัมมิสตอบโต้ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวโดยตรง โดยชี้ว่าทั้งมาตรการ AML และ BSA ซึ่งธนาคารต้องปฏิบัติตามนั้น มีผลบังคับใช้กับสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยเช่นกัน "มันอยู่ในร่างกฎหมายแล้ว" เธอกล่าวยืนยัน

 

ทั้งนี้ กลุ่มล็อบบี้ธนาคารที่ทรงอิทธิพลพยายามคัดค้านหรือแก้ไข Clarity Act เพื่อจำกัดไม่ให้แพลตฟอร์มคริปโตสามารถให้ผลตอบแทนแก่ผู้ใช้ที่ถือเงินในรูปแบบ Stablecoin ได้ แม้ว่าในความเป็นจริง ธนาคารหลายแห่งจะเริ่มแสดงความสนใจในเทคโนโลยี Blockchain และ Stablecoin มากขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม

 

💰 คำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

 

ในการสัมภาษณ์ครั้งเดียวกัน แอนดรูว์ รอสส์ ซอร์กิน (Andrew Ross Sorkin) ผู้ดำเนินรายการของ CNBC ได้ตั้งคำถามต่อลัมมิสเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่เธอมีในอุตสาหกรรมคริปโต และผลกระทบที่อาจมีต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายของเธอ

 

ลัมมิสตอบว่า "ใครก็ตามที่อยู่ในคณะกรรมาธิการที่ทำงานเกี่ยวกับชุดกฎหมายใดกฎหมายหนึ่ง ก็ย่อมได้รับเงินบริจาคจากผู้คนในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้นอยู่แล้ว"

 

เป็นที่ทราบกันดีว่าลัมมิสคือหนึ่งในผู้สนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโตที่เหนียวแน่นที่สุด โดยในปี 2567 (2024) หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เริ่มรับบริจาคหาเสียงในรูปแบบคริปโต ลัมมิสก็ได้ประกาศจัดตั้งแนวร่วมสนับสนุนคริปโตขึ้นภายในรัฐสภา ขณะที่ Coinbase เองก็ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในผู้บริจาคทางการเมืองรายใหญ่ที่สุดจากฝั่งอุตสาหกรรมคริปโต

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของ Clarity Act และจุดยืนของฝั่งนายธนาคาร 
👉 ทรัมป์ลั่น CLARITY Act คือเกราะ "กันอนาคต" ปกป้องคริปโตจากรัฐบาลชุดหน้า 
👉 CEO Goldman Sachs ชี้กฎหมาย CLARITY Act ยังอีกยาวไกล 
👉 Jamie Dimon เตือนตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ใกล้ "ปั่นป่วน" จน Fed อาจต้องแทรกแซง
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CNBC

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ศึกวาทะระหว่างฝั่งนิติบัญญัติกับผู้นำธนาคารยักษ์ใหญ่ครั้งนี้ สะท้อนภาพการปะทะกันทางผลประโยชน์ระหว่างระบบการเงินดั้งเดิมกับโลกคริปโตที่กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ บนเวทีนิติบัญญัติสหรัฐฯ ที่น่าสนใจคือประเด็นการให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือ Stablecoin ดูจะเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ฝั่งธนาคารกังวล เพราะอาจกระทบต่อฐานเงินฝากแบบดั้งเดิมโดยตรง ไม่ว่าบทสรุปของ Clarity Act จะออกมาในทิศทางใด การถกเถียงอย่างเปิดเผยเช่นนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ากรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังถูกผลักดันอย่างจริงจัง และน่าจับตามองต่อไปอย่างใกล้ชิด

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Clarity Act, ซินเทีย ลัมมิส, เจมี ไดมอน, JPMorgan, Coinbase, กฎหมายคริปโต, Stablecoin, ไบรอัน อาร์มสตรอง

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com