สภาเดือด! สว. สวนหมัด ‘เจมี ไดมอน’ บอสใหญ่ JPMorgan ปมด่าซีอีโอ Coinbase ‘ไร้สาระ’
ซินเทีย ลัมมิส (Cynthia Lummis) วุฒิสมาชิกรีพับลิกันจากรัฐไวโอมิง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของวุฒิสภาสหรัฐฯ ออกมาตอบโต้ เจมี ไดมอน (Jamie Dimon) ซีอีโอของ JPMorgan Chase ผ่านรายการของ CNBC โดยระบุว่าความเห็นที่ไดมอนใช้โจมตี ไบรอัน อาร์มสตรอง (Brian Armstrong) ซีอีโอของ Coinbase นั้น "น่ารังเกียจ" พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าไดมอน "อาจไม่ได้อ่านร่างกฎหมาย Clarity Act หรือไม่ก็ตั้งใจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิด"
⚔️ ศึกวาทะ: ลัมมิส ปะทะ ไดมอน
ความขัดแย้งครั้งนี้เริ่มต้นจากสัปดาห์ก่อน เมื่อ เจมี ไดมอน ให้สัมภาษณ์กับ CNBC (สถานีข่าวการเงินชั้นนำของสหรัฐฯ) ด้วยถ้อยคำรุนแรงระหว่างการพูดคุยเกี่ยวกับ Clarity Act (ร่างกฎหมายว่าด้วยโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ที่มุ่งสร้างกรอบกำกับดูแลคริปโตให้ชัดเจนขึ้น)
ไดมอนกล่าวพาดพิงถึง ไบรอัน อาร์มสตรอง ซีอีโอของ Coinbase (แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอเรนซีรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ) ในเชิงดูแคลน โดยใช้ถ้อยคำหยาบคายซึ่งเป็นวลีที่เขาเคยใช้มาก่อนหน้านี้แล้ว ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
ต่อมาในวันพุธ ซินเทีย ลัมมิส ได้ออกมาตอบโต้อย่างตรงไปตรงมา โดยระบุว่าเป็น "ความเห็นที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะที่มีต่อไบรอัน อาร์มสตรองแห่ง Coinbase" และเสริมว่าไดมอน "ไม่ได้อ่านร่างกฎหมาย หรือไม่ก็ต้องการทำให้ผู้คนเข้าใจผิด"
🏦 ไดมอนยกประเด็น AML/BSA โจมตีร่างกฎหมาย
ในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ ไดมอนได้วิจารณ์เนื้อหาของ Clarity Act ในหลายประเด็น โดยโต้แย้งว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ "อนุญาตให้บริษัทคริปโตสามารถจ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินฝากหรือ Stablecoin (เหรียญคริปโตที่ตรึงมูลค่าไว้กับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น เงินดอลลาร์) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่กลับขาดการคุ้มครองที่ควรจะมี"
นอกจากนี้ ซีอีโอของ JPMorgan ยังโต้แย้งว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้กล่าวถึงข้อกำหนดด้านการป้องกันการฟอกเงิน หรือ AML (Anti-Money Laundering — มาตรการป้องกันการนำเงินผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบการเงิน) และกฎหมายความลับธนาคาร หรือ BSA (Bank Secrecy Act — กฎหมายที่กำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัย) อย่างเพียงพอ พร้อมยืนยันว่ากลุ่มธนาคารจะเดินหน้าคัดค้าน Clarity Act ต่อไป
💬 ลัมมิสโต้กลับ "มันอยู่ในร่างกฎหมายแล้ว"
ลัมมิสตอบโต้ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวโดยตรง โดยชี้ว่าทั้งมาตรการ AML และ BSA ซึ่งธนาคารต้องปฏิบัติตามนั้น มีผลบังคับใช้กับสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยเช่นกัน "มันอยู่ในร่างกฎหมายแล้ว" เธอกล่าวยืนยัน
ทั้งนี้ กลุ่มล็อบบี้ธนาคารที่ทรงอิทธิพลพยายามคัดค้านหรือแก้ไข Clarity Act เพื่อจำกัดไม่ให้แพลตฟอร์มคริปโตสามารถให้ผลตอบแทนแก่ผู้ใช้ที่ถือเงินในรูปแบบ Stablecoin ได้ แม้ว่าในความเป็นจริง ธนาคารหลายแห่งจะเริ่มแสดงความสนใจในเทคโนโลยี Blockchain และ Stablecoin มากขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม
💰 คำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
ในการสัมภาษณ์ครั้งเดียวกัน แอนดรูว์ รอสส์ ซอร์กิน (Andrew Ross Sorkin) ผู้ดำเนินรายการของ CNBC ได้ตั้งคำถามต่อลัมมิสเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่เธอมีในอุตสาหกรรมคริปโต และผลกระทบที่อาจมีต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายของเธอ
ลัมมิสตอบว่า "ใครก็ตามที่อยู่ในคณะกรรมาธิการที่ทำงานเกี่ยวกับชุดกฎหมายใดกฎหมายหนึ่ง ก็ย่อมได้รับเงินบริจาคจากผู้คนในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้นอยู่แล้ว"
เป็นที่ทราบกันดีว่าลัมมิสคือหนึ่งในผู้สนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโตที่เหนียวแน่นที่สุด โดยในปี 2567 (2024) หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เริ่มรับบริจาคหาเสียงในรูปแบบคริปโต ลัมมิสก็ได้ประกาศจัดตั้งแนวร่วมสนับสนุนคริปโตขึ้นภายในรัฐสภา ขณะที่ Coinbase เองก็ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในผู้บริจาคทางการเมืองรายใหญ่ที่สุดจากฝั่งอุตสาหกรรมคริปโต
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของ Clarity Act และจุดยืนของฝั่งนายธนาคาร
👉 ทรัมป์ลั่น CLARITY Act คือเกราะ "กันอนาคต" ปกป้องคริปโตจากรัฐบาลชุดหน้า
👉 CEO Goldman Sachs ชี้กฎหมาย CLARITY Act ยังอีกยาวไกล
👉 Jamie Dimon เตือนตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ใกล้ "ปั่นป่วน" จน Fed อาจต้องแทรกแซง
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CNBC
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ศึกวาทะระหว่างฝั่งนิติบัญญัติกับผู้นำธนาคารยักษ์ใหญ่ครั้งนี้ สะท้อนภาพการปะทะกันทางผลประโยชน์ระหว่างระบบการเงินดั้งเดิมกับโลกคริปโตที่กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ บนเวทีนิติบัญญัติสหรัฐฯ ที่น่าสนใจคือประเด็นการให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือ Stablecoin ดูจะเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ฝั่งธนาคารกังวล เพราะอาจกระทบต่อฐานเงินฝากแบบดั้งเดิมโดยตรง ไม่ว่าบทสรุปของ Clarity Act จะออกมาในทิศทางใด การถกเถียงอย่างเปิดเผยเช่นนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ากรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังถูกผลักดันอย่างจริงจัง และน่าจับตามองต่อไปอย่างใกล้ชิด
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Clarity Act, ซินเทีย ลัมมิส, เจมี ไดมอน, JPMorgan, Coinbase, กฎหมายคริปโต, Stablecoin, ไบรอัน อาร์มสตรอง
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com