Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

CEO ‘JPMorgan’ ลั่นพร้อมสู้ยิบตาคว่ำกฎหมาย CLARITY ลั่นไม่มีวันก้มหัวให้ค่าย Coinbase
30 May 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

CEO ‘JPMorgan’ ลั่นพร้อมสู้ยิบตาคว่ำกฎหมาย CLARITY ลั่นไม่มีวันก้มหัวให้ค่าย Coinbase

Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan ออกมาเปิดศึกกับวงการคริปโตอีกครั้ง ประกาศชัดว่าธนาคารจะ "สู้" ร่างกฎหมาย CLARITY Act ฉบับปัจจุบัน ที่เปิดทางให้บริษัทคริปโตจ่ายดอกเบี้ยบนเงินฝากและ Stablecoin ของผู้ใช้ได้ โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎ AML, BSA และข้อกำหนดเงินสำรองทุนเหมือนธนาคาร พูดง่ายๆ คือ Dimon มองว่ามันคือ "การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม"

 

Dimon เปิดศึกอีกครั้ง ลั่น "แบงก์ไม่ยอมรับแบบนี้แน่นอน"

 

Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan (ธนาคารและบริษัทบริการทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ด้วยสินทรัพย์รวมกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์) ให้สัมภาษณ์กับ Fox Business โดยระบุว่า อุตสาหกรรมธนาคารจะเดินหน้า "ต่อสู้" กับร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act (CLARITY) ฉบับปัจจุบัน ซึ่งเป็นร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตในสหรัฐฯ

 

Dimon ชี้ว่าร่างกฎหมายฉบับล่าสุด "อนุญาตในทางปฏิบัติ" ให้บริษัทคริปโตจ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินฝากของผู้ใช้และยอดคงเหลือใน Stablecoin (เหรียญคริปโตที่ตรึงมูลค่าไว้กับสกุลเงินจริง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ)

 

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังไม่ได้กำหนดให้ผู้ให้บริการคริปโตต้องปฏิบัติตามกฎเดียวกับธนาคาร ทั้งในเรื่อง:

  • AML (Anti-Money Laundering — มาตรการป้องกันการฟอกเงิน)
  • กฎระเบียบด้านมาตรการคว่ำบาตร ภายใต้ Bank Secrecy Act (BSA — กฎหมายว่าด้วยความลับทางธนาคาร)
  • ข้อกำหนดเงินสำรองทุน (Capital Reserve Requirements) ที่ธนาคารต้องดำรงไว้

 

"ธนาคารจะไม่ยอมรับมันในรูปแบบนี้แน่นอน" Dimon กล่าว พร้อมเสริมว่า หากบริษัทคริปโตต้องการเสนอผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนแก่ลูกค้า ก็ควรไปยื่นขอใบอนุญาตธนาคาร (Banking Charter) ตามขั้นตอนเสียก่อน

 

วิจารณ์ Coinbase ตรงๆ "ทุ่มหลายร้อยล้านล็อบบี้ที่วอชิงตัน"

 

Dimon ยังออกมาวิจารณ์บทบาทของ Coinbase (ตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq และใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ) และ Brian Armstrong ซีอีโอของบริษัท ในการเจรจาระหว่างอุตสาหกรรมคริปโตกับกลุ่มล็อบบี้ภาคธนาคาร โดยกล่าวว่า

 

"พวกเราจะสู้ ถ้าเราแพ้ ก็แพ้ไป แล้วเราก็ยังอยู่ได้ โอเคนะ? แต่มันจะต้องสู้กันก่อน ไม่มีใครจะไปยอมก้มหัวให้กับคนคนนี้หรือบริษัทนี้ เขาเป็นคนเดียว และเขาก็กำลังทุ่มเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ในเรื่องนี้ที่กรุงวอชิงตัน"

 

โอกาสผ่านกฎหมายลดลง หลังเสียงสนับสนุนสองพรรคยังไม่แข็งแกร่ง

 

ความคิดเห็นของ Dimon มีขึ้นหลังจากที่ Senate Banking Committee (คณะกรรมาธิการด้านการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯ) ได้ลงมติเห็นชอบให้เดินหน้าร่างกฎหมาย CLARITY ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้ยังต้องผ่านสภาทั้งสองและได้รับการลงนามจากประธานาธิบดี Donald Trump จึงจะมีผลบังคับใช้

 

หลังจากการพิจารณาในเดือนพฤษภาคม โอกาสที่ร่างกฎหมายจะผ่านเป็นกฎหมายภายในสิ้นปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) บนแพลตฟอร์ม Polymarket (ตลาดทำนายผลที่ทำงานบน Blockchain) เคยพุ่งสูงถึงประมาณ 68% ก่อนจะลดลงมาเหลือ 59% ในปัจจุบัน

 

ถึงแม้ Tim Scott ประธาน Senate Banking Committee จะอธิบายว่าการพิจารณาครั้งนี้เป็นแบบ "Bipartisan" (สนับสนุนจากทั้งสองพรรค) แต่มีสมาชิกพรรค Democrat เพียง 2 คนเท่านั้นที่ลงคะแนนร่วมกับ Republican ในการเดินหน้าร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งการขาดเสียงสนับสนุนข้ามพรรคที่แข็งแกร่งอาจหมายถึงการที่ร่างกฎหมายจะเจอแรงต้านในวุฒิสภา ทำให้กระบวนการผ่านเป็นกฎหมายล่าช้าออกไป

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 JPMorgan มองกฎ "Clarity Act" หนุนสถาบันกลับมา ดัน inflow ปี 2026
👉 CEO Goldman Sachs ชี้กฎหมาย CLARITY Act ยังอีกยาวไกล
👉 Jamie Dimon เตือนตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ใกล้ "ปั่นป่วน" จน Fed อาจต้องแทรกแซง
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph, Fox Business / ภาพ coindesk.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การออกมาเปิดศึกของ Jamie Dimon ครั้งนี้ สะท้อนภาพชัดเจนของการปะทะกันระหว่าง "การเงินดั้งเดิม" และ "การเงินยุคใหม่" ที่ก้าวรุกเข้ามาแย่งส่วนแบ่งบริการดอกเบี้ยและเงินฝาก ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ผูกขาดของธนาคารมาตลอด น่าสนใจว่าฝั่งธนาคารเรียกร้องให้คริปโต "เล่นในกติกาเดียวกัน" ขณะที่ฝั่งคริปโตมองว่ามันคือนวัตกรรมที่ควรมีกรอบกำกับใหม่ที่เหมาะสมกับเทคโนโลยี การถกเถียงนี้คงไม่จบง่ายๆ และผลลัพธ์ของ CLARITY Act จะเป็นจุดวัดสำคัญว่าสหรัฐฯ จะวางตำแหน่งตัวเองอย่างไรในยุคที่เส้นแบ่งระหว่างธนาคารและคริปโตเริ่มเลือนลางลงทุกที

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: CLARITY Act, Jamie Dimon, JPMorgan, Coinbase, Stablecoin, กฎหมายคริปโต, Crypto Regulation, Banking Lobby

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com