Coinbase แฉกลุ่ม “วาฬ-Cold Wallet กระดานเทรด” ชอบใช้ที่อยู่ซ้ำ เสี่ยงโดนควอนตัมเจาะระบบในอนาคต
คณะที่ปรึกษาอิสระด้าน Quantum Computing ของ Coinbase (แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา) เพิ่งเผยแพร่รายงานชิ้นสำคัญเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ชี้ว่า Bitcoin ราว 7 ล้านเหรียญกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงหากคอมพิวเตอร์ควอนตัมพัฒนาถึงขีดที่สามารถถอดรหัสระบบเข้ารหัสในปัจจุบันได้ ที่น่าตกใจกว่าคือ กลุ่มเสี่ยงไม่ใช่แค่เหรียญที่ถูกทิ้งร้างจาก "ยุคซาโตชิ" แต่รวมถึง Cold Wallet (กระเป๋าเงินแบบออฟไลน์เพื่อความปลอดภัยสูงสุด) ของเหล่า Exchange ที่รู้จักกันดี ซึ่งมีการใช้ Address ซ้ำ (Address Reuse) จนทำให้ Public Key เผยตัวเองต่อสาธารณะบน Blockchain
⚠️ ความเสี่ยงแบ่งเป็น 2 กลุ่ม: ใครเสี่ยงมากที่สุด?
รายงานแบ่งความเสี่ยงออกเป็น 2 ส่วนชัดเจน
กลุ่มแรก — P2PK Address ยุคเก่า (1.7 ล้านเหรียญ):
Bitcoin ประมาณ 1.7 ล้านเหรียญกระจายอยู่ใน Address แบบ P2PK (Pay-to-Public-Key) ราว 20,000 แห่ง ซึ่งเป็นรูปแบบเก่าที่ Public Key (กุญแจสาธารณะ) ถูกเปิดเผยตรงๆ บน Blockchain โดยไม่มีการเข้ารหัสเพิ่มเติม ส่วนใหญ่คาดว่าเป็นของบิตคอยน์ผู้สร้างนามแฝง "ซาโตชิ นากาโมโตะ" หรือของผู้ที่สูญเสียกุญแจไปแล้ว
กลุ่มที่สอง — เหรียญของผู้ใช้งานจริง (5 ล้านเหรียญ):
นี่คือส่วนที่รายงานระบุว่าน่าเป็นห่วงที่สุด Bitcoin ประมาณ 5 ล้านเหรียญ (มูลค่ารวมกว่า 5.2 แสนล้านบาท ณ อัตรา 1 BTC ≈ 3,200,000 บาท อิงค่า USD/THB ล่าสุดที่ประมาณ 32.72 บาท/ดอลลาร์ วันที่ 12 มิ.ย. 2569) ตกอยู่ในความเสี่ยงเพราะเจ้าของใช้ Address ซ้ำ จนทำให้ Public Key ถูกเปิดเผยบน Blockchain แล้ว รายงานอ้างอิงข้อมูลจาก Project Eleven (บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเชิงควอนตัม) โดยระบุว่าส่วนใหญ่เป็นเหรียญของผู้ใช้งานที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่เหรียญที่สูญหาย — และในนั้นรวมถึง Cold Wallet ของ Exchange ชื่อดัง (รายงานไม่ระบุชื่อ) ด้วย
🔑 ทำไม "Address Reuse" ถึงอันตราย?
ในระบบ Bitcoin การส่งธุรกรรมจะเปิดเผย Public Key ของผู้ส่งต่อสาธารณะบนเครือข่าย หากคุณใช้ Address เดิมซ้ำๆ Public Key ของคุณจะถูกเปิดเผยตลอดไปบน Blockchain และนั่นคือจุดอ่อนในยุคควอนตัม
เพราะ ECDSA (Elliptic Curve Digital Signature Algorithm — อัลกอริทึมลายเซ็นดิจิทัลที่ Bitcoin ใช้อยู่ในปัจจุบัน) และ Schnorr Signature สามารถถูกถอดรหัสได้ด้วย Quantum Computer ที่ทรงพลังเพียงพอ เมื่อ Public Key ถูกเปิดเผยแล้ว ผู้โจมตีที่มีควอนตัมคอมพิวเตอร์ก็อาจสามารถคำนวณ Private Key และโอน Bitcoin ออกไปได้
⚖️ ถกเถียงใหญ่: "แช่แข็ง" หรือ "ปล่อยความเสี่ยงไว้กับเจ้าของ"?
รายงานนำเสนอ 2 แนวทางหลักที่ขัดกันในเชิงปรัชญา
แนวทางที่ 1 — ตั้ง Deadline แล้วแช่แข็งเหรียญเสี่ยง:
กำหนดวันหมดอายุสำหรับลายเซ็นแบบ ECDSA และ Schnorr หลังจากนั้นระบบจะไม่ยอมรับธุรกรรมจาก Address เหล่านี้อีก เหรียญที่ไม่ได้ย้ายออกทันเวลาจะถูก "แช่แข็ง" ตลอดกาล ผู้สนับสนุนโต้ว่าลายเซ็นที่ถูกทำลายแล้วก็ไม่ต่างจากหลักฐานความเป็นเจ้าของที่หมดอายุ และการปล่อยให้ผู้ไม่หวังดี (เช่น แฮกเกอร์รัฐบาลเกาหลีเหนือ) ขโมยเหรียญได้จะก่อความเสียหายต่อตลาดในวงกว้าง
แนวทางที่ 2 — เปิดให้ใช้ Post-Quantum Address แล้วปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบส่วนตัว:
ฝ่ายนี้มองว่าการแช่แข็งเหรียญไม่ต่างจาก "การยึดทรัพย์ระดับเครือข่าย" ขัดกับหลักการสิทธิในทรัพย์สินของ Bitcoin โดยตรง และยังเสี่ยงสร้างบรรทัดฐานอันตรายที่อาจนำมาใช้อ้างอิงเพื่อยึดเหรียญด้วยเหตุผลอื่นในอนาคต
🛠️ ทางออกที่อาจประนีประนอมได้
คณะที่ปรึกษาเสนอแนวทางกลางๆ หลายข้อ ได้แก่
- Hourglass Design: จำกัดจำนวน P2PK Coin ที่โอนออกได้ต่อบล็อก เพื่อป้องกันแรงกดดันขายกะทันหัน
- BIP-361 (Bitcoin Improvement Proposal หมายเลข 361): ร่างข้อเสนอห้ามลายเซ็น Legacy หลังจากเวลาที่กำหนด แต่เปิดทางให้พิสูจน์ความเป็นเจ้าของด้วย Zero-Knowledge Proof (การพิสูจน์ว่าตนรู้ข้อมูลโดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลนั้น) แบบ Quantum-Resistant สำหรับกระเป๋าที่สร้างจาก Seed Phrase
- PACTs (Provable Address-Control Timestamps): แนวคิดของ แดน โรบินสัน (Dan Robinson) นักวิจัยจาก Paradigm ให้เจ้าของเหรียญ "ผูกมัด" ไว้ล่วงหน้าว่าจะย้ายไปยัง Quantum-Safe Address ในอนาคต โดยไม่ต้องเปิดเผยการเคลื่อนไหวบน Blockchain ตอนนี้
คณะที่ปรึกษาไม่ได้สนับสนุนแนวทางใดแนวทางหนึ่งอย่างเป็นทางการ แต่มีข้อเสนอแนะ 2 ข้อที่ชัดเจน คือให้เริ่มงานพัฒนาด้านเทคนิคทันที และให้สื่อสารกับผู้ใช้งานให้ชัดขึ้น เพื่อไม่ให้ชุมชนต้องเดาเอาเองว่าจะเกิดอะไรขึ้น
คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยระดับโลก ได้แก่ เยฮูดา ลินเดลล์ (Yehuda Lindell) หัวหน้าฝ่ายวิทยาการเข้ารหัสของ Coinbase และศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย Bar-Ilan, แดน โบเนห์ (Dan Boneh) จาก Stanford, สก็อตต์ อารอนสัน (Scott Aaronson) จาก UT Austin, จัสติน เดรก (Justin Drake) นักวิจัยจาก Ethereum Foundation, สรีรัม คันนัน (Sreeram Kannan) จาก Eigen Labs และมหาวิทยาลัยวอชิงตัน รวมถึง ดาเลีย มัลคี (Dahlia Malkhi) จาก UCSB
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉Adam Back ย้ำ Bitcoin ต้องเริ่มเตรียมระบบต้านควอนตัมวันนี้ แม้ภัยคุกคามยังอยู่ในห้องแล็บ
👉 ผู้เชี่ยวชาญชี้! ปี 2026 ยังไม่ใช่ "วันสิ้นโลกคริปโต" จากควอนตัม แต่ถึงเวลาต้องเริ่มวางแผนรับมือ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitcoin ควอนตัม, Coinbase Quantum Report, Address Reuse Bitcoin, Post-Quantum Cryptography, Cold Wallet ความเสี่ยง, BIP-361, ECDSA ควอนตัม, Bitcoin ความปลอดภัย 2568
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com