Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Kelp DAO - Aave เตรียมคืนชีพ rsETH! หลังคืบหน้าแผนกู้คืนระบบจากเหตุการณ์ถูกแฮก
13 May 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

Kelp DAO - Aave เตรียมคืนชีพ rsETH! หลังคืบหน้าแผนกู้คืนระบบจากเหตุการณ์ถูกแฮก

Kelp DAO และ Aave ประกาศว่าจะทยอยกลับมาเปิดให้บริการที่เกี่ยวข้องกับ rsETH ภายในไม่กี่วัน หลังจากดำเนินการฟื้นตัวขั้นแรกสำเร็จจากเหตุแฮกครั้งใหญ่ที่สุดใน DeFi ปี 2026 มูลค่า 292 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.06 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา โดยเชื่อว่ากลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ Lazarus Group อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้

 

🔓 Kelp DAO เตรียมเปิดถอนเงินใน 24 ชั่วโมง

 

Kelp DAO ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า rsETH จำนวน 117,132 หน่วย ซึ่งเป็นจำนวนที่ถูกขโมยไปเมื่อวันที่ 18 เมษายน จะถูกเติมกลับเข้าสู่ LayerZero OFT Adapter (ตัวรองรับการโอน rsETH ข้ามบล็อกเชนผ่านระบบ LayerZero) บน Ethereum mainnet ทีละส่วนในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยมาจาก Aave Recovery Guardian และ Kelp Recovery Safe

 

"Kelp จะเปิดให้ถอนเงินได้ ภายในประมาณ 24 ชั่วโมงหลังจากเติม tranche แรก เข้า LayerZero OFT adapter" โดย Kelp ระบุว่าเมื่อ smart contract กลับมาทำงานตามปกติแล้ว ระบบทั้งหมด ทั้งการฝาก การถอน การ bridge ข้ามเชน และการเคลม รางวัล จะกลับมาให้บริการตามปกติ

 

🔐 อัปเกรดความปลอดภัยรอบด้าน

 

ในแง่ความปลอดภัย Kelp DAO ได้ดำเนินการอัปเดตสำคัญสำหรับการ bridge ผ่าน LayerZero ทั้งหมดแล้ว ได้แก่:

 

  • เพิ่มจำนวน attestor (ผู้ยืนยันธุรกรรม) จาก 1 รายเป็น 4 รายอิสระ
  • เพิ่มจำนวน block confirmations จาก 42 เป็น 64 บล็อก
  • ยกเลิกเส้นทาง L2-to-L2 ที่มีความเสี่ยงทั้งหมด

 

นอกจากนี้ Kelp ยังอยู่ระหว่างการย้ายระบบ bridge จาก LayerZero ไปยัง Chainlink CCIP (Cross-Chain Interoperability Protocol — โปรโตคอลรองรับการโอนสินทรัพย์ข้ามเชนของ Chainlink) ตามที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

 

🏛️ Aave ยืนยัน — เผา rsETH ของแฮกเกอร์บน Arbitrum สำเร็จ

 

ฝั่ง Aave (แพลตฟอร์มปล่อยกู้แบบกระจายศูนย์รายใหญ่ที่สุดใน DeFi) ยืนยันว่าขั้นตอนแรกของแผนฟื้นตัว rsETH เสร็จสิ้นแล้ว รวมถึงการ burn (ทำลาย) rsETH ของผู้ก่อเหตุบนเครือข่าย Arbitrum สำเร็จ โดย Aave ระบุว่าจะทยอยเติม rsETH กลับเข้า LayerZero OFT Adapter และเปิดให้บริการต่อในอีกไม่กี่วัน

 

🔍 ย้อนรอยเส้นทางการฟื้นตัว

 

การโจมตี Kelp DAO เมื่อ 18 เมษายนถือเป็น เหตุแฮก DeFi ที่ใหญ่ที่สุดในปี 2026 โดยกลุ่ม Lazarus Group ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ ถูกระบุว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง หลังการโจมตี แฮกเกอร์ได้นำ rsETH ที่ขโมยมาส่วนใหญ่ไปวางเป็นหลักประกัน (collateral) บน Aave เพื่อกู้ยืม WETH สร้างหนี้เสีย (bad debt) ให้แก่โปรโตคอลกว่า 190 ล้านดอลลาร์ (ราว 6,149 ล้านบาท)

 

เหตุการณ์นี้นำไปสู่การก่อตั้ง DeFi United โดย Aave เป็นผู้นำ ซึ่งระดมทุนได้กว่า 300 ล้านดอลลาร์ในรูป ETH เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อระบบ DeFi

 

ระหว่างกระบวนการฟื้นตัว Arbitrum Security Council ได้อายัดเงินของแฮกเกอร์ราว 72 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,330 ล้านบาท) บนเครือข่าย Arbitrum แต่เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม กลุ่มโจทก์จากคดีฟ้องร้องเกาหลีเหนือด้านการก่อการร้ายหลายคดี ได้ยื่นคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อขัดขวางการโอนเงินดังกล่าว

 

แม้ Arbitrum DAO จะลงมติอนุมัติการโอน แต่คำสั่งศาลทำให้กระบวนการชะงักไประยะหนึ่ง กระทั่ง Aave LLC ยื่นคำร้องฉุกเฉินต่อศาลกลาง โต้แย้งว่าคำสั่งอาศัยข้อสันนิษฐานที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ ท้ายที่สุดศาลอนุญาตให้ Arbitrum โอน ETH ให้ Aave ได้ แต่ยังคงห้าม Aave ขายหรือเคลื่อนย้ายเงินดังกล่าวจนกว่าจะได้รับอนุมัติจากศาล

 

😔 LayerZero ออกมายอมรับผิด

 

ท่ามกลางความพยายามฟื้นฟู LayerZero (โครงสร้างพื้นฐาน cross-chain messaging ที่ให้บล็อกเชนต่างๆ ส่งข้อความและสินทรัพย์ถึงกันได้) ได้ออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการต่อกรณีนี้

 

เดิมทีทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันว่าใครผิด — LayerZero โยนความผิดให้ Kelp DAO ที่ใช้การตั้งค่า DVN แบบ 1-of-1 (ผู้ยืนยันธุรกรรมเพียงรายเดียว) ในขณะที่ Kelp โต้ว่านั่นคือ ค่า default ที่ LayerZero กำหนดมาให้ตั้งแต่แรก โดยอ้างว่า 47% ของแอปบน LayerZero ใช้การตั้งค่าเดียวกันนี้

 

สุดท้าย LayerZero ยอมรับว่าตนทำผิดพลาดที่อนุญาตให้ใช้การตั้งค่า DVN แบบ 1-of-1 กับธุรกรรมมูลค่าสูง และตกหล่งในการตรวจสอบความเสี่ยงดังกล่าว

 

📎 อ่านเพิ่มเติม: 
👉 LayerZero Apologizes Over $292M Kelp DAO Exploit Response, Admits Critical Security Oversight 
👉 Aave Rallies DeFi Partners to Contain Fallout from $292 Million KelpDAO Hack
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block / CoinDesk

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict กรณี Kelp DAO สะท้อนให้เห็นทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งของระบบ DeFi ในเวลาเดียวกัน — ด้านหนึ่งคือช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ยังคงอยู่ในโครงสร้างพื้นฐาน cross-chain, อีกด้านคือความสามารถในการรวมตัวกันฟื้นฟูอย่างรวดเร็วผ่านโครงการอย่าง DeFi United ที่ระดมทุนได้กว่า 300 ล้านดอลลาร์ในเวลาอันสั้น การที่ LayerZero ยอมรับผิดและปรับมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง รวมถึงการที่ Kelp หันมาใช้ Chainlink CCIP อาจเป็นสัญญาณที่ดีว่าอุตสาหกรรมกำลังเรียนรู้และปรับตัว อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งาน DeFi ควรติดตามพัฒนาการของคดีในศาลและกระบวนการฟื้นตัวต่อไปอย่างใกล้ชิด

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Kelp DAO, rsETH, Aave, DeFi exploit, LayerZero, Lazarus Group, DeFi United, Chainlink CCIP, แฮก DeFi 2026

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com