ศาลสั่งปัดตก! คำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของ SBF ชี้ 'หลักฐานใหม่' ไม่มีจริง เป็นแค่แผนกู้ชื่อเสียง
ผู้พิพากษา Lewis Kaplan แห่งศาลรัฐบาลกลางแมนฮัตตัน ปฏิเสธคำร้องของ Sam Bankman-Fried (SBF) อดีต CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง FTX (กระดานเทรดคริปโตที่ล้มละลายปลายปี 2022) ที่ขอให้พิจารณาคดีใหม่โดยอ้างว่ามีหลักฐานและพยานใหม่ พูดง่ายๆ ก็คือ ศาลมองว่าข้ออ้างของ SBF "ไม่มีน้ำหนัก" และเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนกู้ภาพลักษณ์ที่วางไว้ตั้งแต่ก่อนถูกฟ้อง
⚖️ ศาลชี้ "ไม่ใช่หลักฐานใหม่" — ตอกหน้า SBF
ในคำสั่งที่ออกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผู้พิพากษา Kaplan ซึ่งเป็นผู้ดูแลการพิจารณาคดีของ SBF ตั้งแต่ปี 2023 และตัดสินจำคุก 25 ปีในต้นปี 2024 เขียนว่า
"คำร้องนี้ดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของแผนกอบกู้ชื่อเสียงที่ Bankman-Fried วางไว้ — กระทั่งบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร — หลังจากที่ FTX ประกาศล้มละลายแต่ก่อนเขาถูกฟ้อง"
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ SBF ได้ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ภายใต้ผู้พิพากษาคนละท่าน โดยทำการยื่นเองโดยไม่ปรึกษาทีมทนาย ในขณะที่ศาลอุทธรณ์ก็กำลังพิจารณาคำตัดสินและบทลงโทษของเขาอยู่
ที่น่าสนใจคือ ในวันพุธ SBF กลับขอถอนคำร้องดังกล่าว โดยบอกกับผู้พิพากษา Kaplan ว่าเขา "ไม่เชื่อว่าจะได้รับการพิจารณาที่เป็นธรรมต่อหน้าท่าน" ซึ่งคำขอถอนนั้นก็ถูกปฏิเสธเช่นกัน
👥 ข้ออ้างเรื่อง "พยานใหม่" 3 คน — ศาลฟันธง "ไร้น้ำหนักทุกประเด็น"
SBF อ้างว่ามีอดีตผู้บริหาร FTX 3 คน ที่จะสามารถหักล้างข้อกล่าวหาของอัยการที่ว่า FTX อยู่ในภาวะ insolvent (ขาดสภาพคล่อง/ล้มละลายทางบัญชี) ได้ ประกอบด้วย:
- Ryan Salame — อดีต CEO ของ FTX สาขาบาฮามาส ซึ่งภายหลังรับสารภาพในข้อหาละเมิดกฎหมายการระดมทุนหาเสียงและประกอบกิจการโอนเงินผิดกฎหมาย ถูกตัดสินจำคุก 7 ปีครึ่ง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2024
- Daniel Chapsky — อดีตหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ข้อมูลของ FTX
- Nishad Singh — อดีตหัวหน้าทีมวิศวกรรม FTX ที่ทำข้อตกลงรับสารภาพและเป็นพยานปากเอกของอัยการในการพิจารณาคดี
SBF ยังกล่าวหาว่า Singh "เปลี่ยนคำให้การหลังถูกรัฐบาลข่มขู่"
แต่ผู้พิพากษา Kaplan สวนกลับว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้ "ไร้น้ำหนักในหลายระดับที่เป็นเหตุผลเพียงพอในตัวมันเอง" พร้อมระบุว่า
"ไม่มีพยานคนใดเลยที่ถือเป็น 'หลักฐานที่เพิ่งค้นพบ' Bankman-Fried รู้จักทั้งสามคนนี้มาก่อนการพิจารณาคดีนานแล้ว และอ้างว่ารู้ด้วยซ้ำว่าหวังให้พวกเขาให้การอย่างไรหากต้องขึ้นเบิกความ"
ศาลยังชี้ว่า SBF สามารถใช้กระบวนการทางกฎหมายบังคับให้ทั้งสามคนมาให้การได้ตั้งแต่แรก แต่กลับไม่ทำ และข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขู่จากรัฐบาลก็ "เป็นทฤษฎีสมคบคิดอย่างไร้เหตุผล และขัดแย้งกับบันทึกของศาลโดยสิ้นเชิง"
🏛️ ย้อนคดี: 7 ข้อหาฉ้อโกง-ฟอกเงิน
SBF ถูกคณะลูกขุนตัดสินว่ามีความผิดใน 7 ข้อหาทางอาญา ที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงและฟอกเงิน โดยพบว่าเขาโอนเงินลูกค้า FTX มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ไปยัง Alameda Research (กองทุนเฮดจ์ฟันด์เทรดคริปโตที่ SBF ก่อตั้งและควบคุม) อย่างผิดกฎหมาย เพื่อนำไปเทรดความเสี่ยงสูงจนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระดานเทรด FTX ล่มสลายในที่สุด
ปัจจุบัน SBF ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ เรือนจำกลางในเมือง Lompoc รัฐแคลิฟอร์เนีย
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: แม้คดี SBF จะเป็นคดีฉ้อโกงคริปโตที่สะเทือนวงการมากที่สุด แต่ก็ไม่ใช่กรณีเดียว ก่อนหน้านี้เราเคยรายงานคดีฉ้อโกงคริปโตระดับโลกอื่นๆ ไว้
👉 คดีบอส SafeMoon ตัดสินแล้ว! คุก 45 ปี ฐานฉ้อโกงนักลงทุนหลายล้านดอลลาร์
👉 ตุรกีตัดสินจำคุกผู้เกี่ยวข้อง 6 คนในคดีที่ CEO เว็บเทรด Thodex หายตัวไป
👉 ผู้ร่วมก่อตั้งแชร์ลูกโซ่ "OneCoin" ยอมรับสารภาพเรื่องการฉ้อโกง และอาจติดคุกนานถึง 90 ปี
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block / cointelegraph.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ผู้พิพากษา Kaplan ปฏิเสธคำร้องอย่างหนักแน่น พร้อมใช้ถ้อยคำตรงไปตรงมาว่า "เป็นแผนกู้ภาพลักษณ์" สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของสหรัฐฯ ในคดีคริปโตระดับนี้ค่อนข้างเฉียบขาดและไม่เปิดช่องให้ใช้กลยุทธ์ทางกฎหมายยืดเวลา ซึ่งน่าจับตามองไม่น้อย เพราะในระยะยาว ความชัดเจนของบทลงโทษต่อผู้กระทำผิดในระดับ FTX อาจเป็นบรรทัดฐานสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคและนักลงทุนสถาบันมีความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมคริปโตมากขึ้น และช่วยให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสได้รับโอกาสเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีกติกาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO Sam Bankman-Fried, SBF, FTX, คดี FTX, ฉ้อโกงคริปโต, Judge Lewis Kaplan, Alameda Research, กระดานเทรดคริปโต
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com