Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

JPMorgan เล็งเปิดเทรดคริปโตให้ลูกค้าสถาบัน รับแรงหนุนกฎระเบียบสหรัฐฯ ที่เริ่มเปิดทาง
23 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

JPMorgan เล็งเปิดเทรดคริปโตให้ลูกค้าสถาบัน รับแรงหนุนกฎระเบียบสหรัฐฯ ที่เริ่มเปิดทาง

รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า JPMorgan Chase ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังประเมินแนวทางเพิ่มบริการเทรดคริปโตให้ลูกค้ากลุ่มสถาบัน ซึ่งอาจครอบคลุมทั้ง ตลาดสปอต (Spot) และ อนุพันธ์ (Derivatives) โดยอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการพัฒนา และยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ

 

หากเกิดขึ้นจริง นี่จะเป็น “สัญญาณเปลี่ยนเกม” ที่สะท้อนว่า TradFi กำลังขยับจาก “ทดลอง” ไปสู่ “ทำจริง” มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่สหรัฐฯ มีท่าทีเชิงบวกต่อสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่าเดิม และตลาดสถาบันต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้สำหรับการเข้าถึงคริปโต

 

ทำไมข่าวนี้สำคัญต่อวงการคริปโต?

 

การที่ JPMorgan ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารที่มีอิทธิพลสูงสุดของโลก กำลังพิจารณาบริการเทรดคริปโตให้สถาบัน ย่อมกระทบหลายมิติ เช่น

 

  • สภาพคล่อง (Liquidity) จากฝั่งสถาบัน: หากเปิดเทรดจริง อาจช่วยเพิ่มความลึกของตลาด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่สถาบันคุ้นเคย

  • ความชอบธรรม (Legitimacy) ของสินทรัพย์ดิจิทัล: ยิ่งสถาบันการเงินรายใหญ่ “ยอมรับ” มากเท่าไร ภาพรวมการยอมรับในกระแสหลักยิ่งชัด

  • การแข่งขันในกลุ่มธนาคารและโบรกเกอร์: ธนาคารอื่นอาจเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ตาม เพื่อไม่ให้เสียส่วนแบ่งตลาดลูกค้าสถาบัน

 

จุดเปลี่ยนของ JPMorgan: จากเสียงแข็งสู่ทางเลือกเชิงธุรกิจ

 

ก่อนหน้านี้ Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan เคยแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อ Bitcoin หลายครั้ง แต่ในระยะหลัง ธนาคารเริ่ม “เปิดประตู” มากขึ้น โดย Dimon เคยให้สัมภาษณ์/ให้มุมมองว่าธนาคารจำเป็นต้อง “มีส่วนร่วม” กับสิ่งที่ลูกค้าและตลาดต้องการ โดยเฉพาะประเด็น stablecoins ที่กำลังกลายเป็นสนามแข่งขันใหม่ของระบบการเงิน

 

นอกจากนี้ JPMorgan ยังเดินหน้าผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมกับบล็อกเชน เช่น JPMD (deposit token) ที่ถูกพูดถึงว่าเป็น “โทเคนเงินฝาก” สำหรับลูกค้าสถาบันบนเครือข่ายสาธารณะ (Base) สะท้อนทิศทางว่าแบงก์กำลังทดสอบโครงสร้างการชำระเงิน/การเคลื่อนย้ายเงินแบบ onchain ในมิติที่เป็นสถาบันมากขึ้น 

 

บริบทใหญ่: กฎระเบียบกำลัง “จัดระเบียบ” มากกว่า “ปิดกั้น”

 

อีกเหตุผลที่ทำให้ธนาคารขนาดใหญ่เริ่มจริงจัง คือการที่สหรัฐฯ กำลังเดินหน้า “วางกรอบ” มากกว่าปิดกั้น โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตาคือ กฎหมาย/กรอบกำกับ stablecoin อย่าง GENIUS Act ซึ่งถูกกล่าวถึงในสื่อการเงินกระแสหลักว่าเป็นแรงเร่งให้สถาบันการเงินต้องขยับตัวเพื่อความสามารถในการแข่งขัน

 

สรุป

 

หาก JPMorgan เปิดบริการเทรดคริปโตให้ลูกค้าสถาบันจริง จะเป็นอีกหมุดหมายของปีถัดไปที่ทำให้ภาพ “คริปโตในมือสถาบัน” ชัดขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องการลงทุน แต่รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนที่เริ่มขยับเข้าสู่โลก onchain อย่างเป็นรูปธรรม

 

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ linkedin.com