Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ญี่ปุ่นเอาจริง! สภาล่างไฟเขียวร่างกฎหมายคริปโตใหม่ จ่อหั่นภาษีเหลือ 20% เท่าหุ้น-บอนด์ พร้อมเปิดทางจัดตั้งกองทุน Spot ETF
12 June 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

ญี่ปุ่นเอาจริง! สภาล่างไฟเขียวร่างกฎหมายคริปโตใหม่ จ่อหั่นภาษีเหลือ 20% เท่าหุ้น-บอนด์ พร้อมเปิดทางจัดตั้งกองทุน Spot ETF

สภาผู้แทนราษฎร (สภาล่าง) ของญี่ปุ่นมีรายงานว่าได้ผ่านร่างกฎหมายที่จะนำสินทรัพย์คริปโตเข้าสู่กรอบกำกับดูแลตราสารทางการเงินของประเทศ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (มิถุนายน พ.ศ. 2569) พูดง่ายๆ ก็คือ คริปโตกำลังจะถูกปฏิบัติใกล้เคียงกับหุ้นและพันธบัตรมากขึ้น ซึ่งอาจเปิดทางสู่กองทุน Bitcoin ETF ในญี่ปุ่น และลดภาษีกำไรจากคริปโตจากสูงสุด 55% เหลืออัตราคงที่ 20%

 

🏛️ สภาล่างไฟเขียว ดันคริปโตเข้ากรอบกฎหมายตราสารการเงิน

 

ตามรายงานของ Bloomberg สภาผู้แทนราษฎรของญี่ปุ่นได้ผ่านร่างกฎหมายที่จะนำสินทรัพย์คริปโตเข้าอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายตราสารทางการเงินของประเทศ โดยร่างดังกล่าวจะทำให้คริปโตขยับเข้าใกล้การกำกับดูแลแบบเดียวกับหุ้นและพันธบัตร ผ่านการบังคับใช้กฎการซื้อขายที่เข้มงวดขึ้น

 

ขั้นตอนต่อไป ร่างกฎหมายจะต้องผ่านการพิจารณาของวุฒิสภ(สภาสูง) ก่อน และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า (พ.ศ. 2570)

 

ทั้งนี้ บันทึกอย่างเป็นทางการของรัฐสภาญี่ปุ่นระบุว่า ร่างกฎหมายได้ผ่านคณะกรรมาธิการกิจการการเงินไปแล้วเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน อย่างไรก็ตาม ณ เวลาที่มีการรายงานข่าว หน้าติดตามสถานะร่างกฎหมายยังไม่ได้อัปเดตผลการลงมติในที่ประชุมใหญ่แต่อย่างใด

 

💰 หั่นภาษีกำไรคริปโตจาก 55% เหลือ 20% เท่าหุ้น

 

ไฮไลต์สำคัญที่นักลงทุนญี่ปุ่นรอคอยมานานคือเรื่อง "ภาษี" โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจลดภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์คริปโตอย่าง Bitcoin (BTC) และ Ether (ETH) จากปัจจุบันที่เก็บแบบขั้นบันไดสูงสุดถึง 55% ลงมาเหลืออัตราคงที่ (Flat Rate) เพียง 20% เทียบเท่ากับการลงทุนในหุ้นและพันธบัตร

 

อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มมีผลในปี พ.ศ. 2571 (ค.ศ. 2028) ซึ่งช้ากว่าตัวกฎหมายหลักราว 1 ปี

 

📜 จากกฎหมาย "ระบบชำระเงิน" สู่กรอบ "ตลาดการเงิน" เต็มตัว

 

ความคืบหน้าในรัฐสภาครั้งล่าสุดนี้เป็นผลต่อเนื่องจากสัญญาณที่ญี่ปุ่นส่งออกมาตลอดหลายเดือนว่ากำลังเตรียมย้ายคริปโตจากระบอบกำกับดูแลที่เน้น "การชำระเงิน" ไปสู่กรอบ "ตลาดการเงิน" อย่างเต็มรูปแบบ

 

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 สื่อ Asahi Shimbun รายงานว่า FSA (Financial Services Agency หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของญี่ปุ่น เทียบได้กับ ก.ล.ต. ของไทย) ได้ตัดสินใจนำกฎหมาย Financial Instruments and Exchange Act (กฎหมายตราสารทางการเงินและการแลกเปลี่ยน) มาบังคับใช้กับคริปโต ครอบคลุมทั้ง Bitcoin, Ether และโทเคนอื่นๆ ที่ซื้อขายบนกระดานเทรดในประเทศ

 

ต่อมาเอกสารของ FSA ลงวันที่เดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ระบุว่า ข้อเสนอนี้จะย้ายกฎเกณฑ์การทำธุรกรรมคริปโตจากกฎหมาย Payment Services Act (กฎหมายว่าด้วยบริการชำระเงิน) มาอยู่ภายใต้กฎหมายตราสารทางการเงินแทน โดยจะจัดให้คริปโตเป็น "ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน" ประเภทแยกต่างหากจากหลักทรัพย์ พร้อมนำมาตรการสำคัญมาบังคับใช้ ได้แก่

 

  • กฎการเปิดเผยข้อมูล (Disclosure) สำหรับผู้ประกอบธุรกิจและผู้ออกสินทรัพย์
  • การกำกับดูแลกระดานเทรดที่เข้มงวดขึ้น
  • ข้อห้ามการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลภายใน (Insider Trading)
  • บทลงโทษที่หนักขึ้นสำหรับผู้ให้บริการที่ไม่ได้จดทะเบียน

 

นอกจากนี้ ผู้ประกอบธุรกิจธุรกรรมสินทรัพย์คริปโตจะต้องเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่ตนให้บริการ ขณะที่ผู้ออกสินทรัพย์บางประเภทจะมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลเมื่อมีการเสนอขายหรือกระจายในตลาดรอง

 

🚀 ประตูสู่ Crypto ETF ในแดนอาทิตย์อุทัย

 

Bloomberg รายงานว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งนี้อาจเปิดประตูสู่กองทุน ETF (กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) ที่อิงราคาคริปโตในญี่ปุ่น ซึ่งจะมอบช่องทางการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลให้แก่นักลงทุนท้องถิ่น นอกเหนือจากการเทรดผ่านกระดานคริปโตโดยตรง หรือการซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ถือครองโทเคน เช่น Metaplanet (บริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นที่ใช้กลยุทธ์สะสBitcoin เป็นทุนสำรอง)

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: ความเคลื่อนไหวด้านคริปโตในญี่ปุ่นกำลังคึกคัก สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ 
👉 Metaplanet กวาดอีก 5,075 BTC ในไตรมาส 1 ขึ้นแท่นคลัง Bitcoin มหาชนรายใหญ่
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph / Bloomberg / ภาพ cryptoslate.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดการเงินใหญ่ที่สุดของเอเชียยกระดับคริปโตเข้าสู่กรอบกฎหมายตราสารการเงิน ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่อาจกลายเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นในภูมิภาครวมถึงไทย โดยเฉพาะการลดภาษีจาก 55% เหลือ 20% ที่น่าจะช่วยปลดล็อกแรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยญี่ปุ่นที่อั้นมานานได้ไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายยังต้องผ่านด่านวุฒิสภาก่อน และกว่าโครงสร้างภาษีใหม่จะมีผลจริงก็ต้องรอถึงปี พ.ศ. 2571 จึงยังต้องติดตามกระบวนการนิติบัญญัติอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: ญี่ปุ่น, กฎหมายคริปโตญี่ปุ่น, ภาษีคริปโต, Bitcoin ETF, FSA, Financial Instruments and Exchange Act, Japan crypto bill, crypto tax reform

⚠️ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com