Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

‘Jamie Dimon’ ยอมรับ Blockchain คือคู่แข่งที่น่ากลัว! ชี้ ‘Stablecoins’ กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าธนาคาร
07 April 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

‘Jamie Dimon’ ยอมรับ Blockchain คือคู่แข่งที่น่ากลัว! ชี้ ‘Stablecoins’ กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าธนาคาร

เจมี่ ไดมอน (Jamie Dimon) ซีอีโอของ JPMorgan Chase (ธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา) ออกจดหมายถึงผู้ถือหุ้นประจำปีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า Blockchain, Stablecoin (สกุลเงินดิจิทัลที่ตรึงมูลค่ากับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ), Smart Contract (สัญญาอัจฉริยะที่ทำงานบนระบบ Blockchain โดยอัตโนมัติ) และการ Tokenization (การแปลงสินทรัพย์จริงให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลบน Blockchain) กำลังก่อให้เกิด "คู่แข่งชุดใหม่" ที่ท้าทายธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิมอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน JPMorgan เองก็เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน Blockchain ของตัวเองอย่างจริงจังภายใต้แบรนด์ Kinexys

 

ไดมอน ยอมรับ: Blockchain กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการแข่งขัน

 

ในจดหมายผู้ถือหุ้นประจำปีฉบับล่าสุด ไดมอนระบุว่า "เทคโนโลยีใหม่" กำลังยกระดับความเข้มข้นของการแข่งขันในภาคการเงินทั้งระบบ โดยผู้เล่นบน Blockchain กำลังผุดขึ้นมาควบคู่กับคู่แข่งในระบบดั้งเดิม

 

"คู่แข่งชุดใหม่ทั้งหมดกำลังโผล่ขึ้นมาบนฐานของ Blockchain ซึ่งรวมถึง Stablecoin, Smart Contract และ Tokenization รูปแบบอื่นๆ" — เจมี่ ไดมอน

 

Dimon’s shareholder letter.webp
จดหมายถึงผู้ถือหุ้นของไดมอนเน้นย้ำถึงขนาดของธนาคาร ซึ่งรวมถึงสินทรัพย์ของลูกค้า เงินทุนจากตลาดค้าส่ง และเงินฝากของผู้บริโภค ที่มา: เจพีมอร์แกน

 

ถ้อยคำดังกล่าวถือเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งจากผู้นำสถาบันการเงินแห่งวอลล์สตรีทว่า เทคโนโลยีคริปโตกำลังเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดทางการเงินอย่างจริงจัง แม้ว่าก่อนหน้านี้ไดมอนจะมีประวัติวิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin อย่างรุนแรงมาโดยตลอด

 

ทั้งนี้ ไดมอนยังระบุถึง AI (ปัญญาประดิษฐ์), Data และเทคโนโลยีขั้นสูงในฐานะ "กุญแจสำคัญสู่อนาคต" ของ JPMorgan โดยเน้นย้ำว่าความสำเร็จระยะยาวของธนาคารจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการนำ AI มาใช้งานทั่วทั้งองค์กร

 

Kinexys: แพลตฟอร์ม Blockchain ของ JPMorgan มุ่งเป้า $10 พันล้านต่อวัน

 

ขณะที่ยอมรับการเติบโตของคู่แข่งในโลก Blockchain ไดมอนก็ชูแพลตฟอร์มของ JPMorgan เองอย่างชัดเจน โดย Kinexys ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐาน Blockchain ภายในของธนาคาร ถูกออกแบบมาให้รองรับการโอนเงินแบบเกือบทันที (Near-instant) โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางแบบดั้งเดิม

 

แพลตฟอร์มนี้ตั้งเป้าปริมาณธุรกรรมสูงถึง $10,000 ล้านต่อวัน (ราว 3.5 แสนล้านบาท) และกำลังเดินหน้าไปสู่เป้าหมายนั้น หลังจากต้อนรับลูกค้ารายใหม่อย่าง บริษัท Mitsubishi Corporation ของญี่ปุ่น เข้าสู่แพลตฟอร์มเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ลูกค้าสถาบันรายอื่นๆ ได้แก่:

 

  • Qatar National Bank (ธนาคารแห่งชาติกาตาร์)
  • Siemens (กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี)
  • BlackRock (บริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า $10 ล้านล้าน)

 

นอกจากนี้ Kinexys ยังถูกวางตำแหน่งให้เป็นแพลตฟอร์ม Tokenization ในวงกว้าง โดย JPMorgan มีแผนขยายไปยังตลาด Private Credit (สินเชื่อภาคเอกชนนอกตลาด) และ อสังหาริมทรัพย์ อีกด้วย

 

ดราม่า Stablecoin บนเวทีวอชิงตัน

 

ถ้อยแถลงของไดมอนเรื่อง Blockchain และ Stablecoin เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ถกเถียงกันอย่างดุเดือดในสภาคองเกรสสหรัฐฯ โดยหลังจาก GENIUS Act (กฎหมายกำกับดูแล Stablecoin ฉบับแรกของสหรัฐฯ ที่กำหนดกรอบให้ผู้ออก Stablecoin ต้องมีสินทรัพย์หนุนหลังเต็มจำนวนและได้รับใบอนุญาต) ผ่านออกมาเมื่อปีที่แล้ว การออกกฎหมายโครงสร้างตลาดในวงกว้างยังคงติดหล่มอยู่ในสภา

 

Stablecoin.webp
ตลาด Stablecoin มีมูลค่าสูงถึง 315 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก ที่มา: CEX.io 

 

ประเด็นร้อนในขณะนี้คือ Yield-bearing Stablecoin (Stablecoin ที่จ่ายผลตอบแทนดอกเบี้ยให้ผู้ถือ) ซึ่งกลุ่มธนาคารมองว่าเป็นภัยต่อเสถียรภาพการเงิน เพราะช่วยให้ผู้ออกเหรียญสามารถเสนอผลตอบแทนได้โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกับธนาคาร — กลุ่มล็อบบี้อย่าง American Bankers Association (สมาคมธนาคารอเมริกัน) จึงทำให้การต่อต้าน Yield-bearing Stablecoin เป็นวาระนโยบายหลักในปีนี้

 

ความตึงเครียดยังระอุถึงระดับส่วนตัว เมื่อไดมอนและ ไบรอัน อาร์มสตรอง (Brian Armstrong) ซีอีโอของ Coinbase (กระดานซื้อขายคริปโตรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ) ต่างออกมาโต้เถียงกันต่อสาธารณะถึงทิศทางกฎหมายคริปโต โดยไดมอนปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าธนาคารพยายามขัดขวางกระบวนการออกกฎหมาย

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ 
👉 Jamie Dimon เตือนตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ใกล้ "ปั่นป่วน" จน Fed อาจต้องแทรกแซง 
👉 ทรัมป์ลงนามกฎหมาย GENIUS Act กำหนดกรอบควบคุม Stablecoin ฉบับแรกของสหรัฐฯ 
👉 GENIUS Act กำลังเปลี่ยนโฉม Stablecoin: ย้ำจุดยืนใหม่ เน้น "ใช้งาน" มากกว่า "ผลตอบแทน"
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block / cointelegraph ภาพ coindesk.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่เจมี่ ไดมอน ผู้ซึ่งเคยตีตรา Bitcoin ว่าเป็น "การฉ้อโกง" เมื่อหลายปีก่อน ออกมายอมรับต่อผู้ถือหุ้นโดยตรงว่า Blockchain กำลังสร้างคู่แข่งใหม่ให้ภาคธนาคาร ถือเป็นสัญญาณที่ทรงน้ำหนักมากในเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่เพียงแค่ถ้อยคำสุภาพ แต่สะท้อนว่าสถาบันการเงินระดับโลกกำลังปรับท่าทีจาก "ปฏิเสธ" มาเป็น "แข่งขัน" อย่างจริงจัง ทิศทางของ Kinexys ที่มุ่งสู่ Tokenization อสังหาริมทรัพย์และ Private Credit ยังชี้ให้เห็นว่าตลาดสินทรัพย์ดั้งเดิมและโลก Blockchain กำลังเดินเข้าหากันเร็วกว่าที่หลายคนคาด — น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Jamie Dimon, JPMorgan Blockchain, Kinexys, Stablecoin, GENIUS Act, Tokenization, Smart Contract, คู่แข่ง Blockchain

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com