‘Jamie Dimon’ ยอมรับ Blockchain คือคู่แข่งที่น่ากลัว! ชี้ ‘Stablecoins’ กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าธนาคาร
เจมี่ ไดมอน (Jamie Dimon) ซีอีโอของ JPMorgan Chase (ธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา) ออกจดหมายถึงผู้ถือหุ้นประจำปีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า Blockchain, Stablecoin (สกุลเงินดิจิทัลที่ตรึงมูลค่ากับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ), Smart Contract (สัญญาอัจฉริยะที่ทำงานบนระบบ Blockchain โดยอัตโนมัติ) และการ Tokenization (การแปลงสินทรัพย์จริงให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลบน Blockchain) กำลังก่อให้เกิด "คู่แข่งชุดใหม่" ที่ท้าทายธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิมอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน JPMorgan เองก็เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน Blockchain ของตัวเองอย่างจริงจังภายใต้แบรนด์ Kinexys
ไดมอน ยอมรับ: Blockchain กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการแข่งขัน
ในจดหมายผู้ถือหุ้นประจำปีฉบับล่าสุด ไดมอนระบุว่า "เทคโนโลยีใหม่" กำลังยกระดับความเข้มข้นของการแข่งขันในภาคการเงินทั้งระบบ โดยผู้เล่นบน Blockchain กำลังผุดขึ้นมาควบคู่กับคู่แข่งในระบบดั้งเดิม
"คู่แข่งชุดใหม่ทั้งหมดกำลังโผล่ขึ้นมาบนฐานของ Blockchain ซึ่งรวมถึง Stablecoin, Smart Contract และ Tokenization รูปแบบอื่นๆ" — เจมี่ ไดมอน

ถ้อยคำดังกล่าวถือเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งจากผู้นำสถาบันการเงินแห่งวอลล์สตรีทว่า เทคโนโลยีคริปโตกำลังเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดทางการเงินอย่างจริงจัง แม้ว่าก่อนหน้านี้ไดมอนจะมีประวัติวิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin อย่างรุนแรงมาโดยตลอด
ทั้งนี้ ไดมอนยังระบุถึง AI (ปัญญาประดิษฐ์), Data และเทคโนโลยีขั้นสูงในฐานะ "กุญแจสำคัญสู่อนาคต" ของ JPMorgan โดยเน้นย้ำว่าความสำเร็จระยะยาวของธนาคารจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการนำ AI มาใช้งานทั่วทั้งองค์กร
Kinexys: แพลตฟอร์ม Blockchain ของ JPMorgan มุ่งเป้า $10 พันล้านต่อวัน
ขณะที่ยอมรับการเติบโตของคู่แข่งในโลก Blockchain ไดมอนก็ชูแพลตฟอร์มของ JPMorgan เองอย่างชัดเจน โดย Kinexys ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐาน Blockchain ภายในของธนาคาร ถูกออกแบบมาให้รองรับการโอนเงินแบบเกือบทันที (Near-instant) โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางแบบดั้งเดิม
แพลตฟอร์มนี้ตั้งเป้าปริมาณธุรกรรมสูงถึง $10,000 ล้านต่อวัน (ราว 3.5 แสนล้านบาท) และกำลังเดินหน้าไปสู่เป้าหมายนั้น หลังจากต้อนรับลูกค้ารายใหม่อย่าง บริษัท Mitsubishi Corporation ของญี่ปุ่น เข้าสู่แพลตฟอร์มเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ลูกค้าสถาบันรายอื่นๆ ได้แก่:
- Qatar National Bank (ธนาคารแห่งชาติกาตาร์)
- Siemens (กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี)
- BlackRock (บริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า $10 ล้านล้าน)
นอกจากนี้ Kinexys ยังถูกวางตำแหน่งให้เป็นแพลตฟอร์ม Tokenization ในวงกว้าง โดย JPMorgan มีแผนขยายไปยังตลาด Private Credit (สินเชื่อภาคเอกชนนอกตลาด) และ อสังหาริมทรัพย์ อีกด้วย
ดราม่า Stablecoin บนเวทีวอชิงตัน
ถ้อยแถลงของไดมอนเรื่อง Blockchain และ Stablecoin เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ถกเถียงกันอย่างดุเดือดในสภาคองเกรสสหรัฐฯ โดยหลังจาก GENIUS Act (กฎหมายกำกับดูแล Stablecoin ฉบับแรกของสหรัฐฯ ที่กำหนดกรอบให้ผู้ออก Stablecoin ต้องมีสินทรัพย์หนุนหลังเต็มจำนวนและได้รับใบอนุญาต) ผ่านออกมาเมื่อปีที่แล้ว การออกกฎหมายโครงสร้างตลาดในวงกว้างยังคงติดหล่มอยู่ในสภา

ประเด็นร้อนในขณะนี้คือ Yield-bearing Stablecoin (Stablecoin ที่จ่ายผลตอบแทนดอกเบี้ยให้ผู้ถือ) ซึ่งกลุ่มธนาคารมองว่าเป็นภัยต่อเสถียรภาพการเงิน เพราะช่วยให้ผู้ออกเหรียญสามารถเสนอผลตอบแทนได้โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกับธนาคาร — กลุ่มล็อบบี้อย่าง American Bankers Association (สมาคมธนาคารอเมริกัน) จึงทำให้การต่อต้าน Yield-bearing Stablecoin เป็นวาระนโยบายหลักในปีนี้
ความตึงเครียดยังระอุถึงระดับส่วนตัว เมื่อไดมอนและ ไบรอัน อาร์มสตรอง (Brian Armstrong) ซีอีโอของ Coinbase (กระดานซื้อขายคริปโตรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ) ต่างออกมาโต้เถียงกันต่อสาธารณะถึงทิศทางกฎหมายคริปโต โดยไดมอนปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าธนาคารพยายามขัดขวางกระบวนการออกกฎหมาย
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Jamie Dimon เตือนตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ใกล้ "ปั่นป่วน" จน Fed อาจต้องแทรกแซง
👉 ทรัมป์ลงนามกฎหมาย GENIUS Act กำหนดกรอบควบคุม Stablecoin ฉบับแรกของสหรัฐฯ
👉 GENIUS Act กำลังเปลี่ยนโฉม Stablecoin: ย้ำจุดยืนใหม่ เน้น "ใช้งาน" มากกว่า "ผลตอบแทน"
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block / cointelegraph ภาพ coindesk.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่เจมี่ ไดมอน ผู้ซึ่งเคยตีตรา Bitcoin ว่าเป็น "การฉ้อโกง" เมื่อหลายปีก่อน ออกมายอมรับต่อผู้ถือหุ้นโดยตรงว่า Blockchain กำลังสร้างคู่แข่งใหม่ให้ภาคธนาคาร ถือเป็นสัญญาณที่ทรงน้ำหนักมากในเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่เพียงแค่ถ้อยคำสุภาพ แต่สะท้อนว่าสถาบันการเงินระดับโลกกำลังปรับท่าทีจาก "ปฏิเสธ" มาเป็น "แข่งขัน" อย่างจริงจัง ทิศทางของ Kinexys ที่มุ่งสู่ Tokenization อสังหาริมทรัพย์และ Private Credit ยังชี้ให้เห็นว่าตลาดสินทรัพย์ดั้งเดิมและโลก Blockchain กำลังเดินเข้าหากันเร็วกว่าที่หลายคนคาด — น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Jamie Dimon, JPMorgan Blockchain, Kinexys, Stablecoin, GENIUS Act, Tokenization, Smart Contract, คู่แข่ง Blockchain
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com