Grayscale มองว่าแรงกดดันทางมหภาค (macro) และความชัดเจนด้านกฎระเบียบในสหรัฐฯ กำลังปูทางให้ตลาดคริปโตเข้าสู่รอบขาขึ้นครั้งใหม่ในปี 2026 โดย Zach Pandl หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Grayscale ให้สัมภาษณ์ในรายการ CNBC “Crypto World” ว่า ตัวขับเคลื่อนที่ “แรงที่สุด” ยังเป็นฝั่งเศรษฐกิจมหภาค
Pandl ระบุว่า หนี้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้น, การขาดดุลงบประมาณต่อเนื่อง และความกังวลเรื่องค่าเงิน (fiat) เสื่อมค่า ทำให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ทางเลือกนอกเหนือจากสินทรัพย์ดั้งเดิม และในตลาดคริปโต “ตัวหลัก” ที่ได้รับแรงหนุนจากธีมนี้คือ Bitcoin ในฐานะ alternative store of value
เขามองด้วยว่า “ความไม่สมดุล” เหล่านี้ไม่น่าหายไปเร็ว ๆ นี้ ทำให้การปรับพอร์ต (portfolio shift) มีแนวโน้มลากยาวต่อไปถึงปี 2026

กฎสหรัฐฯ ชัดขึ้น = ลดความเสี่ยงข่าวลบ และเปิดทาง “ออกโทเคน” แบบถูกกฎหมาย
อีกแรงขับสำคัญที่ Grayscale เน้นคือ regulatory clarity โดยคาดว่าในช่วงต้นปี 2026 อาจเห็นความคืบหน้าแบบ “สองพรรค” ต่อร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตของสหรัฐฯ หลังปี 2025 ชะงักจากความขัดแย้งทางการเมืองและเหตุการณ์รัฐบาลปิดทำการ (government shutdown)
Pandl ชี้ว่าหากกติกากลางชัดขึ้น บริษัทคริปโตทั้งสตาร์ทอัปและบริษัทใหญ่ รวมถึง Fortune 500 อาจเริ่มพิจารณา ออกโทเคนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเงินทุน (capital structure) ควบคู่ไปกับหุ้นและตราสารหนี้ได้ กล่าวคือ “โทเคน” อาจกลายเป็นอีกช่องทางระดมทุนแบบมาตรฐานในอนาคต เมื่อสถานะทางกฎหมายของสินทรัพย์ดิจิทัลนิ่งพอ
Dragonfly เสริม: Big Tech + ธนาคาร อาจเป็นตัวเร่ง Adoption ในปี 2026
มุมมองนี้สอดคล้องกับ Haseeb Qureshi (Managing Partner ของ Dragonfly) ที่คาดว่า บริษัท Big Tech รายใหญ่ มีโอกาส “ใส่กระเป๋าคริปโต” หรือเข้าซื้อกิจการกระเป๋าเงินคริปโตในปี 2026 ซึ่งอาจพาผู้ใช้ “ระดับพันล้าน” เข้าสู่คริปโตได้ โดยเขาเอ่ยชื่อเป็นไปได้อย่าง Google, Meta หรือ Apple
นอกจากนี้ Qureshi ยังมองว่า Fortune 100 โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารและฟินเทค อาจเร่งสร้าง “บล็อกเชนของตัวเอง” ซึ่งมีแนวโน้มเป็นเครือข่าย private/permissioned แต่ยังเชื่อมกับ public chain ได้ ผ่านโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Avalanche และ modular stack เช่น OP Stack / ZK Stack
ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว: สถาบันการเงินเริ่มทดลองบล็อกเชนมาหลายปี
รายงานยังอ้างว่าหลายสถาบันการเงินขนาดใหญ่ (เช่น JPMorgan, Bank of America, Goldman Sachs) เคยพัฒนาระบบบล็อกเชนแบบ private แล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในเฟสจำกัดหรือทดลอง
ตัวอย่างที่สื่อกระแสหลักรายงานคือ Goldman Sachs มีบล็อกเชน private ที่ใช้ทดสอบงานด้าน tokenized fund redemptions
ภาพที่ Grayscale วางไว้คือ หากแรงกดดันเรื่องหนี้และค่าเงินยังอยู่ พร้อมกับกฎสหรัฐฯ ที่ชัดขึ้นและทำให้บริษัทใหญ่ “กล้าเข้ามา” มากขึ้น ตลาดคริปโตอาจได้แรงส่งรอบใหม่ในปี 2026 โดย Bitcoin ยังคงเป็นศูนย์กลางของธีม store of value ขณะที่ adoption จะถูกเร่งด้วยสถาบันและแพลตฟอร์มผู้ใช้ขนาดใหญ่
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ medium.com