ทุบสถิติรอบ 43 ปี! ราคาทองคำสัปดาห์เดียวร่วง 11% เซ่นพิษสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ
ราคาทองคำร่วงแรง 11% ตลอดสัปดาห์วันที่ 16–20 มีนาคม 2026 ซึ่งนับเป็นการร่วงรายสัปดาห์หนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 1983 โดยมีปัจจัยหลักมาจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามในตะวันออกกลาง และแรงกดดันจากนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ขณะที่ Bitcoin เริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัวในช่วงเดียวกัน
ทองคำดิ่งหนักที่สุดในรอบ 43 ปี — Safe Haven หรือแค่ภาพลวงตา?
ราคาทองคำปิดตลาดวันศุกร์ที่ 20 มีนาคมที่ $4,488 ต่อออนซ์ หลังร่วงลงอีก 3.5% เพียงวันเดียว ส่งผลให้ตลอดสัปดาห์นี้ทองคำสูญเสียมูลค่าไปถึง 11% ซึ่ง TradingView (แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลตลาดการเงิน) ยืนยันว่านี่คือการร่วงรายสัปดาห์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1983

ภาพรวมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นจุดที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน ทองคำปรับตัวลงมาแล้วกว่า 15% จากจุดสูงสุดแถว $5,500 ต่อออนซ์ ที่ทำไว้ในช่วงปลายเดือนมกราคม ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้นักวิเคราะห์หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามถึงสถานะ "Safe Haven" (สินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนหนีไปพึ่งพาในยามวิกฤต) ของทองคำอย่างจริงจัง
สงครามอิหร่านและน้ำมัน — ความเสี่ยงที่ยังไม่จบ
สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านกำลังก่อความปั่นป่วนต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันโลก โดยเฉพาะบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz — เส้นทางเดินเรือสำคัญในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งน้ำมันประมาณ 20% ของโลกต้องผ่านที่นี่) จนเกิดความกังวลเรื่องวิกฤตพลังงานระยะยาว
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในวันศุกร์ว่ากำลังพิจารณา "ลดระดับ" ปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาค และการโจมตีทางอากาศยังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักลงทุนยังคงจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
Fed คุมดอกเบี้ย — อีกหนึ่งแรงกดดันต่อทองคำ
นอกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ นักเทรดยังคาดการณ์ว่า Federal Reserve (ธนาคารกลางสหรัฐฯ) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในปีนี้ ส่งผลให้พันธบัตรและสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย (Yield-Bearing Assets) มีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับทองคำที่ไม่มีดอกเบี้ย
เจอโรม พาวเวล ประธาน Fed ยังกล่าวเมื่อวันพุธว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากสงครามจะผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้นในระยะสั้น — ซึ่งยิ่งเพิ่มเหตุผลให้ Fed ไม่รีบลดดอกเบี้ย และกดดันทองคำต่อไป
Bitcoin เริ่มทวงคืน — แต่ยังสู้รายปีไม่ได้
แม้ทองคำจะร่วงหนัก แต่ถ้ามองย้อนหลัง 12 เดือน ทองคำยังนำอยู่อย่างชัดเจน โดยเพิ่มขึ้น +48.5% ขณะที่ Bitcoin (BTC) ปรับตัวลดลง 16.5% ในช่วงเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ในมิติรายเดือน Bitcoin เริ่มฟื้นตัวและดึงคืนความสูญเสียเมื่อเทียบกับทองคำได้บ้างแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าจับตามองสำหรับนักลงทุนที่กำลังประเมินน้ำหนักพอร์ตระหว่างสองสินทรัพย์นี้
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 "ความผันผวนของ Bitcoin จะทำให้กระแสการลงทุนไหลไปสู่ทองคำ" ซีอีโอเหมืองทองคำในออสเตรเลียกล่าว
👉 Bitcoin Open Interest ดิ่งต่ำสุดรอบปี! สถาบันทิ้ง BTC หรือแค่พักฐานรอตัวเลขเศรษฐกิจ?
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Decrypt.co / cointelegraph ภาพ moneyandbanking
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การร่วงของทองคำครั้งนี้ชวนให้ตั้งคำถามว่าในยามสงครามจริงๆ "สินทรัพย์ปลอดภัย" นั้นคืออะไรกันแน่ เพราะแม้แต่ทองคำที่ถูกมองว่าแข็งแกร่งที่สุดยังสั่นคลอนได้ขนาดนี้ น่าจับตาว่าถ้าสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อออกไป เงินทุนโลกจะเริ่มหาสินทรัพย์ใหม่ที่ไม่มีเพดานภูมิรัฐศาสตร์มากำหนดราคาหรือเปล่า ซึ่ง Bitcoin ในฐานะ "ทองคำดิจิทัล" อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผู้คนหันมามองมากขึ้นในระยะข้างหน้า — แม้ความผันผวนในระยะสั้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเช่นกัน
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: ทองคำร่วง, ราคาทองคำ 2026, สงครามอิหร่าน, Bitcoin vs ทองคำ, Safe Haven, Federal Reserve ดอกเบี้ย, ช่องแคบฮอร์มุซ, สินทรัพย์ปลอดภัย
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com