Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Sam Bankman-Fried เผยเสี้ยวนาทีชี้ชะตา FTX — “ถ้าไม่ลงชื่อยกบริษัท อาจไม่ล้ม”
05 October 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Sam Bankman-Fried เผยเสี้ยวนาทีชี้ชะตา FTX — “ถ้าไม่ลงชื่อยกบริษัท อาจไม่ล้ม”

Sam “SBF” Bankman-Fried อดีตผู้ก่อตั้งและ CEO ของ FTX ยอมรับว่า “ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด” ในเหตุการณ์ล่มสลายของบริษัท มูลค่ากว่า 8 พันล้านดอลลาร์ คือการตัดสินใจยกอำนาจควบคุมให้กับผู้บริหารคนใหม่ ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นการปิดประตูโอกาสสุดท้ายในการกอบกู้บริษัท

ปัจจุบัน SBF กำลังรับโทษจำคุก 25 ปี จาก 7 กระทงความผิดที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางการเงินจาก FTX และ Alameda Research ที่เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2022 ซึ่งส่งผลให้เงินของนักลงทุนสูญหายกว่า 8.9 พันล้านดอลลาร์

เขาเล่าว่า “ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของผม คือการมอบอำนาจให้คนอื่น” — โดยเฉพาะกับ John J. Ray III ผู้ซึ่งเข้ารับตำแหน่ง CEO แทนในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2022

“ไม่กี่นาทีหลังจากที่ผมเซ็นเอกสารโอนอำนาจ ผมได้รับโทรศัพท์เกี่ยวกับข้อเสนอจากนักลงทุนรายหนึ่ง ที่อาจช่วยให้บริษัทรอดพ้นจากการล้มละลาย... แต่ตอนนั้นมันสายเกินไปแล้ว” — Sam Bankman-Fried กล่าวกับ Mother Jones

หลังจากรับตำแหน่งไม่นาน Ray ได้ยื่นฟ้อง ล้มละลาย (Chapter 11) ทันที และว่าจ้างสำนักงานกฎหมายชื่อดัง Sullivan & Cromwell (S&C) เพื่อดูแลกระบวนการทางกฎหมายทั้งหมด

SBF ถูกจับกุมในบาฮามาสเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2022 ก่อนถูกส่งตัวมายังสหรัฐในเดือนมกราคมปีต่อมา

0199aef4-2284-73c7-b80f-97f35f855b33.webp
ที่มา: Documentcloud.org

FTX ล้มเพราะ “ช่องโหว่ Alameda” และการใช้เงินลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

การล่มสลายของ FTX เกิดจากการนำเงินของลูกค้าไปใช้ในบริษัทเทรด Alameda Research เพื่อชดเชยการขาดทุนจากการเทรด ซึ่งต่อมาถูกเรียกว่า “ช่องโหว่ Alameda (Alameda gap)” ทำให้เกิดความเสียหายรวมกว่าหลายพันล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านั้น 2 วัน (9 พ.ย. 2022) ทนายจาก Sullivan & Cromwell ได้ส่งอีเมลถึง SBF เสนอแผนแต่งตั้ง John Ray เป็น “Chief Restructuring Officer” เพื่อเตรียมความพร้อมหากต้องยื่นล้มละลาย

ต่อมาในปี 2024 กลุ่มเจ้าหนี้ของ FTX ได้ยื่นฟ้องสำนักงานกฎหมายดังกล่าว โดยกล่าวหาว่ามีส่วนรู้เห็นในการฉ้อโกงและได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากคดีนี้ แต่ภายหลังคดีถูกถอนฟ้องโดยสมัครใจ

อย่างไรก็ตาม S&C ยังคงได้รับค่าธรรมเนียมจากการล้มละลายของ FTX สูงถึง 171.8 ล้านดอลลาร์ ภายในเดือนมิถุนายน 2024

เจ้าหนี้ FTX ยังรอเงินชดใช้กว่า 4.2 พันล้านดอลลาร์

จนถึงปัจจุบัน FTX ได้เริ่มชำระเงินคืนให้เจ้าหนี้แล้วกว่า 7.8 พันล้านดอลลาร์ โดยมีทรัพย์สินที่กู้คืนได้รวมกว่า 16.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่ายังเหลือเงินอีกประมาณ 8.7 พันล้านดอลลาร์ ที่ต้องชำระคืน

ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา FTX ได้แจกจ่ายเงินรอบที่สามมูลค่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ ให้กับลูกค้า ตามข้อมูลจาก Sunil สมาชิกคณะกรรมการเจ้าหนี้ของ FTX

บริษัทวางแผนว่าจะคืนเงินให้ลูกค้ากว่า 98% ในอัตรา 118% ของยอดคงเหลือ ที่มีอยู่ในบัญชี ณ เดือนพฤศจิกายน 2022

“เหตุการณ์ FTX คือแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ของโลกคริปโต”
การล่มสลายของบริษัทนี้ไม่เพียงส่งผลต่อนักลงทุนหลายล้านราย แต่ยังนำไปสู่ “วิกฤตความเชื่อมั่น” ที่ลากยาวเข้าสู่หนึ่งในตลาดหมีที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยหลังเหตุการณ์เกิดขึ้น ราคา Bitcoin ดิ่งลงไปต่ำสุดที่ 16,000 ดอลลาร์

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ fortune.com