Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Ethereum เสนอระบบ “SPHINCS-” ป้องกันภัยควอนตัมให้กระเป๋าเงินได้ในราคาแค่ 2 บาท ไม่ต้องรอฮาร์ดฟอร์ก
15 June 2026ข่าว ETHโดย Rawiwarn Owattasanee

Ethereum เสนอระบบ “SPHINCS-” ป้องกันภัยควอนตัมให้กระเป๋าเงินได้ในราคาแค่ 2 บาท ไม่ต้องรอฮาร์ดฟอร์ก

Nicolas Consigny หัวหน้าโครงการ Kohaku จาก Ethereum Foundation เสนอแนวทางป้องกันบัญชี Ethereum จากภัยคุกคามควอนตัมคอมพิวเตอร์ในอนาคต ด้วยต้นทุนเพียง $0.07 (~2.30 บาท ณ อัตรา 32.85 บาท/ดอลลาร์ มิถุนายน 2569) ต่อบัญชี โดยไม่จำเป็นต้องรอการอัปเกรดเครือข่ายแบบ Hard Fork ก่อน ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก Glassnode ชี้ว่า Bitcoin กว่า 1.92 ล้านเหรียญ (~10% ของอุปทานทั้งหมด) อาจมีความเสี่ยงในสถานการณ์ที่ควอนตัมคอมพิวเตอร์พัฒนาขึ้นถึงระดับวิกฤต

 

🔐 Ethereum เสนอโซลูชันใหม่ "SPHINCS-" ป้องกันควอนตัมต้นทุนต่ำ

 

ในโพสต์บน X เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นิโคลาส กงซิญีย์ (Nicolas Consigny) หัวหน้าโครงการ Kohaku ของ Ethereum Foundation ได้เผยแพร่งานวิจัยที่เสนอแนวทางป้องกัน Ethereum จากภัยคุกคามควอนตัมคอมพิวเตอร์ในอนาคต ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายอย่างน่าประหลาดใจ — เพียง $0.07 ต่อบัญชี (ประมาณ 2.30 บาท)

 

pasted-image-1469.webp
ที่มา: Ethresearch.ch

 

แนวทางนี้ใช้การดัดแปลงมาตรฐาน SPHINCS+ (มาตรฐานลายเซ็นดิจิทัลป้องกันควอนตัมที่พัฒนาโดย NIST หรือสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติสหรัฐอเมริกา) ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นบนเครือข่าย Ethereum โดยเรียกชื่อย่อว่า "SPHINCS-" (สังเกตเครื่องหมายลบแทนบวก)

 

จุดเด่นสำคัญของ SPHINCS- คือ ไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงโปรโตคอล (Protocol Change) และไม่ต้องรอ Precompile ซึ่งหมายความว่าสามารถนำไปใช้งานได้ก่อนที่จะมีการอัปเกรดเครือข่ายครั้งใหญ่ในรูปแบบ Hard Fork (การเปลี่ยนแปลงซอฟต์แวร์ระดับพื้นฐานที่ทำให้บล็อกเชนแยกออกเป็นสองเส้นทาง)

 

🛤️ SPHINCS- คือสะพานสู่อนาคต "leanSPHINCS"

 

กงซิญีย์อธิบายว่า SPHINCS- เปรียบเสมือน "สะพานเชื่อม" สู่ระบบลายเซ็นดิจิทัลป้องกันควอนตัมในอนาคตที่เรียกว่า leanSPHINCS ซึ่งมีเป้าหมายลดต้นทุนการยืนยันธุรกรรมบนเชนให้ต่ำลงอีกผ่านกระบวนการ Aggregation (การรวมลายเซ็นหลายๆ รายการเข้าด้วยกัน)

 

เป้าหมายหลักของข้อเสนอนี้คือการรับมือกับความเสี่ยงระยะยาวที่ควอนตัมคอมพิวเตอร์อาจโจมตี ECDSA (Elliptic Curve Digital Signature Algorithm — อัลกอริทึมลายเซ็นดิจิทัลบนเส้นโค้งวงรีที่ Ethereum ใช้ยืนยันธุรกรรมในปัจจุบัน) ด้วยโซลูชันที่คุ้มค่าและสามารถใช้งานได้ก่อนที่ Hard Fork เฉพาะทางจะถูกพัฒนาขึ้น

 

⚛️ ภัยควอนตัมในวงการคริปโต: ไม่ใช่แค่ Ethereum ที่เสี่ยง

 

ความกังวลเรื่องควอนตัมคอมพิวเตอร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานคริปโตได้ขยายตัวขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทสตาร์ทอัพ Project Eleven ซึ่งเชี่ยวชาญด้านควอนตัม ได้มอบรางวัลให้แก่นักวิจัย จานคาร์โล เลลลี (Giancarlo Lelli) จากความสำเร็จในการถอดรหัสกุญแจ Elliptic-Curve ขนาด 15 บิต โดยใช้ควอนตัมคอมพิวเตอร์จริง

 

แม้กุญแจ Bitcoin ทั่วไปจะมีขนาด 256 บิต ซึ่งใหญ่กว่ามาก แต่สิ่งที่เลลลีพิสูจน์ได้ผ่านการดัดแปลง Shor's Algorithm (อัลกอริทึมควอนตัมที่ทฤษฎีระบุว่าสามารถเจาะระบบเข้ารหัสแบบ Public Key ได้) คือ ขีดจำกัดทางทฤษฎีนั้นสามารถเริ่มทดสอบได้จริงในเชิงปฏิบัติแล้ว

 

📊 ความเสี่ยงใน Bitcoin ตามข้อมูล Glassnode

 

ประเภทจำนวน BTCสัดส่วนระดับความเสี่ยง
Structurally Unsafe1.92 ล้าน~10%สูง
Operationally Unsafe4.12 ล้าน~20.6%ปานกลาง
ปลอดภัย13.99 ล้าน~69.8%ต่ำ

 

บริษัทวิเคราะห์ออนเชน Glassnode (ผู้ให้บริการข้อมูลบล็อกเชนชั้นนำ) ประเมินว่า Bitcoin ประมาณ 1.92 ล้านเหรียญ (~10% ของอุปทานทั้งหมด) ถูกจัดเป็น "Structurally Unsafe" — หมายความว่ามีโครงสร้างที่เปราะบางต่อการโจมตีด้วยควอนตัมคอมพิวเตอร์ในอนาคต ขณะที่อีก 4.12 ล้านเหรียญ (20.6%) ถูกจัดเป็น "Operationally Unsafe" เนื่องจากแนวปฏิบัติด้านการจัดการกุญแจและที่อยู่กระเป๋า ส่วนที่เหลือ 69.8% หรือ 13.99 ล้านเหรียญ ถือว่ายังปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินของ Ark Invest ในเดือนมีนาคมที่ระบุว่า 65% ของ Bitcoin ยังปลอดภัย

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ผู้เชี่ยวชาญชี้! ปี 2026 ยังไม่ใช่ "วันสิ้นโลกคริปโต" จากควอนตัม แต่ถึงเวลาต้องเริ่มวางแผนรับมือ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph / ภาพ cryptoslate.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ข้อเสนอ SPHINCS- ของทีม Kohaku ถือเป็นสัญญาณที่น่าพอใจว่า Ethereum กำลังเดินหน้าเชิงรุก ไม่ใช่รอให้ภัยควอนตัมกลายเป็นวิกฤตจริงก่อนค่อยตั้งรับ การที่ต้นทุนคุ้มครองบัญชีอยู่ที่เพียง $0.07 (~2.30 บาท) โดยไม่ต้องรอ Hard Fork ทำให้แนวทางนี้มีความเป็นไปได้สูงกว่าการอัปเกรดระดับโปรโตคอลที่ต้องใช้เวลาเตรียมการนานหลายปี น่าจับตามองต่อว่าชุมชนนักพัฒนา Ethereum จะรับไปทดสอบและนำไปใช้งานได้จริงในกรอบเวลาแค่ไหน พร้อมกันนี้ ข้อมูลของ Glassnode ที่ชี้ว่า Bitcoin เกือบ 2 ล้านเหรียญยังเปราะบางต่อควอนตัม ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้งานทุกเครือข่ายหันมาให้ความสำคัญกับสุขอนามัยของกระเป๋าเงิน (Wallet Hygiene) ตั้งแต่วันนี้

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Ethereum, Quantum Computing, Post-Quantum, SPHINCS, ECDSA, ควอนตัมคอมพิวเตอร์, ความปลอดภัยบล็อกเชน, Ethereum Foundation, Bitcoin ความเสี่ยงควอนตัม, Glassnode

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com