Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Ethereum Foundation ประกาศ "พันธกิจหลัก" ย้ำความเป็นกระจายศูนย์ พร้อมส่งสัญญาณปฏิรูปทิศทาง L2
14 March 2026ข่าว ETHโดย Rawiwarn Owattasanee

Ethereum Foundation ประกาศ "พันธกิจหลัก" ย้ำความเป็นกระจายศูนย์ พร้อมส่งสัญญาณปฏิรูปทิศทาง L2

Ethereum Foundation (มูลนิธิไม่แสวงหากำไรที่ดูแลการพัฒนาระบบนิเวศ Ethereum) เผยแพร่เอกสาร Mandate อย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อประกาศทิศทางและบทบาทขององค์กรให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมกับสัญญาณจาก Vitalik Buterin (ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum) ที่เรียกร้องให้ปฏิรูปแนวทาง Layer-2 อย่างจริงจัง หลังปัญหาการรวมศูนย์ในหลายโปรเจกต์ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

 

Ethereum Foundation ย้ำจุดยืน: ผู้ใช้ต้องมีอำนาจสูงสุดเหนือทรัพย์สินของตัวเอง

 

Ethereum Foundation ได้เผยแพร่เอกสารกำหนดพันธกิจ (Mandate) อย่างเป็นทางการ โดยระบุเป้าหมายหลัก 2 ประการ ได้แก่ การรักษาความเป็นกระจายศูนย์ (Decentralization) ของ Ethereum และการคุ้มครองสิทธิ์ให้ผู้ใช้มีอำนาจ "ตัดสินใจขั้นสุดท้าย" (Final Say) เหนือสินทรัพย์และข้อมูลบนเชนของตัวเอง ควบคู่กับการขยายขนาดเพื่อรองรับผู้ใช้ในระดับ Mass Scale

 

Ethereum Foundation.webp
ที่มา : Ethereum Foundation

 

คุณสมบัติหลักที่ Ethereum Foundation ให้คำมั่นว่าจะรักษาไว้ ได้แก่ การต้านทานการเซ็นเซอร์ (Censorship Resistance), โค้ดโอเพ่นซอร์ส (Open Source Code), ความเป็นส่วนตัว (Privacy), ความปลอดภัย (Security) และเทคโนโลยีที่ปกป้องเสรีภาพ (Freedom-Preserving Technology)

 

โฟกัสงานหลัก 4 ด้าน และเป้าหมาย "Walkaway Test"

 

มูลนิธิประกาศว่าจะมุ่งเน้นงาน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การอัปเกรด Core Protocol, งานวิจัยระยะยาว (Long-Horizon Research), ความมั่นคงทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และการพัฒนา Tooling สำหรับนักพัฒนาบนเครือข่าย โดยจะพยายามลดบทบาทขององค์กรลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

จุดที่น่าสนใจที่สุดในเอกสารฉบับนี้คือ แนวคิด "Walkaway Test" ซึ่งมูลนิธิระบุว่าเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ Ethereum Protocol และเลเยอร์แอปพลิเคชันหลักมีความแข็งแกร่งและไว้วางใจได้โดยไม่ต้องพึ่งตัวกลาง ถึงขนาดที่ว่าแม้ Ethereum Foundation และนักพัฒนาหลักในปัจจุบันจะหายไปพรุ่งนี้ เครือข่ายก็ยังสามารถทำงานและพัฒนาต่อไปได้ตามปกติ

 

Vitalik เรียกร้องปฏิรูป Layer-2 ครั้งใหญ่ หลังพบปัญหา "รวมศูนย์" แฝงอยู่ทั่ว

 

เอกสาร Mandate ฉบับนี้เผยแพร่ออกมาท่ามกลางบริบทที่ Vitalik Buterin ออกมาตั้งคำถามต่อทิศทางของ Layer-2 (L2) อย่างตรงไปตรงมาในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

 

Buterin ชี้ว่าเครือข่าย L2 หลายโปรเจกต์ยังมีจุดรวมศูนย์ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Private Trusted Network (เครือข่ายที่ต้องได้รับความไว้วางใจจากผู้ดูแลส่วนกลาง) หรือ Centralized Sequencer (ผู้เรียงลำดับธุรกรรมที่ควบคุมโดยฝ่ายเดียว) และที่น่ากังวลกว่านั้นคือ โปรเจกต์เหล่านี้หลายแห่งไม่มีแผนจะเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลกระจายศูนย์อย่างสมบูรณ์แต่อย่างใด

 

"วิสัยทัศน์เดิมของ L2 และบทบาทที่มีต่อ Ethereum ไม่สมเหตุสมผลอีกต่อไปแล้ว และเราจำเป็นต้องหาเส้นทางใหม่" Buterin ระบุในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

เขายกตัวอย่างว่า L2 ที่อ้างว่ารองรับปริมาณธุรกรรมสูงถึง 10,000 TPS (Transactions Per Second หรือจำนวนธุรกรรมต่อวินาที) แต่ใช้ Multi-Signature Bridge (สะพานเชื่อมโซ่ที่ต้องการลายเซ็นหลายฝ่ายเพื่ออนุมัติธุรกรรม) ในการเชื่อมต่อกับ Layer-1 นั้น ไม่ถือว่าเป็นการ Scale ระบบนิเวศ Ethereum ในแบบกระจายศูนย์อย่างแท้จริง

 

ทิศทางใหม่: L2 ควรเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่ใช่แค่ "เลเยอร์ขยาย"

 

Buterin เสนอแนวคิดใหม่ว่าเครือข่าย L2 จำนวนมากในระบบนิเวศควรเลือกเชี่ยวชาญในกลุ่มเฉพาะทาง เช่น ด้านความเป็นส่วนตัว (Privacy), ระบบพิสูจน์ตัวตน (Identity Solutions), แพลตฟอร์มการเงิน (Finance Platforms) หรือแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย (Social Media Applications) แทนที่จะพยายามทำหน้าที่เป็นเพียงเลเยอร์ขยายขนาดของ Ethereum เพียงอย่างเดียว ซึ่งข้อเสนอนี้ได้รับทั้งเสียงสนับสนุนและข้อกังขาจากโปรเจกต์ L2 ต่างๆ

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับปัญหาในกลุ่ม L2 และการพัฒนาของ Vitalik 
👉 Kinto ปิดฉาก! โปรเจกต์ Ethereum L2 ประกาศปิดตัว หลังถูกแฮกสูญ $1.6 ล้าน 
👉 Vitalik เสนอจำกัด Gas ต่อธุรกรรมใน Ethereum ด้วย EIP-7983 หวังลดความเสี่ยงโดนโจมตี
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: cointelegraph  ภาพ cryptoslate.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ Ethereum Foundation ออกมาประกาศ Mandate อย่างเป็นทางการในช่วงเวลานี้ถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตามอง เพราะนอกจากจะเป็นการตอบสนองต่อแรงกดดันจากชุมชนที่ตั้งคำถามถึงทิศทางของระบบนิเวศแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าทีมพัฒนาหลักพร้อมรับฟังและปรับตัว แนวคิด "Walkaway Test" นั้นน่าสนใจมาก เพราะมันคือการวัดความสำเร็จที่แท้จริงของโปรโตคอลกระจายศูนย์ ไม่ใช่ตัวเลขราคาหรือมูลค่าตลาด สำหรับนักพัฒนาและผู้ที่ติดตาม Ethereum มาอย่างยาวนาน การถกเถียงเรื่อง L2 ที่กำลังเกิดขึ้นอาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างระบบนิเวศที่ดีกว่าในระยะยาวก็เป็นได้

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Ethereum Foundation, Mandate, Vitalik Buterin, Layer-2, Decentralization, L2, ETH, Ethereum scaling, Censorship Resistance

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com