Kinto ปิดฉาก! โปรเจกต์ Ethereum L2 ประกาศปิดตัว หลังถูกแฮกสูญ $1.6 ล้าน
แพลตฟอร์ม Kinto ซึ่งเป็นทั้ง Modular Exchange และเครือข่าย Ethereum Layer 2 ที่ชูจุดขายเรื่องการทำงานแบบ Fully KYC-Compliant สำหรับนักเทรดและสถาบัน ประกาศว่าจะ ปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กันยายน หลังจากเผชิญการแฮกครั้งใหญ่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
รายละเอียดการโจมตี
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม Kinto ถูกเจาะระบบ Smart Contract ที่ซับซ้อน ส่งผลให้แฮกเกอร์สามารถสร้างเหรียญ Kinto ปลอมจำนวน 110,000 KINTO บนเครือข่าย Ethereum Layer 2 (ที่พัฒนาบน Arbitrum) ก่อนนำไปขายออกในตลาด
เหตุการณ์นี้ทำให้ถูกดูดทรัพย์สินออกจาก Morpho Lending Vault และ Uniswap v4 Liquidity Pool เป็นมูลค่ารวม 577 ETH (ประมาณ $1.55 ล้าน) ส่งผลให้ราคาของเหรียญ KINTO ดิ่งลงกว่า 95% ทันทีหลังการแฮก
แม้ช่องโหว่นี้จะถูกนักวิจัยด้านความปลอดภัยแจ้งเตือนไว้ก่อน แต่ Kinto ไม่สามารถอุดช่องโหว่ได้ทันเวลา และถูกโจมตีเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการเปิดเผย
ความพยายามฟื้นฟูและความล้มเหลว
หลังเหตุการณ์ Kinto ได้พยายามกอบกู้สถานการณ์ด้วยการระดมทุน $1 ล้าน ภายใต้โครงการ “Phoenix” เพื่อออกโทเคนใหม่และเติมสภาพคล่องกลับเข้าไปในระบบ อย่างไรก็ตาม หนี้สินจากการกู้เพื่อฟื้นฟูได้ทำให้การหาเงินทุนต่อไปแทบเป็นไปไม่ได้
Ramón Recuero ผู้ก่อตั้ง Kinto (และผู้ก่อตั้ง Babylon Finance ซึ่งเคยประสบเหตุสูญเสีย $3.4 ล้านจากการแฮก Rari Protocol) ประกาศว่าทีมงานจะปิดโครงการอย่างเป็นระเบียบ พร้อมหาทางคืนเงินให้ผู้ใช้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
การคืนเงินให้ผู้ใช้งาน
ผู้ให้กู้ในโครงการ Phoenix จะได้รับคืนทุนประมาณ 76% ของเงินต้น
Recuero จะนำเงินส่วนตัว $55,000 มาช่วยเหลือผู้ที่มีหนี้เสียจาก Morpho สูงสุดไม่เกิน $1,100 ต่อที่อยู่กระเป๋า
หากมีการกู้คืนทรัพย์สินเพิ่มเติมในอนาคต ผู้เสียหายยังสามารถรับเงินคืนได้
Recuero ย้ำว่า
“เราไม่เลือกที่จะหายไปแบบ Zombie Project แต่จะปิดตัวอย่างโปร่งใสและปกป้องผู้ใช้กับผู้ให้กู้ให้ดีที่สุด”
สรุป
การปิดตัวของ Kinto ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาสำคัญในวงการ DeFi และ Ethereum Layer 2 ที่ตอกย้ำว่าความปลอดภัยยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ แม้โปรเจกต์จะพยายามสร้างความน่าเชื่อถือด้วยระบบ KYC ก็ตาม
อ้างอิง : theblock.co
ภาพ financialit.net