Glassnode ชี้ผู้ใช้ใหม่ Ethereum พุ่ง ดันกิจกรรมเครือข่ายแตะ 8 ล้านแอดเดรส
เครือข่าย Ethereum (ETH) กลับมาคึกคักอย่างชัดเจนในช่วง 30 วันที่ผ่านมา หลังแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลออนเชน Glassnode รายงานว่า “activity retention” หรือสัดส่วนผู้ใช้ที่กลับมาใช้งานต่อเนื่อง เกือบเพิ่มเป็นสองเท่า สะท้อนว่ารอบนี้ไม่ใช่แค่ผู้ใช้เดิมที่กลับมา แต่มี “ผู้ใช้ใหม่” ไหลเข้าระบบมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพรวมของระบบนิเวศ Ethereum ในมุม ข่าวคริปโต และการใช้งานจริง
Activity Retention พุ่ง: ผู้ใช้ใหม่ดันจาก 4 ล้านเป็น 8 ล้านแอดเดรส
Glassnode ระบุว่า activity retention แบบรายเดือน (month-over-month) ของกลุ่มผู้ใช้ใหม่เพิ่มขึ้นแรง โดยจำนวนแอดเดรสที่เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับเครือข่าย พุ่งจากราว 4 ล้านเป็นราว 8 ล้านแอดเดรส ภายในเดือนเดียว
การที่ตัวเลขนี้โตเร็ว มีนัยว่า “การเติบโตของกิจกรรม” ไม่ได้เกิดจากคนกลุ่มเดิมวนกลับมาอย่างเดียว แต่เกิดจาก กระแสผู้ใช้หน้าใหม่ ที่เริ่มใช้งาน Ethereum มากขึ้น
Activity retention คืออะไร และสำคัญยังไง
Activity retention เป็นตัวชี้วัดว่าผู้ใช้ “อยู่ต่อ” และกลับมาใช้งานต่อเนื่องหรือไม่ ไม่ใช่แค่แวะมาใช้งานครั้งเดียวแล้วหายไป
ถ้า retention สูงขึ้น มักตีความได้ว่าเครือข่ายมี “แรงยึดเกาะ” ของผู้ใช้ดีขึ้น
ช่วยสะท้อนความแข็งแรงของ ecosystem มากกว่าดูแค่ราคาเหรียญ

ธุรกรรมรายวันทำสถิติใหม่ 2.8 ล้านครั้ง หนุนโดย Stablecoin
อีกฝั่งหนึ่ง ข้อมูลการใช้งานชี้ว่า ธุรกรรมรายวันของ Ethereum ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2.8 ล้านครั้ง และถ้าเทียบปีต่อปี ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมาก
รายงานยังชี้ว่าการเติบโตส่วนหนึ่งมาจาก การใช้งาน stablecoin บน Ethereum ที่พุ่งสูง ขณะเดียวกันค่าธรรมเนียม (gas fee) มีแนวโน้มลดลงจากการที่ Ethereum “ผลักงาน execution ไปที่ L2” และใช้ L1 เป็นชั้น settlement ที่ยังคงความปลอดภัย

L2 ช่วยอะไร ทำไมคนถึงกลับมาใช้ Ethereum
แนวทาง scaling ที่พึ่ง L2 ทำให้
การทำธุรกรรม “เร็วขึ้น” และ “ถูกลง” สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
L1 ยังทำหน้าที่ “ปิดบัญชี/ยืนยันผล” อย่างปลอดภัย
นี่คือโครงสร้างที่ทำให้ Ethereum ถูกมองว่าเริ่มเข้าใกล้การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานการเงินที่สเกลได้จริง”
มุมมองตลาด: ETF ไหลเข้า + Staking สูง หนุนโอกาสเบรกเอาต์
ฝั่งนักวิเคราะห์มองว่า sentiment ต่อ Ethereum ดีขึ้นจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น
เงินทุนบางส่วนไหลกลับเข้าเครื่องมืออย่าง ETF
การใช้งาน stablecoin และโปรโตคอลคริปโตพื้นฐานกลับมาคึกคัก
ตัวเลข staking ใกล้ 36 ล้าน ETH สะท้อนผู้ถือระยะยาวยังมีความเชื่อมั่น
โดยรวมแล้ว เมื่อ “การใช้งานจริง” โตพร้อมกับสัญญาณเชิงสถาบัน ตลาดจึงเริ่มพูดถึงโอกาสที่ ETH จะเกิด breakout เหนือแนวต้านสำคัญในระยะสั้นได้ หากสภาพคล่องและแรงซื้อต่อเนื่องยังคงอยู่
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ thedefiant.io
รู้ข่าวก่อนตลาดเคลื่อนไหว กับ Bitcoin Addict
Tag : Ethereum Stablecoin