ETH ดีดแตะ $3,000 แต่เทรดเดอร์ไม่มั่นใจ! ฟิวเจอร์สและออปชันส่งสัญญาณ “ยังกลัวลงอยู่”
ราคา Ether (ETH) ดีดขึ้นราว 8% แตะระดับ $3,000 ตามกระแสรีบาวด์ของตลาดคริปโตโดยรวม หลังนักลงทุนเริ่มคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นในตลาดการเงินดอลลาร์
แต่แม้ราคา ETH จะฟื้น ตัวเลขจากตลาดอนุพันธ์และค่าธรรมเนียมเครือข่ายกลับส่งสัญญาณว่า เทรดเดอร์มืออาชีพยังไม่ค่อยเชื่อในขาขึ้นรอบนี้ เท่าไรนัก

ทำไม ETH ขึ้น แต่สัญญาณยังไม่ “กระทิงเต็มตัว”?
ในภาพรวม ราคา ETH ขยับขึ้นตามบรรยากาศ “เสี่ยงได้มากขึ้น” (risk-on) หลัง
Fed หยุดลดขนาดงบดุลตั้งแต่ 1 ธ.ค.
ตลาดคาดว่า Fed อาจลดดอกเบี้ยในการประชุม 10 ธ.ค.
สถาบันการเงินสหรัฐฯ ใช้ธุรกรรมรีโป (Repo) เพิ่มขึ้น ทำให้สภาพคล่องในระบบดีขึ้น

ดัชนีหุ้นเทคโนโลยีอย่าง Nasdaq กลับขึ้นมาอยู่เพียงราว 3% ใต้จุดสูงสุดตลอดกาล ขณะที่คริปโตฟื้นตาม แต่เมื่อมองเฉพาะ Ethereum จะเห็นชัดว่า ETH ยัง “ตามหลัง” หุ้นสหรัฐ และนักลงทุนสายอนุพันธ์ยังไม่กล้าเปิดฝั่ง Long หนัก ๆ
ฟิวเจอร์สและออปชัน ETH ส่งสัญญาณ “ยังกลัวลงอยู่”
ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ ETH บอกเรื่องเดียวกันคือ เทรดเดอร์ยังเฮดจ์ขาลงอย่างจริงจัง

ส่วนต่างราคา (Annualized Premium) ของฟิวเจอร์สรายเดือนเทียบกับตลาดสปอตอยู่ที่ราว 3%
ตัวเลขต่ำกว่า 5% สะท้อนว่าดีมานด์สำหรับการเปิด Long แบบใช้เลเวอเรจยังอ่อนมาก โดยเฉพาะหลัง ETH ร่วงไปแล้วกว่า 22% ในรอบ 30 วันในฝั่งออปชัน สัญญา Put (สิทธิขาย) ซื้อขายที่ราคาพรีเมียมสูงกว่า Call (สิทธิซื้อ) ประมาณ 6%
ขณะที่ก่อนหน้าไม่นานค่า skew ยังอยู่ที่ระดับกลาง ๆ ราว 4% เท่านั้น การที่ Put แพงกว่าชัดเจนมักตีความได้ว่า ตลาดกำลัง กลัวขาลงมากกว่าหวังขาขึ้น
แปลสั้น ๆ คือ ถึง ETH จะรีบาวด์ แต่คนเล่นฟิวเจอร์ส–ออปชันยัง “ถือโล่ไว้ก่อน ไม่กล้าโยนทิ้งแล้วหยิบดาบอย่างเดียว”
แม้ Fed ผ่อนเกมการเงิน แต่ความเสี่ยงใหม่ถาโถมใส่คริปโต
อีกด้านหนึ่ง ยังมีปัจจัยลบที่ถ่วงบรรยากาศคริปโตโดยรวม เช่น
ความกังวลเรื่องการลงทุนเกินตัวในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
แรงกดดันใหม่ต่อตลาด Stablecoin จากฝั่งกำกับดูแล
จีนประกาศเข้มงวดมากขึ้นต่อการฟอกเงินและโอนเงินข้ามแดนที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล
ทั้งหมดนี้ทำให้แม้สภาพแวดล้อมการเงินทั่วโลกจะ “ผ่อน” ลง แต่ ดีมานด์คริปโตไม่ได้ฟื้นแรงเท่าที่หลายคนหวัง โดยเฉพาะฝั่ง Ethereum
ค่าธรรมเนียม Ethereum ดิ่งต่ำสุดรอบ 3 ปี ขณะที่ Tron–Solana ฟียังโต

อีกหนึ่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าดีมานด์บนเครือข่าย Ethereum ชะลอลง คือ
ค่าธรรมเนียมรวมรายสัปดาห์ของ Ethereum ลดลงเหลือประมาณ 2.6 ล้านดอลลาร์
จากระดับราว 5.1 ล้านดอลลาร์เมื่อสี่สัปดาห์ก่อน หรือร่วงลงถึง 49%
สาเหตุหลักมาจาก
ปริมาณเทรดบน DEX (Decentralized Exchange) ลดลง เหลือราว 13.4 พันล้านดอลลาร์ในรอบ 7 วัน จากจุดพีคแถว 36.2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม
ในขณะที่ฝั่งคู่แข่งอย่าง Tron และ Solana กลับมีค่าธรรมเนียมรวมรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นราว 9% ซึ่งตีความได้ว่าดีมานด์ในการใช้งานโปรโตคอลและแอปฯ บนสองเชนนี้ยังเติบโตสวนทางกับ Ethereum
สำหรับนักลงทุนระยะยาว นี่คือคำถามสำคัญว่า ส่วนแบ่งการใช้งาน (usage) และค่าฟีในระบบ DeFi กำลังไหลไปหาคู่แข่งมากขึ้นหรือไม่
Fusaka Upgrade: เทคโนโลยีเดินหน้า แต่ดีมานด์แอปฯ ยังแผ่ว
ด้านเทคนิค Ethereum เตรียมอัปเกรด Fusaka ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในเรื่อง
การเพิ่มขีดความสามารถด้าน scalability
ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานและการจัดการกระเป๋า (wallet) ให้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ภาพในปัจจุบันคือ ความต้องการใช้งาน dApp และ DeFi ยังต่ำ ส่งผลให้ค่าธรรมเนียมถูกและปริมาณธุรกรรมไม่คึกคัก เมื่อไม่มี “แรงใช้จริง” รองรับ การที่ ETH จะ Outperform ตลาดคริปโตโดยรวมในระยะสั้นจึงยังไม่มีสัญญาณชัดเจน
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ coinjournal.net