
เอลซัลวาดอร์เปิดแอป Sivar ชิงเค้กโอนเงินกลับบ้าน 9,000 ล้านดอลลาร์ เลือกสเตเบิลคอยน์แทน Bitcoin
เอลซัลวาดอร์เปิดตัวแอปโอนเงินชื่อ Sivar พัฒนาโดยบริษัท Modveon ร่วมกับ Coinbase เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดเงินโอนกลับบ้าน (Remittance) มูลค่าราว 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 302,400 ล้านบาท อัตราแลกเปลี่ยน 33.6 บาทต่อดอลลาร์) ที่ไหลเข้าประเทศในปี 2568 ตามรายงานของ CryptoSlate โดยประมาณ 92% ของเงินโอนทั้งหมดมาจากสหรัฐฯ และมีชาวเอลซัลวาดอร์ราว 1.6 ล้านคนที่พึ่งพาเงินโอนกลุ่มนี้เป็นรายได้หลัก ที่น่าสนใจคือแอปนี้เลือกใช้สเตเบิลคอยน์ในการชำระเงินแทนที่จะเป็น Bitcoin
Sivar ทำงานอย่างไร
Sivar ใช้โครงสร้างพื้นฐานของ Coinbase ในการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์บนเครือข่าย Base (บล็อกเชน Layer 2 ของ Coinbase) คิดค่าธรรมเนียมคงที่ 2 ดอลลาร์ (ราว 67 บาท) ต่อการโอนหนึ่งครั้งไม่ว่าจะโอนจำนวนเท่าใด ผู้ใช้ในสหรัฐฯ สามารถเติมเงินผ่านบัตรเดบิต ส่วนผู้รับปลายทางในเอลซัลวาดอร์จะได้รับมูลค่าเข้ากระเป๋าเงินที่ฝังอยู่ในแอปโดยตรง โดยไม่ต้องจัดการกับธุรกรรมบล็อกเชนด้วยตัวเอง ก่อนเปิดตัวจริงมีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วกว่า 25,000 คน และมีจุดแลกเงินสดมากกว่า 1,000 จุดทั่วประเทศ
ทำไมเลือกสเตเบิลคอยน์แทน Bitcoin
ฟาร์ยาร์ ชีร์ซาด (Faryar Shirzad) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายของ Coinbase อธิบายว่า "เศรษฐศาสตร์ของระบบนี้ทำงานได้เพราะเงินโอนเคลื่อนที่เป็นดอลลาร์ดิจิทัลทั้งหมด" สเตเบิลคอยน์ช่วยรักษามูลค่าให้ผูกกับดอลลาร์ในขณะที่ยังสามารถชำระเงินผ่านบล็อกเชนได้ ตัดปัญหาความผันผวนของราคาที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการใช้ Bitcoin ในชีวิตประจำวัน และช่วยซ่อนความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐานคริปโตไว้เบื้องหลัง ทำให้คนที่ไม่คุ้นเคยกับสินทรัพย์ดิจิทัลก็โอนเงินได้โดยไม่ต้องเข้าใจเรื่องบล็อกเชน
"เศรษฐศาสตร์ของระบบนี้ทำงานได้เพราะเงินโอนเคลื่อนที่เป็นดอลลาร์ดิจิทัลทั้งหมด"
— ฟาร์ยาร์ ชีร์ซาด ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบาย Coinbase
Bitcoin ยังไม่ได้ถูกทิ้ง แค่ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไข IMF
แม้แอปใหม่นี้จะเลือกสเตเบิลคอยน์ แต่เอลซัลวาดอร์ยังคงถือ Bitcoin ในกองทุนสำรองยุทธศาสตร์ (Strategic Bitcoin Reserve) อยู่ราว 7,789 BTC (คิดตามราคาตลาดปัจจุบันราว 83,500 ดอลลาร์ต่อเหรียญ มีมูลค่าราว 650 ล้านดอลลาร์ หรือราว 21,840 ล้านบาท) ตามที่ทีมข่าวเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ว่ารัฐบาลไม่สามารถซื้อ Bitcoin เพิ่มด้วยเงินภาครัฐได้ตามเงื่อนไขของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ผูกมากับเงินกู้ที่เอลซัลวาดอร์ได้รับ การหันมาใช้สเตเบิลคอยน์กับผลิตภัณฑ์โอนเงินจึงเป็นทางเลือกที่ไม่ขัดกับเงื่อนไขดังกล่าว มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลเลิกสนับสนุน Bitcoin
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานความเคลื่อนไหวด้านนโยบายคริปโตของเอลซัลวาดอร์ไว้ก่อนหน้านี้
👉 IMF ยืนยัน El Salvador ซื้อ Bitcoin เพิ่มด้วยเงินบริจาคเอกชน ปลดล็อกเงินกู้ 140 ล้านดอลลาร์
👉 เว็บเทรด "Bitfinex Securities El Salvador" ได้รับใบอนุญาตผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลในเอลซัลวาดอร์
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CryptoSlate, Coinbase Blog
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
กรณี Sivar สะท้อนภาพที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในตลาดคริปโตว่า Bitcoin กับสเตเบิลคอยน์ถูกใช้ตอบโจทย์คนละแบบ Bitcoin เหมาะกับการเก็บมูลค่าระยะยาวและเป็นสัญลักษณ์นโยบายของเอลซัลวาดอร์ ส่วนสเตเบิลคอยน์ตอบโจทย์การใช้งานจริงที่ต้องการความเสถียรของมูลค่าแบบรายวัน อย่างการโอนเงินกลับบ้านที่ผู้รับต้องพึ่งพาเงินจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ประเด็นที่ยังไม่มีคำตอบคือ Sivar จะแย่งส่วนแบ่งจากผู้ให้บริการโอนเงินแบบดั้งเดิมอย่าง MoneyGram ได้มากแค่ไหน เมื่อค่าธรรมเนียมคงที่ 2 ดอลลาร์ถูกกว่าธุรกิจโอนเงินแบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com