ส่อดราม่า! เอลซัลวาดอร์ซื้ออีก 1,090 BTC ทั้งที่ IMF ขอให้หยุดสะสม
เอลซัลวาดอร์ ประเทศแรกของโลกที่ประกาศให้ Bitcoin เป็นสกุลเงินถูกกฎหมาย กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังรัฐบาลประกาศซื้อ Bitcoin เพิ่มจำนวน 1,090 BTC มูลค่ากว่า $100 ล้าน ทั้งที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ต้อง “จำกัด” ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin เพื่อแลกกับเงินกู้จำนวน $1.4 พันล้านดอลลาร์
การซื้อครั้งใหม่นี้ทำให้ยอดสำรองของรัฐบาลเพิ่มเป็น 7,474 BTC จากเดิม 5,968 BTC ในช่วงที่ประเทศลงนามกับ IMF เมื่อเดือนธันวาคม 2024
IMF บอกว่าไม่ซื้อเพิ่ม — แต่ข้อมูลจากรัฐกลับสวนทาง
ในรายงานของ IMF เมื่อเดือนกรกฎาคม ระบุว่า เอลซัลวาดอร์ “ไม่ได้ซื้อ Bitcoin เพิ่ม” หลังทำสัญญาเงินกู้ แต่ข้อมูลจาก Bitcoin Office ของรัฐบาล กลับบอกว่ามีการซื้อเพิ่มเรื่อย ๆ จนถึงดีลล่าสุดที่ใหญ่ผิดปกติ

IMF ยังย้ำว่าเอลซัลวาดอร์ต้องลดการพึ่งพา Bitcoin ในภาคสาธารณะ รวมถึงปรับบทบาทของกระเป๋า Chivo เพื่อบริหารความเสี่ยงทางการคลัง
จุดที่ทำให้เกิดคำถามคือ รายงานบอกว่า “ข้อมูลสำรอง BTC ของ Chivo ไม่ได้อัปเดตตามการเปลี่ยนแปลงจากผู้ใช้” จนอาจทำให้ตัวเลขสงวน BTC ดูเพิ่มขึ้น
แต่การซื้อครั้งใหม่มูลค่ามหาศาลนี้ ทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่า รัฐบาลกำลังปฏิบัติตามเงื่อนไข IMF จริงหรือไม่
การซื้อ BTC ครั้งใหญ่เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดยังแดง
แม้ราคา Bitcoin จะปรับลงจากจุดสูงสุดกว่า $126,000 ในเดือนตุลาคม ลงมาที่ประมาณ $96,000 แต่รัฐเอลซัลวาดอร์ยังคงซื้อเพิ่มต่อเนื่อง
สำรอง BTC ทั้งหมดของประเทศมีมูลค่าประมาณ $683 ล้าน ในปัจจุบัน
บางฝ่ายมองว่า นโยบายสะสม Bitcoin อาจเป็นประโยชน์กับรัฐบาลในระยะยาว แต่ ยังไม่เห็นผลลัพธ์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ โดย My First Bitcoin องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ระบุว่า
“รัฐบาลยังซื้อ Bitcoin ต่อ แต่ไม่ได้นำไปพัฒนาความรู้หรือประโยชน์ให้ประชาชนโดยตรง”
คำถามสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบ
การซื้อ BTC ครั้งล่าสุดเปิดประเด็นสำคัญ:
รัฐบาลทำผิดเงื่อนไขของ IMF หรือไม่?
ตัวเลขสำรอง Bitcoin มีการรายงานคลาดเคลื่อนจริงหรือเปล่า?
ประเทศกำลังมุ่งเน้น Bitcoin มากกว่าการบริหารความเสี่ยงการคลังหรือไม่?
จนถึงขณะนี้ IMF และรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ยัง ไม่ตอบคำถามใด ๆ ต่อสื่อ
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ cfr.org