แฉขบวนการ Forex เถื่อน 1,000 ล้านบาท ดีเอสไอเผยเส้นเงิน 28 ล้านโอนซ้ำ 14 ครั้ง
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แถลงปฏิบัติการ "Shutdown the Laundering" เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เผยโครงข่ายซื้อขาย Forex (ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ) โดยไม่ได้รับอนุญาต สร้างความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท ผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 500 ราย โดยพบว่าบัญชีของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน มีธุรกรรมรับโอนเงินจากบริษัทสปาร์คดิจิตัลรวมราว 28 ล้านบาท แบ่งโอน 14 ครั้งภายในวันเดียว ทั้งนี้ ดีเอสไอระบุว่าขณะนี้ยังไม่ถือว่านายภาวุธเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด และยังไม่มีการดำเนินการใดๆ
🚨 ดีเอสไอเปิดปฏิบัติการใหญ่ สกัด Forex ผิดกฎหมาย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ณ ห้องรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ (Yutthana Phraedam) อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี (Khemchat Prakaihongmanee) ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ แถลงข่าวปฏิบัติการ "Shutdown the Laundering" — การปิดวงจรฟอกเงินผ่านธุรกิจซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต
จากการสืบสวนมาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ดีเอสไอพบว่ามีผู้เสียหายเบื้องต้นประมาณ 500 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,000 ล้านบาท โดยผู้ดำเนินการได้จดทะเบียนที่อยู่บริษัทไม่ตรงกับสถานที่จริง สร้างความสับสนและปิดบังตัวตน
💸 เส้นทางเงิน: สปาร์คดิจิตัล → บัญชีภาวุธ 28 ล้านบาท
ประเด็นที่สะดุดตาที่สุดในการแถลงครั้งนี้ คือการที่ดีเอสไอเปิดเผยว่า บริษัทสปาร์คดิจิตัล (Spark Digital) — หนึ่งในนิติบุคคลที่เชื่อมโยงกับขบวนการ — ได้โอนเงินเข้าบัญชีของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน รวมเป็นเงินประมาณ 28 ล้านบาท โดยแบ่งโอนครั้งละ 2 ล้านบาท จำนวน 14 ครั้ง ภายในวันเดียวกัน
ลักษณะการโอนเงินดังกล่าวเป็น การรับเงิน 2 ทอด กล่าวคือ ผ่านนิติบุคคล และผ่านกลุ่ม Payment (ผู้ให้บริการโอนเงินรายย่อย) ก่อนจะถึงปลายทาง — รูปแบบที่นักสืบการเงินมักเรียกว่า "Layering" หรือการซับซ้อนชั้นธุรกรรมเพื่อปิดบังแหล่งที่มาของเงิน
⚠️ สำคัญ: ดีเอสไอย้ำชัดว่า ณ ขณะนี้ นายภาวุธยังไม่ถูกถือว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด และยังไม่มีการดำเนินคดีใด เนื่องจากอยู่ในช่วงสมัยประชุมสภา ซึ่งมีข้อพิจารณาทางกฎหมายเกี่ยวกับเอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
🎬 'ฟิลม์-รัฐภูมิ' โยง Etherwell — อีกหนึ่งเส้นทางที่ดีเอสไอจับตา
นอกจากกรณีของนายภาวุธ ดีเอสไอยังระบุถึง "ฟิลม์-รัฐภูมิ" ว่ามีเงินไหลผ่านมาจากกลุ่มโบรกเกอร์ และมีความเชื่อมโยงกับ บริษัทอีเทอร์เวลล์ (Etherwell) ซึ่งดีเอสไอเชื่อว่าเป็นหนึ่งในช่องทางหมุนเวียนเงินในขบวนการดังกล่าว
ทั้งนี้ ชื่อ "Etherwell" ได้รับความสนใจจากแวดวงดิจิทัลฟินเทค เนื่องจากสื่อถึงโลกของสินทรัพย์ดิจิทัล แม้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าบริษัทดังกล่าวมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับ Blockchain หรือคริปโตเคอเรนซี่โดยตรง
⚖️ ทำไมคดีนี้จึงสำคัญต่อโลกดิจิทัลฟินเทค
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มสำคัญ: ขบวนการผิดกฎหมายทางการเงินในไทยกำลังซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้นิติบุคคลหลายชั้น ระบบ Payment กลุ่ม และอาจรวมถึงช่องทางดิจิทัล เพื่อปิดบังเส้นทางเงิน ซึ่งเป็นรูปแบบที่หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง ก.ล.ต. และ ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ให้ความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สอดคล้องกับแนวโน้มที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายต่อธุรกิจการเงินที่ไม่ได้รับอนุญาตในไทย
👉 บุกจับ 8 ร้านแลกคริปโตเถื่อน! เงินหมุนเวียนกว่า 14,000 ล้านบาท พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
👉 ก.ล.ต. ไทยเพิ่มความเข้มข้น! เสนอให้ "ผู้ให้แหล่งเงินทุน" ต้องขออนุมัติก่อนเข้าถือหุ้นบริษัทคริปโต
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: การแถลงข่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict คดี Forex เถื่อนที่ดีเอสไอเปิดเผยครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงคดีการเงินธรรมดา แต่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าหน่วยงานรัฐไทยกำลังยกระดับการสืบสวนเส้นทางเงินในระบบดิจิทัลอย่างจริงจัง รูปแบบการโอนเงินผ่านหลายชั้นนิติบุคคลและกลุ่ม Payment ที่ปรากฏในคดีนี้ เป็นรูปแบบเดียวกับที่หน่วยงานต่อต้านการฟอกเงินทั่วโลกกำลังจับตา ในฐานะที่ติดตามระบบนิเวศการเงินดิจิทัล เราจะติดตามความคืบหน้าคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความชัดเจนในส่วนของบริษัทอีเทอร์เวลล์และการดำเนินคดีในขั้นตอนต่อไปของดีเอสไอ
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: ดีเอสไอ, Forex ผิดกฎหมาย, ฟอกเงิน, สปาร์คดิจิตัล, ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ, Shutdown the Laundering, อีเทอร์เวลล์, ปปง.
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com