แฉหลังบ้าน Forex เถื่อน! คนวงในเปิดโปงโครงสร้าง IB-โบรก Book B หลัง DSI บุก 24 จุด ยึดทรัพย์พันล้าน
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดปฏิบัติการ "Shutdown the Laundering" บุกตรวจค้นเครือข่ายธุรกิจ Forex ผิดกฎหมายพร้อมกัน 24 จุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยึดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 65 ล้านบาทพร้อมอายัด 77 บัญชีธนาคาร โดยมีผู้เสียหายรวมกันมากกว่า 500 ราย ทีมข่าว Bitcoinaddict.com ได้สัมภาษณ์ "คุณเจ" บุคคลที่เคยอยู่ในวงการมาก่อน เพื่อเปิดโปงโครงสร้างหลังบ้านของขบวนการนี้แบบหมดเปลือก ตั้งแต่ความแตกต่างระหว่างโบรกเกอร์ถูกกฎหมายกับโบรกเถื่อน ไปจนถึงวิธีที่โค้ชสอนเทรดทำเงินได้โดยที่ลูกศิษย์แตกยับ
🚨 ปฏิบัติการ "Shutdown the Laundering": DSI บุก 24 จุด กลางกรุงเทพฯ
DSI เปิดปฏิบัติการ "Shutdown the Laundering" บุกตรวจค้นเครือข่ายชักชวนลงทุน Forex ผิดกฎหมายพร้อมกัน 24 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร โดยยึดของกลางเงินสด 65 ล้านบาท รถยนต์ซูเปอร์คาร์ 5 คัน ทองคำแท่ง โลหะเงินแท่ง เครื่องประดับ กระเป๋าแบรนด์เนม อาวุธปืน รวมถึง Hardware wallet คอมพิวเตอร์ และ Server
DSI แบ่งกลุ่มผู้กระทำความผิดออกเป็น 3 หมวดหมู่ ได้แก่ กลุ่มโบรกเกอร์เถื่อน กลุ่มผู้แนะนำการลงทุนที่ชักชวนผ่านการอวดรวยหรือสอนเทรด และกลุ่มระบบชำระเงิน นอกจากนี้ DSI ระบุว่า มีบุคคลที่มีชื่อเสียงถูกเชื่อมโยงกับเครือข่ายดังกล่าว ทั้งนักการเมือง อินฟลูเอนเซอร์ และบุคคลในวงการบันเทิง โดยบางส่วนถูกกล่าวหาว่ามีบทบาทเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัท การให้คำปรึกษา ธุรกิจรับชำระเงิน หรือการจัดตั้งโบรกเกอร์ในต่างประเทศเพื่อนำมาดำเนินธุรกิจในไทย ทั้งนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนขยายผล และยังไม่มีบุคคลใดถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ
🧩 Book A vs. Book B: ต่างกันอย่างไร และทำไมถึงอันตราย?
นี่คือหัวใจสำคัญที่คนวงในอย่างคุณเจอธิบายไว้ในรายการ Bitcoinaddict EP 5 ว่าทำไมโบรก Forex ส่วนใหญ่ในไทยจึงเป็นกับดักสำหรับนักเทรดทั่วไป
Book A (โบรกเกอร์ถูกกฎหมาย): เชื่อมต่อคำสั่งซื้อขายของลูกค้าเข้ากับ LP (Liquidity Provider หรือแหล่งสภาพคล่อง) จริงๆ อย่างเช่น ธนาคารขนาดใหญ่ระดับ JP Morgan หรือสถาบันการเงินชั้นนำ ทำให้ราคาที่เห็นสะท้อนตลาดโลกอย่างแท้จริง โบรกเกอร์ประเภทนี้ต้องได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ เช่น ASIC (Australian Securities and Investments Commission — หน่วยงานกำกับตลาดการเงินของออสเตรเลีย) หรือ FCA (Financial Conduct Authority — หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของสหราชอาณาจักร)
Book B (โบรกเกอร์เถื่อน): ไม่ส่งคำสั่งไปยัง LP จริงเลย โบรกเองทำหน้าที่เป็น "คู่สัญญา" (Counter Party) กับเทรดเดอร์โดยตรง หมายความว่า เมื่อเทรดเดอร์ขาดทุน โบรกได้กำไร และเมื่อเทรดเดอร์ได้กำไร โบรกขาดทุน ผลประโยชน์จึงขัดแย้งกันโดยตรง และในระบบนี้ โบรกสามารถ:
- ถ่างสเปรด (Spread) ออกผิดปกติเพื่อให้ Stop Loss ของเทรดเดอร์ถูกกระตุ้น แม้กราฟในตลาดจริงยังไม่ถึงจุดนั้น
- วาดกราฟเอง ผ่านระบบ MT4/MT5 (MetaTrader 4/5 — แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์เทรดที่นิยมใช้กันแพร่หลาย) ที่ฝั่งโบรกมีสิทธิ์ปรับแต่งได้
- ล็อกการถอนเงิน โดยอ้างข้อผิดพลาดทางเทคนิคหรือแอปค้าง
- สร้างยอดกำไรปลอม ในบัญชี เพราะตัวเลขในระบบไม่มีการ Verify ได้เหมือนบน Blockchain
สรุปง่ายๆ ก็คือ เล่น Forex กับโบรก Book B ไม่ต่างอะไรกับการไปนั่งเล่นในบ่อนที่เจ้าของโต๊ะดีลไพ่ให้เองทุกใบ
💸 โค้ชรวยจากไหน? เงิน IB ต่างหากคือคำตอบ
หนึ่งในข้อมูลที่ฟังแล้วอาจทำให้หลายคนช็อก คือระบบ IB (Introducing Broker — นายหน้าแนะนำลูกค้า) ซึ่งเป็นกลไกหลักที่ทำให้โค้ชสอนเทรดส่วนใหญ่ "รวย" — ไม่ใช่จากการเทรดเก่ง แต่จากค่าคอมมิชชันต่อปริมาณ LOT ที่ลูกศิษย์เทรด
กลไกทำงานอย่างนี้: ทุกครั้งที่ลูกศิษย์เปิดออเดอร์ 1 LOT (สัญญาซื้อขายมูลค่าเทียบเท่า 100,000 เหรียญสหรัฐ) IB ได้รับค่า Rebate (ค่าคืนส่วนลด) ประมาณ 10 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น ยิ่งลูกศิษย์เทรดถี่ขึ้น — ไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุน — IB ยิ่งได้เงินมากขึ้น นั่นจึงอธิบายได้ว่าทำไมโค้ชหลายคนถึงสอนแนวทาง "เทรดสั้นทุกวัน เข้าบ่อย ออกเร็ว" เพราะรายได้ของโค้ชผูกกับความถี่ในการเทรด ไม่ใช่ผลกำไรของเทรดเดอร์
ยิ่งไปกว่านั้น หากโบรกนั้นเป็น Book B และ IB ฮั้วกับโบรก บัญชีโชว์พอร์ตของโค้ชก็สามารถสร้างขึ้นมาปลอมๆ ได้ทั้งหมด เพราะระบบ MT4/MT5 ฝั่งโบรกสามารถแก้ไขตัวเลขได้โดยไม่มีหลักฐานบน Blockchain ให้ตรวจสอบ
⚠️ สัญญาณเตือน: รู้ได้ยังไงว่าเจอ Forex เถื่อน?
คุณเจแนะนำหลักการง่ายๆ สำหรับคนที่สนใจเทรดตลาดนี้ (โดยไม่ได้ชี้แนะให้ลงทุน):
- โฆษณาเกินจริงหรือไม่? ถ้าใครอ้างว่าปั้นเงินหมื่นเป็นพันล้านในระยะเวลาสั้นๆ ให้ตั้งคำถามทันที เพราะผลลัพธ์ระดับนั้นดีกว่านักลงทุนระดับ Warren Buffett เสียอีก
- โบรกได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้จริงหรือไม่? ตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ต้นทางของหน่วยงานกำกับโดยตรง เช่น asic.gov.au หรือ register.fca.org.uk ไม่ใช่เชื่อตามที่โบรกอ้างเอง
- โชว์ทรัพย์สินหรูหราโดยไม่มีเหตุผล? คนที่รวยจริงจากการเทรดมักไม่อยากโชว์ asset เพราะรู้ดีว่ามีภาระภาษีตามมา การโชว์หราจึงเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อดึงดูดลูกศิษย์/IB ใหม่เป็นหลัก
📋 ผู้เสียหายควรทำอะไรตอนนี้?
ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวงให้ลงทุน ซื้อขาย หรือเทรดเงินตราต่างประเทศ หรือ Forex ผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนโดยไม่ได้รับผลตอบแทน สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสเพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยรวบรวมหลักฐานให้ครบ ได้แก่ สลิปโอนเงิน บันทึกหน้าจอบัญชีที่แสดงกำไรก่อนถอนไม่ออก และประวัติแชทที่ IB หรือโค้ชชักชวนให้ลงทุน
📎 อ่านเพิ่มเติม: เหตุการณ์นี้มีบริบทเชื่อมโยงกับรูปแบบความเสี่ยงจากตัวกลางที่ Bitcoinaddict.com เคยรายงานไว้
👉 ถอดบทเรียน 'อาม่าโดนเชิด 13 ล้าน' เมื่อระบบธนาคารล้มเหลว ปูทางสู่ทางรอดเดียวคือ Self-Custody
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: รายการ Bitcoin Addict LIVE EP 5 (Transcript จากรายการ) | กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) | The Standard | Thai PBS
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ปฏิบัติการของ DSI ครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าหน่วยงานไทยเริ่มจริงจังกับปัญหาโบรก Forex เถื่อนที่ดำเนินการมาอย่างเปิดเผยมานานหลายปี แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ สาเหตุที่วงการนี้ยังคงล่าเหยื่อใหม่ได้เรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะผู้คนโง่เขลา แต่เพราะกลไกทางการตลาดถูกออกแบบมาอย่างซับซ้อน ตั้งแต่ภาพลักษณ์หรูหราของโค้ชที่สร้างขึ้นด้วย "ค่าคอม" ไม่ใช่กำไรเทรด ไปจนถึงระบบ Book B ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ความโปร่งใสบน Blockchain ที่ทำให้ทุกธุรกรรมคริปโตตรวจสอบได้ คือหนึ่งในจุดแข็งที่ทำให้ตลาดดิจิทัลแอสเซตแตกต่างจาก Forex เถื่อนอย่างสิ้นเชิง — และนี่คือเหตุผลที่ความรู้ทางการเงินดิจิทัลสำคัญมากกว่าที่เคย
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Forex เถื่อน, DSI บุก Forex, โบรก Book B, IB Introducing Broker, Shutdown the Laundering, สแกม Forex ไทย, CFD คืออะไร, Forex vs คริปโต
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com