Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

CZ จุดชนวนเสียงแตก ! เสนอ “แช่แข็ง” Bitcoin 1.1 ล้านเหรียญของ Satoshi รับมือภัยควอนตัม
05 July 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

CZ จุดชนวนเสียงแตก ! เสนอ “แช่แข็ง” Bitcoin 1.1 ล้านเหรียญของ Satoshi รับมือภัยควอนตัม

ฉางเผิง จ้าว (Changpeng Zhao) หรือ CZ ผู้ก่อตั้ง Binance จุดประเด็นร้อนกลางวงการคริปโต ด้วยการเสนอแนวคิด “แช่แข็ง” เหรียญ Bitcoin ราว 1.1 ล้านเหรียญที่เชื่อว่าเป็นของ ซาโตชิ นากาโมโตะ (Satoshi Nakamoto) ผู้สร้าง Bitcoin หากเจ้าของไม่ยอมย้ายเหรียญออกก่อนที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะเจาะระบบเข้ารหัสได้ พูดง่ายๆ ก็คือ CZ กลัวว่าถ้าปล่อยไว้เฉยๆ วันหนึ่งแฮกเกอร์อาจใช้ควอนตัมมาขโมยเหรียญกองมหึมานี้ไป แต่ข้อเสนอนี้กลับทำให้บรรดานักลงทุน นักพัฒนา และผู้ประกอบการชื่อดังในวงการเห็นต่างกันอย่างรุนแรง

 

🔍 ที่มาของข้อเสนอ: กันไว้ก่อนถูกควอนตัมขโมย

 

CZ หยิบยกแนวคิดนี้ขึ้นมาระหว่างพูดคุยในพอดแคสต์ Galaxy Brains กับ อเล็กซ์ ธอร์น (Alex Thorn) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Galaxy Digital เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569 โดยเสนอให้กำหนดช่วงเวลาประมาณ 6–12 เดือน ให้ Satoshi (หรือเจ้าของกระเป๋าที่เสี่ยง) ย้ายเหรียญออกไปยังที่อยู่ใหม่ที่ปลอดภัย หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่มีความเคลื่อนไหว ชุมชนก็อาจตัดสินใจร่วมกันว่าจะ “แช่แข็ง” ที่อยู่เหล่านั้นผ่านการทำ Fork (การแยกสายโปรโตคอลเพื่อเปลี่ยนกฎของเครือข่าย)

 

เหรียญ 1.1 ล้าน BTC ที่ว่านี้มีมูลค่าราว 68,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.25 ล้านล้านบาท) เมื่อคิดที่ราคา Bitcoin ราว 62,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,055,920 บาท) ต่อเหรียญ

 

CZ ให้เหตุผลว่า หากไม่ทำอะไรเลย ก็เท่ากับ “ยกเหรียญให้คนที่จะแฮกมันไปในอนาคต” เพราะสุดท้ายใครก็ตามที่เจาะระบบเข้ารหัสได้ก่อนก็จะเป็นผู้ครอบครองเหรียญเหล่านั้นไป ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเป็นการกระจายทรัพย์สินที่ไม่ยุติธรรม

 

หลังจากข้อเสนอนี้เป็นข่าว CZ ได้ออกมาชี้แจงผ่าน X ว่า เขา ไม่ได้เสนอให้ตนเองหรือ Binance เป็นผู้แช่แข็งเหรียญของ Satoshi แต่ต้องการโยนคำถามนี้ให้ชุมชน Bitcoin ตัดสินใจร่วมกันมากกว่า อีกทั้งยังยอมรับว่าการแยกแยะว่ากระเป๋าไหนเป็นของ Satoshi จริงๆ ออกจากนักขุดยุคแรกรายอื่นนั้นทำได้ยาก

 

⚖️ ฝ่ายค้าน: “ข้ามเส้นที่ Bitcoin ไม่เคยข้าม”

 

ไมเคิล เทอร์พิน (Michael Terpin) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Transform Ventures มองว่า การแช่แข็งเหรียญของ Satoshi เท่ากับการข้ามเส้นที่ Bitcoin ไม่เคยข้ามมาก่อน เขายอมรับในความตื่นตัวของ CZ แต่เตือนว่านี่คือจุดเริ่มต้นของ “ทางลาดลื่น” ที่จะสร้างระบบขออนุญาตขึ้นในเครือข่ายที่ออกแบบมาให้ ไร้ตัวกลางและไม่ต้องขออนุญาต (Permissionless) ตั้งแต่แรก

 

เทอร์พินยังตั้งข้อสงสัยว่าชุมชนแบบกระจายศูนย์ของ Bitcoin จะหาข้อสรุปร่วมกันในเรื่องนี้ได้จริงหรือ โดยยกตัวอย่างว่าแค่การอัปเกรด SegWit (การปรับปรุงโครงสร้างธุรกรรมเมื่อหลายปีก่อน) ยังใช้เวลาถกเถียงกันหลายปี

 

🛠️ อีกมุมมอง: ประเด็นไม่ใช่ “แช่แข็งหรือไม่” แต่คือ “เตรียมพร้อม”

 

เจมสัน ล็อปป์ (Jameson Lopp) ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยของ Casa มองว่าคำพูดของ CZ พลาดประเด็นใหญ่ไป เขาย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การถกเถียงแบบขาว-ดำว่า “จะแช่แข็งหรือไม่แช่แข็ง” แต่คือการเตรียมความพร้อมให้ Bitcoin สำหรับอนาคตที่ระบบเข้ารหัสปัจจุบันไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

 

ล็อปป์เป็นผู้เขียนข้อเสนอ BIP-361 (Bitcoin Improvement Proposal — เอกสารเสนอปรับปรุงมาตรฐาน Bitcoin) ซึ่งวางแผนการอพยพไปสู่ระบบเข้ารหัสที่ต้านทานควอนตัมแบบเป็นขั้นเป็นตอน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจและกำหนดเส้นตายให้ผู้ใช้ กระดานเทรด ผู้ดูแลสินทรัพย์ และสถาบันต่างๆ ทยอยย้ายระบบได้ทันเวลา

 

ขณะที่ แมตต์ ฮูแกน (Matt Hougan) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise ปฏิเสธทั้งสองทาง — ทั้งการปล่อยให้เหรียญถูกขโมย และการแช่แข็งแบบตรงไปตรงมา โดยหันไปสนับสนุนข้อเสนอของ นิค คาร์เตอร์ (Nic Carter) พาร์ตเนอร์จาก Castle Island Ventures ที่ให้นำเหรียญของ Satoshi ไปวางไว้ในกองทรัสต์ทางกฎหมาย จนกว่าจะพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ผ่านหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในอดีต ฮูแกนยังชี้ว่าตลาดมองเหรียญของ Satoshi เป็นเหมือน “ถูกแช่แข็งถาวร” อยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงใดๆ จึงมีแต่จะสร้างความเสี่ยงมากกว่าโอกาส

 

🧊 ข้อถกเถียงยังอยู่ในเชิงทฤษฎี

 

ในภาพรวม การถกเถียงนี้ยังคงเป็นเรื่องเชิงทฤษฎีเป็นหลัก นักวิจัยยังอยู่ระหว่างพัฒนาระบบเข้ารหัสหลังควอนตัม (Post-Quantum Cryptography) ที่ใช้งานได้จริงบน Bitcoin และยังไม่มีฉันทามติว่าเครือข่ายควรรับมืออย่างไรหากการเข้ารหัสถูกเจาะได้จริง ความกังวลรอบใหม่นี้ปะทุขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 หลัง Google Quantum AI เผยงานวิจัยที่ประเมินว่าการโจมตีอาจต้องใช้ Qubit น้อยกว่า 500,000 หน่วย และทำได้ในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งต่ำกว่าที่เคยคาดไว้มาก

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Adam Back ย้ำ Bitcoin ต้องเริ่มเตรียมระบบต้านควอนตัมวันนี้ แม้ภัยคุกคามยังอยู่ในห้องแล็บ
👉 Grayscale เตือน! — ภัยควอนตัมคือ “บททดสอบสังคม” ของชาว Bitcoin
👉 ผู้เชี่ยวชาญชี้! ปี 2026 ยังไม่ใช่ “วันสิ้นโลกคริปโต” จากควอนตัม แต่ถึงเวลาต้องเริ่มวางแผนรับมือ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ประเด็นนี้สะท้อนความตึงเครียดที่ฝังอยู่ในตัว Bitcoin มาตั้งแต่ต้น นั่นคือการถ่วงดุลระหว่าง “ความปลอดภัยของเครือข่าย” กับ “หลักการไร้ตัวกลางและกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล” ที่แตะต้องไม่ได้ ข้อดีของการที่ CZ จุดประเด็นนี้ขึ้นมาคือมันบังคับให้ชุมชนต้องคุยกันเรื่องภัยควอนตัมอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้ แทนที่จะรอให้ปัญหามาถึงก่อน ซึ่งก็ถือเป็นสัญญาณสุขภาพดีของระบบที่พร้อมปรับตัว อย่างไรก็ตาม การหาฉันทามติในชุมชนที่ขึ้นชื่อเรื่องถกเถียงดุเดือดคงไม่ใช่เรื่องง่าย และประเด็นทั้งหมดนี้ยังอยู่ในเชิงทฤษฎี น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียวว่าวงการจะหาทางลงตัวได้อย่างไร

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: CZ Bitcoin, Satoshi Nakamoto, ภัยควอนตัม Bitcoin, Quantum Computing, แช่แข็ง Bitcoin, Changpeng Zhao, BIP-361, Post-Quantum Cryptography

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com