เตือนคนใช้ Exchange! กดยอมรับข้อตกลงอาจห้ามฟ้องศาล ทนายเผยคดีเหรียญหาย ศาลชั้นต้นสั่งให้ไปอนุญาโตตุลาการ
01 October 2026•ข่าว•โดย Rawiwarn Owattasanee

เตือนคนใช้ Exchange! กดยอมรับข้อตกลงอาจห้ามฟ้องศาล ทนายเผยคดีเหรียญหาย ศาลชั้นต้นสั่งให้ไปอนุญาโตตุลาการ

ผู้ใช้ Exchange (แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต) ควรเปิดอ่านข้อตกลงการใช้บริการของแพลตฟอร์มที่ตัวเองใช้อยู่ โดยเฉพาะหัวข้อการระงับข้อพิพาท หลังทนายความรายหนึ่งเล่าผ่าน Facebook ถึงคดีที่ฟ้อง Exchange แห่งหนึ่ง (ไม่ระบุชื่อ) แทนลูกความที่ Bitcoin ในบัญชีถูกถอนออกหมดเมื่อต้นเดือนมกราคม 2569 โดยศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดี ให้ไปใช้อนุญาโตตุลาการแทน เพราะข้อตกลงการใช้บริการที่ลูกความกดยอมรับมีข้อกำหนดให้ข้อพิพาทไปจบที่อนุญาโตตุลาการเท่านั้น ทนายระบุว่าจะอุทธรณ์ต่อ ข้อมูลนี้มาจากโพสต์ของทนายเพียงแหล่งเดียว ทีมข่าวยังไม่ได้ยืนยันกับศาลหรือฝ่ายแพลตฟอร์ม

เกิดอะไรขึ้นกับคดีนี้

โพสต์เป็นของ Nattayot Seehabua ทนายความจากสำนักงาน RPN Legal Office ที่หาดใหญ่ ตามที่เขาเล่า ลูกความเก็บ Bitcoin ไว้บนแพลตฟอร์มของ Exchange รายนี้มาหลายปี แล้วต้นเดือนมกราคมปีนี้ เหรียญในบัญชีถูกถอนออกไปทั้งหมด ลูกความแจ้งความและติดต่อแพลตฟอร์มแล้วไม่ได้อะไรกลับมา จึงฟ้องแพลตฟอร์มเป็นคดีผู้บริโภค

ทนายระบุว่าฝ่ายแพลตฟอร์มไม่ได้สู้เรื่องเหรียญหายในขั้นแรก แต่ยื่นคำร้องให้ศาลจำหน่ายคดี โดยอ้างข้อตกลงการใช้บริการข้อหนึ่งที่ให้ข้อพิพาทไปอนุญาโตตุลาการเท่านั้น (อนุญาโตตุลาการคือการให้คนกลางที่คู่กรณีเลือกกันเองเป็นผู้ตัดสินข้อพิพาท แทนศาล) ผลคือศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดี ซึ่งทนายย้ำว่ายังไม่ใช่การตัดสินว่าใครถูกใครผิด เป็นเพียงการให้ไปตัดสินที่อื่น

ปุ่ม "ยอมรับ" ที่กดผ่านๆ กลายเป็นประเด็นได้อย่างไร

จุดที่ทนายสู้ในศาลมีสามเรื่อง

  • ข้อตกลงฉบับปี 2564 ที่ลูกความยอมรับตอนสมัคร ให้อนุญาโตตุลาการเป็นสิทธิเลือกของลูกค้า ส่วนข้อบังคับให้ไปอนุญาโตตุลาการเท่านั้น เพิ่งมาอยู่ในฉบับปี 2566 และข้อตกลงฉบับเดิมเขียนไว้ว่าการแก้ไขต้องได้รับการยอมรับเป็นหนังสือ
  • หลักฐานว่าลูกความยอมรับฉบับใหม่ ฝั่งแพลตฟอร์มมีเพียงบันทึกในระบบ (Log) บรรทัดเดียวที่บอกวันเวลาและที่อยู่ IP ไม่มีภาพหน้าจอว่าวันนั้นแสดงข้อความอะไร
  • พยานฝั่งแพลตฟอร์มยอมรับในศาลว่า ผู้ใช้ต้องกดยอมรับก่อนจึงจะเข้าใช้งานได้ แปลว่าถ้าอยากถอนเหรียญตัวเองออกมา ก็ต้องกดยอมรับก่อนอยู่ดี

ทนายระบุว่าศาลชั้นต้นฟังว่า Log ที่อีเมลกับ IP ตรงกันเพียงพอจะฟังได้ว่าลูกความยอมรับข้อตกลงแล้ว ส่วนประเด็นข้อสัญญาไม่เป็นธรรม คำสั่งไม่ได้ลงรายละเอียดไว้

ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับกระเป๋าเงินของคนใช้ Exchange

ตามที่ทนายอธิบาย ผู้บริโภคฟ้องศาลได้โดยไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล และกฎหมายผลักภาระการพิสูจน์หลายเรื่องไปที่ฝั่งธุรกิจ ซึ่งตรงกับ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 18 ที่ให้ผู้บริโภคฟ้องโดยไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียม (ศาลสั่งให้จ่ายได้หากฟ้องโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร) และมาตรา 29 ที่ให้ภาระพิสูจน์ตกอยู่กับผู้ประกอบธุรกิจ ในเรื่องที่อยู่ในความรู้เห็นเฉพาะของฝั่งธุรกิจ เช่น ข้อมูลในระบบของแพลตฟอร์ม

ฝั่งอนุญาโตตุลาการมีค่าใช้จ่ายของตัวเอง ทนายระบุว่าค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการขั้นต่ำอยู่ที่ 30,000 บาท ยังไม่รวมค่าห้อง ค่าเลขา ค่าถอดเทป และค่าเดินทางไปกรุงเทพฯ ทีมข่าวตรวจอัตราของสถาบันอนุญาโตตุลาการได้ไม่ครบ เพราะตารางอัตราของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม แสดงเป็นภาพ และอัตราของแต่ละสถาบันต่างกัน ผู้ใช้ควรดูว่าข้อตกลงของแพลตฟอร์มระบุสถาบันใดไว้

ศาลฎีกาเคยวางหลักเรื่องนี้ไว้ แต่เป็นคดีคอนโด

ทนายอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4183/2565 ทีมข่าวตรวจกับบทความของกรุงเทพธุรกิจแล้วพบว่าเป็นคดีผู้ซื้อห้องชุดฟ้องผู้ประกอบการ สัญญามาตรฐานมีข้อ 10.4 ให้ข้อพิพาทไปอนุญาโตตุลาการสถานเดียว ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีให้ไปอนุญาโตตุลาการ แต่ศาลอุทธรณ์กลับคำสั่งให้ฟ้องต่อได้ และศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อสัญญาลักษณะนี้ในสัญญาผู้บริโภคเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ผู้ซื้อจึงฟ้องศาลได้

คดีนั้นเป็นเรื่องซื้อคอนโด ไม่ใช่คริปโต ทนายมองว่าเหตุผลของศาลฎีกาใช้กับกรณีนี้ได้ แต่ศาลสูงยังไม่ได้วินิจฉัยคดี Exchange รายนี้ และต้นทางไม่ระบุว่าศาลชั้นต้นถือว่าลูกความเป็นผู้บริโภคตามกฎหมายหรือไม่ จึงยังสรุปไม่ได้ว่าผลจะออกมาแบบเดียวกัน

 

"Not Your Key Not Your Coin" (ถ้าไม่ได้ถือกุญแจเอง เหรียญก็ไม่ใช่ของเรา)

— Nattayot Seehabua ทนายความ RPN Legal Office ปิดท้ายโพสต์

 

สิ่งที่ผู้ใช้ Exchange ทำได้ตอนนี้

ทนายฝากผู้ใช้ Exchange ไว้สามข้อ

  • ปุ่มยอมรับที่กดทุกครั้งที่แอปเด้งขึ้นมาคือการเซ็นสัญญา ลองเปิดข้อตกลงของแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่ แล้วหาหัวข้อการระงับข้อพิพาทดูสักครั้ง
  • ถ้าเหรียญหาย ให้เก็บหลักฐานทันที ทั้งภาพหน้าจอ อีเมล แชทกับซัพพอร์ต และเวลาที่เกิดเหตุ แล้วไปแจ้งความไว้ก่อน
  • เหรียญที่อยู่บนแพลตฟอร์มคือเหรียญที่แพลตฟอร์มสัญญาว่าจะคืนให้ ไม่ใช่เหรียญในมือเรา

สิ่งที่ยังไม่ทราบ

โพสต์ไม่ระบุชื่อ Exchange จำนวนเหรียญที่หาย และสาเหตุที่เหรียญถูกถอน ทนายระบุว่าตรวจแล้วคนที่เจอเหตุแบบเดียวกันถูกจำหน่ายคดีทั้งหมด ซึ่งทีมข่าวยังตรวจสอบไม่ได้ และยังไม่ทราบว่าแพลตฟอร์มรายนี้เป็นของไทยหรือต่างประเทศ ทีมข่าวจะอัปเดตเมื่อมีคำสั่งในชั้นอุทธรณ์หรือคำชี้แจงจากฝั่งแพลตฟอร์ม

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

เรื่องการถือเหรียญเองและคดีความที่เกี่ยวกับคริปโตในไทย เราเคยรายงานไว้

👉 ถอดบทเรียน ‘อาม่าโดนเชิด 13 ล้าน’ เมื่อระบบธนาคารล้มเหลว ปูทางสู่ทางรอดเดียวคือ Self-Custody

👉 นักธุรกิจไทย 2 รายฟ้อง Tether ปมอายัด USDT 42.4 ล้านดอลลาร์ไร้หมายศาล เอี่ยวคดีหลอกลงทุนที่สหรัฐฯ

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: โพสต์ Facebook ของ Nattayot Seehabua, กรุงเทพธุรกิจ (คอลัมน์ของสกล หาญสุทธิวารินทร์ เรื่องคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4183/2565), พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

ข่าวนี้ไม่ได้บอกว่า Exchange รายไหนผิด และคดียังไม่จบ แต่ชี้ให้เห็นสิ่งที่ผู้ใช้มักมองข้าม คือเมื่อเหรียญหาย สิทธิที่จะฟ้องศาลอาจถูกตัดไปแล้วตั้งแต่วันที่กดยอมรับข้อตกลง ผู้ใช้ Exchange ในไทยลองเปิดข้อตกลงของแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่ ดูหัวข้อการระงับข้อพิพาท และเก็บภาพหน้าจอข้อตกลงเวอร์ชันปัจจุบันไว้ เพราะข้อมูลในคดีนี้ชี้ว่าข้อตกลงถูกแก้ได้ และการพิสูจน์ว่าเคยกดยอมรับอะไรไว้ตอนไหนเป็นเรื่องใหญ่ในชั้นศาล นี่ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย หากเจอปัญหาจริงควรปรึกษาทนายความ

 

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com