Cronos ยืนยันเงินหาย 9.19 ล้านดอลลาร์ หลัง Rollback กู้คืน 111 ล้านจากเหตุแฮก Tectonic
08 September 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Cronos ยืนยันเงินหาย 9.19 ล้านดอลลาร์ หลัง Rollback กู้คืน 111 ล้านจากเหตุแฮก Tectonic

Cronos (เชน Layer 1 ที่พัฒนาโดย Crypto.com) ออกรายงานสรุปเหตุการณ์ (Post-mortem) อย่างเป็นทางการ ยืนยันตัวเลขความเสียหายจากการโจมตีโปรโตคอลปล่อยกู้ Tectonic เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่าเงินที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดมีมูลค่า 120.4 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,960 ล้านบาท อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 7 กันยายน 2569 ที่ 32.9 บาทต่อดอลลาร์) ทีมงานสามารถกู้คืนได้ 111.2 ล้านดอลลาร์ผ่านการ Rollback (ย้อนกลับข้อมูลบล็อกเชนไปยังจุดก่อนเกิดเหตุ) แต่ยังมีเงินอีก 9.19 ล้านดอลลาร์ หรือราว 7.6% ของยอดทั้งหมด ที่หลุดออกนอกเครือข่ายไปก่อนจะถูกระงับ และยังไม่สามารถติดตามคืนได้

กลไกการโจมตี: งัด Oracle ราคา TONIC พุ่งเกือบ 300 เท่า

ตามรายงานของ Cronos ผู้โจมตีเริ่มต้นด้วยการฝากเงิน 5 ล้านดอลลาร์เข้าโปรโตคอล Tectonic (บริการปล่อยกู้และรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลแบบไม่มีตัวกลางบนเครือข่าย Cronos) จากนั้นใช้วิธีกู้ยืมและนำ TONIC (โทเคนกำกับดูแลของ Tectonic) กลับมาฝากซ้ำเป็นวงจรต่อเนื่องถึง 98 รอบ ควบคู่กับการไล่ซื้อ TONIC ซึ่งมีสภาพคล่องในตลาดต่ำ จนดันราคาพุ่งขึ้นเกือบ 300 เท่า ราคาที่พุ่งผิดปกตินี้ทำให้ระบบ Price Feed (กลไกดึงราคาสินทรัพย์มาคำนวณมูลค่าหลักประกัน) ของ Tectonic คำนวณมูลค่าหลักประกันของผู้โจมตีสูงเกินจริง เปิดช่องให้กู้ยืมสินทรัพย์อื่นออกไปได้มหาศาลผ่าน 9 ตลาดปล่อยกู้ รวม 11 ธุรกรรม ครอบคลุมทั้งสเตเบิลคอยน์ Bitcoin, Ether และสินทรัพย์อื่น

ตัดสินใจ Rollback เชน ย้อนกลับเกือบ 11,000 บล็อก

ทีม Cronos ตรวจพบความเคลื่อนไหวผิดปกติเมื่อเวลา 12:49 UTC และสั่งให้ผู้ตรวจสอบเครือข่าย (Validator) ระงับการผลิตบล็อกที่เวลา 14:32:47 UTC ณ บล็อกที่ 90,907,150 หลังจากประสานงานร่วมกับผู้ตรวจสอบเครือข่ายหลายรอบ ทีมงานตัดสินใจย้อนสถานะเชนกลับไปยังบล็อกที่ 90,896,188 ซึ่งเป็นบล็อกสุดท้ายก่อนเริ่มเหตุโจมตี เท่ากับลบล้างบล็อกไปทั้งสิ้น 10,961 บล็อก หรือประวัติธุรกรรมช่วงประมาณ 1 ชั่วโมง 54 นาที ก่อนกลับมาผลิตบล็อกตามปกติอีกครั้งที่เวลา 23:49:01 UTC รวมเวลาที่เครือข่ายหยุดทำงานทั้งหมดราว 11 ชั่วโมง

 

"เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก ซึ่งทำร่วมกับผู้ตรวจสอบเครือข่าย โดยต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเป็นที่สุด (Finality) ที่ผู้ใช้งานคาดหวังจากเชน กับความเสี่ยงต่อเงินทุนที่ตกอยู่ในอันตราย" — ทีม Cronos ระบุในรายงาน Post-mortem พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า "ทางเลือกอื่นคือการรีสตาร์ทเครือข่ายโดยไม่ย้อนคืนสถานะ ซึ่งจะทำให้สินทรัพย์ที่ถูกกู้ยืมออกไปยังคงอยู่ในการควบคุมของผู้โจมตี"

 

กู้คืนได้ 111.2 ล้านดอลลาร์ แต่ยังหาย 9.19 ล้านดอลลาร์

ผลจากการ Rollback ทำให้ยอดคงเหลือของผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบถูกคืนกลับสู่สถานะก่อนเกิดเหตุ คิดเป็นมูลค่ารวม 111.2 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,658 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม มีเงินอีก 9.19 ล้านดอลลาร์ (ราว 302 ล้านบาท) ที่ถูกโอนออกนอกเครือข่าย Cronos ไปแล้วก่อนที่จะสั่งระงับเชน ซึ่งอยู่นอกเหนือขอบเขตที่การ Rollback จะดึงกลับมาได้ โดยทีมงานสามารถติดตามเส้นทางเงินจำนวน 8.3 ล้านดอลลาร์จากยอดดังกล่าวไปยังเครือข่าย Ethereum ได้ Cronos ระบุว่ายังอยู่ระหว่างประสานงานกับกระดานเทรดและบริดจ์ (สะพานเชื่อมโอนสินทรัพย์ข้ามเชน) ต่างๆ เพื่อดำเนินการตรวจสอบยอดให้ครบถ้วน แต่ย้ำว่าผู้ใช้งานทั่วไปไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ เพิ่มเติมในขณะนี้ ทั้งนี้ รายงาน Post-mortem ยังไม่ได้เปิดเผยตัวตนของผู้โจมตี หรือแผนการชดเชยความเสียหายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: การ Rollback เชนเพื่อแก้ปัญหาแฮกไม่ใช่เรื่องใหม่ในปีนี้ ก่อนหน้านี้เราเคยรายงานกรณีคล้ายกันของ Harmony
👉 Harmony เตรียม Rollback เชนหลังพบมินต์ ONE ปลอมพุ่ง 3.01 ล้านล้านเหรียญ ไม่ใช่แค่ 4 พันล้านตามคาดแรก

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph, The Block

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: เคส Cronos เป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนข้อถกเถียงเรื่อง Rollback บนบล็อกเชนสาธารณะ ระหว่างหลักการ "ความเป็นที่สุดของธุรกรรม" ที่ควรแก้ไขไม่ได้ กับความจำเป็นทางปฏิบัติเมื่อเงินทุนมูลค่ามหาศาลตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งปีนี้เกิดขึ้นแล้วอย่างน้อย 2 ครั้งทั้งกรณี Harmony และ Cronos ชี้ให้เห็นว่าโปรโตคอลปล่อยกู้ที่พึ่งพา Price Feed ของโทเคนสภาพคล่องต่ำยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ผู้โจมตีเลือกเจาะซ้ำๆ นักลงทุนที่ใช้งานโปรโตคอลบน Cronos ควรติดตามรายงานตรวจสอบยอดเงินเพิ่มเติมจากทีมงานอย่างใกล้ชิด บทความนี้เป็นการรายงานข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com