ภาพประกอบสร้างด้วย AI ห้องโถงอุตสาหกรรมที่ฝั่งหนึ่งเป็นเครื่องขุด Bitcoin ดับไฟ มีไฟเตือนแดงดวงเล็ก อีกฝั่งเป็นตู้เซิร์ฟเวอร์สีเขียวเรืองแสง และป้ายโลโก้ Core Scientific บนผนัง
06 November 2026•ข่าว•โดย กองบรรณาธิการ Bitcoin Addict

Core Scientific คาดเลิกขุด Bitcoin ภายในสิ้นปี 2569 หันไปทำ AI เต็มตัว ตอนนี้ขุดคิดเป็น 7.5% ของรายได้

Core Scientific (บริษัทขุด Bitcoin รายใหญ่ของสหรัฐฯ ที่หันมาให้เช่าศูนย์ข้อมูลรองรับงาน AI) คาดว่าจะเลิกขุด Bitcoin ภายในสิ้นปีนี้ ตามที่ จิม ไนการ์ด (Jim Nygaard) ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน (CFO) บอกในการประชุมแถลงผลไตรมาส 3 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน ขณะที่รายได้จากการขุดไตรมาสนี้เหลือ 17.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 7.5% ของรายได้รวม 232.9 ล้านดอลลาร์ ตามรายงานของ Cointelegraph และงบที่บริษัทยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC)

ในเอกสารไตรมาสก่อนหน้า บริษัทเคยแจ้งไว้แล้วว่าการรับจ้างวางเครื่องขุดให้ผู้อื่น (hosted mining) จะสิ้นสุดภายในวันที่ 31 ธันวาคม คำพูดล่าสุดของ CFO เป็นการปักกำหนดเวลาเลิกขุดทั้งหมดเป็นครั้งแรก ตามที่ Cointelegraph ระบุ

CFO คาดปิดการขุดในไตรมาส 4 แล้วเข้าปีหน้าเป็นผู้ให้บริการ colocation เต็มตัว

ไนการ์ดกล่าวว่าบริษัทคาดจะปิดการขุดให้เสร็จในไตรมาส 4 และเข้าสู่ปีหน้าในฐานะผู้ให้บริการ colocation ความหนาแน่นสูงเต็มตัว colocation คือบริการให้เช่าพื้นที่ ไฟฟ้า และระบบระบายความร้อนในศูนย์ข้อมูล โดยลูกค้านำเซิร์ฟเวอร์มาติดตั้งเอง ส่วน "ความหนาแน่นสูง" หมายถึงตู้เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ไฟมาก เช่นเซิร์ฟเวอร์ที่รันงาน AI

ไนการ์ดยังบอกว่าจำนวนเครื่องขุดที่เปิดอยู่ ณ สิ้นเดือนกันยายนน้อยกว่าสิ้นปีก่อนเกือบ 50% ในงบ บริษัทระบุว่ากำลังปรับโรงงานขุดที่เหลือไปรองรับธุรกิจ colocation ตามสถานการณ์

รายได้ไตรมาส 3: ขุด 17.5 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ colocation 215.4 ล้านดอลลาร์

ตามงบที่ยื่นต่อ SEC รายได้รวมไตรมาส 3 อยู่ที่ 232.9 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 164.2 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 และ 81.1 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ปีก่อน โดยรายได้จาก colocation อยู่ที่ 215.4 ล้านดอลลาร์ เพิ่มเกือบ 60% จากไตรมาส 2 ที่อยู่ที่ 136.7 ล้านดอลลาร์

รายได้จากการขุดเองอยู่ที่ 12.3 ล้านดอลลาร์ ลดจาก 57.4 ล้านดอลลาร์เมื่อปีก่อน ส่วนรายได้จากรับจ้างวางเครื่องให้นักขุดรายอื่นอยู่ที่ 5.2 ล้านดอลลาร์ จาก 8.7 ล้านดอลลาร์ รวมกันได้ 17.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 7.5% ของรายได้รวม

บริษัทมีกำลังไฟที่เรียกเก็บเงินลูกค้าได้ 485 เมกะวัตต์ ณ วันที่ 30 กันยายน เพิ่มจาก 395 เมกะวัตต์ในไตรมาส 2 และระบุว่าคิดเป็นรายได้ colocation ตามบัญชีเฉลี่ยต่อปีกว่า 700 ล้านดอลลาร์

กำไรสุทธิ 1.18 พันล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่ไม่ใช่เงินสด

งบไตรมาส 3 แสดงกำไรสุทธิ 1,178.1 ล้านดอลลาร์ แต่บริษัทระบุว่าเป็นผลจากกำไรทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสดจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของวอร์แรนต์ (ใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น ซึ่งมูลค่าขยับตามราคาหุ้น) ในไตรมาส 2 ปัจจัยเดียวกันนี้ทำให้บริษัทแสดงขาดทุนสุทธิ 1,155.3 ล้านดอลลาร์

อีกตัวเลขที่บริษัทเน้นคือ Adjusted EBITDA (กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม ที่ปรับรายการพิเศษ) 133.6 ล้านดอลลาร์ มาร์จิน 57% เทียบกับ 41.1 ล้านดอลลาร์ มาร์จิน 25% ในไตรมาส 2 ส่วนงบดุลมีหนี้ระยะยาว 4.3 พันล้านดอลลาร์ และสภาพคล่อง 1.74 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมเงินสด สินทรัพย์ดิจิทัล วงเงินกู้ที่ยังเบิกได้ และเงินสดที่ถูกกันไว้

สินทรัพย์ดิจิทัลในงบดุลของบริษัทเหลือ 2.7 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 30 กันยายน จาก 222 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปีก่อน และงบกระแสเงินสดระบุว่าบริษัทได้เงินจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ขุดเองรวม 286.8 ล้านดอลลาร์ในช่วง 9 เดือนแรกของปี

จากรักษากำลังขุดเมื่อปี 2567 สู่เส้นตายสิ้นปีนี้

การเปลี่ยนไปทำ AI ของ Core Scientific เริ่มชัดในปี 2567 เมื่อบริษัทเซ็นสัญญาให้เช่ากับ CoreWeave (ผู้ให้บริการคลาวด์สำหรับงาน AI) ฉบับแรกในเดือนมีนาคม ตามด้วยดีลใหญ่กว่านั้นในเดือนมิถุนายน ซึ่งตอนประกาศ บริษัทเน้นว่าจะรักษากำลังขุด Bitcoin ไว้ด้วย ตามที่ Cointelegraph ระบุ

Cointelegraph รายงานว่าเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน The Wall Street Journal เคยรายงานว่าบริษัทมีเป้าเลิกขุดภายในปี 2571 ต่อมาในไตรมาส 1 ปีนี้ บริษัทบันทึกการด้อยค่าอุปกรณ์ขุด 266.5 ล้านดอลลาร์ โดยอ้างราคา Bitcoin ที่อ่อนลง hashprice (รายได้ต่อกำลังขุดหนึ่งหน่วย) ที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ และราคาเครื่องขุดมือสองที่ลดลง ไตรมาส 2 บริษัทยกเลิกสัญญาซื้ออุปกรณ์ขุดกับ Block และ Proto และบันทึกขาดทุน 41.9 ล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ เรารายงานเมื่อเดือนเมษายน ว่า Core Scientific แบ่งกำลังไฟขุด BTC ไปปั้นศูนย์ข้อมูล AI 1.5 กิกะวัตต์ในเท็กซัส

การเมืองสหรัฐฯ: ผู้คัดค้านศูนย์ข้อมูลเป็นหนึ่งในผู้ชนะกลางเทอม

Cointelegraph ระบุว่าแผนเลิกขุดเกิดขึ้นในจังหวะที่ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ สร้างความไม่แน่นอนใหม่ให้บริษัทที่ขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI โดย Reuters รายงานเมื่อวันพุธว่าผู้คัดค้านการสร้างศูนย์ข้อมูลเป็นหนึ่งในผู้ชนะจากชัยชนะของเดโมแครต ความไม่พอใจส่วนหนึ่งมาจากค่าไฟและความต้องการทรัพยากรท้องถิ่นของโรงงานขนาดใหญ่ ส่วน Cointelegraph ระบุว่าติดต่อขอความเห็นจาก Core Scientific แล้ว ต้นทางยังไม่ได้ระบุว่าบริษัทตอบหรือไม่

สิ่งที่ยังต้องรอดู

  • บริษัทจะปิดการขุดทันภายในไตรมาส 4 ตามที่ CFO คาดไว้หรือไม่
  • ผลของการเมืองสหรัฐฯ ที่มีต่อแผนขยายศูนย์ข้อมูล ซึ่งต้นทางยังไม่ได้ประเมินว่ากระทบ Core Scientific แค่ไหน
  • การเลิกขุดของบริษัทนี้จะกระทบการขุดของทั้งเครือข่าย Bitcoin หรือไม่ ซึ่งต้นทางยังไม่ได้ระบุ
  • กำไรสุทธิที่มาจากรายการที่ไม่ใช่เงินสด จะกลับทิศอีกหรือไม่ เมื่อราคาหุ้นของบริษัทเปลี่ยน

 

ภาพปก: ภาพประกอบสร้างด้วย AI โลโก้: Core Scientific (Wikimedia Commons)

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

 

👉 Core Scientific สั่งแบ่งกำลังไฟขุด BTC ทุ่มงบปั้น Data Center AI 1.5 กิกะวัตต์ในเท็กซัส

 

👉 Core Scientific เตรียมออกหุ้นกู้ 3.3 พันล้านดอลล์ ลุยขยายศูนย์ข้อมูล AI ทั่วสหรัฐฯ

 

👉 ความยากการขุด Bitcoin ลด 0.03% น้อยสุดของปี รายได้นักขุดเดือน ก.ย. 3.76 หมื่นล้านบาท สูงสุดตั้งแต่ ม.ค.

 

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (6 พฤศจิกายน 2569), งบไตรมาส 3 ของ Core Scientific ที่ยื่นต่อ SEC (Form 8-K) (5 พฤศจิกายน 2569)

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

 

ข้อสังเกตคือตัวเลข 7.5% สะท้อนทั้งการที่บริษัทย้ายโรงงานไปทำธุรกิจเช่าศูนย์ข้อมูล และแรงกดดันด้านต้นทุนการขุดที่บริษัทเคยบันทึกไว้ ไม่ได้บอกเพียงอย่างเดียวว่าการขุดทำเงินไม่ได้ ข่าวนี้เป็นเรื่องของบริษัทเดียว และต้นทางไม่ได้ประเมินผลต่อเครือข่าย Bitcoin ส่วนกำไรสุทธิ 1.18 พันล้านดอลลาร์ควรอ่านแยกจากผลประกอบการหลัก เพราะบริษัทระบุว่ามาจากรายการที่ไม่ใช่เงินสด ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจากรายงานของ Cointelegraph และงบที่บริษัทยื่นต่อ SEC

 

รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com