Core Scientific สั่งแบ่งกำลังไฟขุด BTC ทุ่มงบปั้น Data Center AI 1.5 กิกะวัตต์ในเท็กซัส
Core Scientific (CORZ) บริษัทขุด Bitcoin รายใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศแผนพัฒนาไซต์ที่เมือง Pecos รัฐ Texas ให้กลายเป็นศูนย์ข้อมูล AI ขนาดมหึมา ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมสูงถึง 1.5 กิกะวัตต์ (GW) พร้อมเปิดให้เช่าราว 1 GW โดยจะดึงพลังงาน 300 MW ที่เคยใช้ขุด Bitcoin มาแปลงเป็นการดำเนินงาน Data Center ตอกย้ำเทรนด์ "นักขุด BTC ผันตัวสู่ธุรกิจ AI" ที่กำลังเขย่าวงการอย่างต่อเนื่อง
🏗️ จากเหมืองขุด Bitcoin สู่โคโลเคชั่น AI ระดับ 1.5 GW
ในประกาศวันจันทร์ที่ผ่านมา Core Scientific ระบุว่า ได้เริ่มพัฒนาไซต์ Pecos ใน Texas ให้เป็นศูนย์ Colocation (บริการให้เช่าพื้นที่ในศูนย์ข้อมูลพร้อมระบบไฟฟ้า ระบบเย็น และความปลอดภัย) ความหนาแน่นสูง สำหรับรองรับงาน AI ท่ามกลางความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลที่พุ่งทะยาน โดยจากกำลังไฟฟ้าทั้งหมด 1.5 GW (1,500 เมกะวัตต์) จะมีประมาณ 1 GW เปิดให้ลูกค้าภายนอกเช่าใช้งาน
Adam Sullivan ซีอีโอของ Core Scientific กล่าวว่า บริษัทกำลังใช้ความเชี่ยวชาญภายในเพื่อสร้างความแตกต่างในการพัฒนาและขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI รุ่นใหม่ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านที่บริษัทกำลังดำเนินการอยู่
ที่น่าสนใจคือ กำลังไฟฟ้า 300 MW ที่ใช้สำหรับขุด Bitcoin อยู่เดิมในไซต์นี้ จะถูกแปลงไปใช้กับการดำเนินงาน Data Center แทน ซึ่ง Core Scientific เผยว่า Data Hall (ห้องเซิร์ฟเวอร์) แรกได้ทำงานฐานรากเสร็จแล้ว และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนการก่อสร้างแนวตั้ง คาดว่าจะเปิดให้บริการบางส่วนในต้นปี 2027
นอกจากนี้ บริษัทยังได้สัญญาเพิ่มกำลังไฟฟ้าอีก 300 MW จากผู้ให้บริการสาธารณูปโภค พร้อมแผนขยายเพิ่มเติมผ่าน Behind-the-Meter Solution (การจัดหาพลังงานโดยตรงจากแหล่งผลิต ไม่ผ่านโครงข่ายไฟฟ้าหลัก ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความเสถียร)
💸 ทุ่ม 200 เอเคอร์-ระดมทุน 3.3 พันล้านดอลลาร์ ขยายเครือข่ายทั่วสหรัฐฯ
เพื่อรองรับการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่นี้ Core Scientific เผยว่าได้เข้าซื้อที่ดินกว่า 200 เอเคอร์ ในพื้นที่ดังกล่าว
สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทยังประกาศแผนระดมทุน 3.3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.16 แสนล้านบาท) ผ่านการออก Senior Secured Notes (ตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันและมีลำดับสิทธิ์การชำระคืนก่อนเจ้าหนี้รายอื่น) ครบกำหนดในปี 2031 เพื่อใช้เป็นเงินทุนขยาย Data Center ในรัฐ Georgia, Texas, North Carolina และ Oklahoma ต่อยอดจาก Credit Facility (วงเงินสินเชื่อ) มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ที่ได้รับจาก Morgan Stanley เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
แม้ในอดีต Core Scientific จะมีรายได้หลักจากการขุดสินทรัพย์ดิจิทัล แต่บริษัทกำลังหันไปโฟกัสที่ธุรกิจ Infrastructure Services (บริการโครงสร้างพื้นฐาน) มากขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบันมีศูนย์ข้อมูลกระจายอยู่หลายรัฐในสหรัฐฯ ทั้ง Texas, Georgia และ North Carolina
🌊 เทรนด์ "นักขุด Bitcoin" แห่ผันตัวสู่ AI
Core Scientific ไม่ใช่บริษัทเดียวที่กำลังมองหาแหล่งรายได้ใหม่ในยุคที่กำไรจากการขุดบีบตัวลง โดยเฉพาะหลัง Halving (เหตุการณ์ที่รางวัลขุดบล็อก Bitcoin ลดลงครึ่งหนึ่ง เกิดขึ้นทุก ๆ 4 ปี) ในเดือนเมษายน 2024 ซึ่งทำให้รางวัลต่อบล็อกเหลือเพียง 3.125 BTC
- เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา MARA Holdings เข้าซื้อหุ้น 64% ใน Exaion บริษัทโครงสร้างพื้นฐานสัญชาติฝรั่งเศส เพื่อขยายธุรกิจสู่บริการ AI
- บริษัทขุดอื่นๆ ทั้ง Hive, Hut 8, TeraWulf และ Iren ก็กำลังแปลงโรงงานขุดให้กลายเป็น Data Center กันอย่างคึกคัก
🏭 NYDIG จ่อซื้อโรงหลอมเก่าในนิวยอร์ก – ตามรอย TeraWulf
ตามรายงานของ Cointelegraph Alcoa (อัลโคอา) บริษัทอลูมิเนียมยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังจะปิดดีลขายโรงหลอม Massena East ที่หยุดเดินเครื่องมานานในตอนเหนือของนิวยอร์ก ให้กับ NYDIG บริษัทขุด Bitcoin โดยคาดว่าดีลจะปิดได้ภายในกลางปีนี้ โดยโรงงานแห่งนี้ปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2014 เนื่องจากต้นทุนพลังงานสูงและการแข่งขันจากต่างประเทศ
ก่อนหน้านี้ในปีเดียวกัน Century Aluminum ก็ได้ขายโรงหลอม Hawesville ในรัฐ Kentucky ในราคา 200 ล้านดอลลาร์ ให้กับนักขุดคริปโต TeraWulf ซึ่งวางแผนจะแปลงเป็นโรงงาน HPC (High-Performance Computing — การประมวลผลประสิทธิภาพสูงสำหรับงานวิทยาศาสตร์-AI) และ AI ต่อไป
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของแรงกดดันที่นักขุดต้องเผชิญ ซึ่งเราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ความยากการขุด BTC ลดลง แต่เหมืองขุดรายใหญ่ยังเดินหน้าสะสมเข้าคลังแม้ต้นทุนพุ่ง
👉 ARO Network ระดมทุน 2.1 ล้านดอลลาร์ สร้าง Edge Cloud กระจายศูนย์สำหรับ AI และคอนเทนต์
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph / ภาพ linkedin.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การขยับของ Core Scientific สะท้อนภาพที่ใหญ่กว่าแค่ดีลของบริษัทเดียว — มันคือสัญญาณว่าโครงสร้างพื้นฐานที่ครั้งหนึ่งเคยถูกใช้ขุด Bitcoin กำลังกลายเป็น "ทรัพยากรเชิงกลยุทธ์" ในยุค AI ด้วยจุดแข็งด้านที่ดิน ระบบทำความเย็น และสัญญาพลังงานราคาถูก ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัท Hyperscaler หาได้ยากในตอนนี้ น่าจับตาว่าโมเดลธุรกิจแบบ "ลูกผสม" ระหว่าง Bitcoin Mining และ AI Infrastructure จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมในอีก 2–3 ปีข้างหน้าหรือไม่ และจะส่งผลอย่างไรต่อ Hashrate ของเครือข่าย Bitcoin ในระยะยาว
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO Core Scientific, Bitcoin Mining, AI Data Center, นักขุด Bitcoin, HPC Infrastructure, Pecos Texas, TeraWulf, MARA Holdings, NYDIG
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com