จับตา 15 ก.ย. ชี้ชะตา CLARITY Act หากไม่ผ่านอาจต้องรอถึงปี 2030
10 September 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

จับตา 15 ก.ย. ชี้ชะตา CLARITY Act หากไม่ผ่านอาจต้องรอถึงปี 2030

ร่างกฎหมาย CLARITY Act หรือ Digital Asset Market Clarity Act กฎหมายกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลตลาดคริปโทเคอร์เรนซีของสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่จุดชี้ชะตาสำคัญ เมื่อวุฒิสภาสหรัฐฯ มีกำหนดลงมติ Cloture Vote (มติปิดการอภิปรายเพื่อเริ่มกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายอย่างเป็นทางการ) ในวันที่ 15 กันยายนนี้ ซึ่งต้องได้เสียงสนับสนุนถึง 60 เสียงจึงจะผ่านเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปได้ ทั้งนี้ นี่ยังไม่ใช่การลงมติร่างกฎหมายฉบับเต็ม แต่เป็นเพียงขั้นตอนกระบวนการที่จะเปิดทางให้เข้าสู่การอภิปรายเท่านั้น

 

CLARITY Act คุมอะไรบ้าง แบ่งอำนาจ SEC-CFTC ครั้งแรก

หากผ่านออกมาเป็นกฎหมาย CLARITY Act จะเป็นกรอบกฎหมายฉบับแรกที่แบ่งอำนาจการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) อย่างชัดเจน โดยแบ่งโทเคนออกเป็น 4 ประเภท คือ สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล (Digital Commodities), สัญญาการลงทุน (Investment Contracts), สเตเบิลคอยน์เพื่อการชำระเงิน (Payment Stablecoins) และหลักทรัพย์ (Securities) พร้อมกำหนดข้อบังคับการขึ้นทะเบียนสำหรับเว็บเทรด นายหน้า และผู้ค้า รวมถึงมาตรการป้องกันการฟอกเงินและคุ้มครองทรัพย์สินลูกค้า

 

เดิมพันสูง: ถ้าไม่ผ่านรอบนี้ อาจต้องรอถึงปี 2030

ปัจจุบันพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาที่ 53 ที่นั่ง หมายความว่าต้องได้เสียงสนับสนุนจากพรรคเดโมแครตเพิ่มอย่างน้อย 7 เสียงจึงจะถึงเกณฑ์ 60 เสียงที่ต้องการ หากผ่าน Cloture Vote ได้ ร่างกฎหมายจะเข้าสู่การอภิปรายและลงมติในวุฒิสภา ก่อนส่งต่อไปยังสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเหลือวันประชุมเพียง 4 วันก่อนปิดสมัยประชุมวันที่ 17 กันยายน ไปจนถึงหลังการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน ทำให้กรอบเวลาตึงมากอยู่แล้ว แต่หาก Cloture Vote ไม่ผ่าน ร่างกฎหมายฉบับนี้จะถือว่าตายไปตามสมัยประชุมนี้ทันที และกฎระเบียบคริปโทของสหรัฐฯ จะยังคงต้องพึ่งพาการตีความของแต่ละหน่วยงาน (SEC, CFTC, OCC, FASB) แบบแยกส่วนต่อไป ซึ่งพลิกกลับได้ทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาล

 

"โอกาสแท้จริงครั้งต่อไป" ที่ร่างกฎหมายนี้จะผ่านได้ "อาจไม่มาถึงจนกว่าจะถึงปี 2030" หากสมาชิกสภาคองเกรสไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ในรอบนี้ Cynthia Lummis วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน ผู้สนับสนุนร่างกฎหมายคนสำคัญ กล่าวเตือน

 

เงื่อนไขจริยธรรมที่ทำให้พรรคร่วมแตกคอ

ประเด็นที่ทำให้การเจรจาสะดุดหนักที่สุดคือ มาตรา 13152 ซึ่งห้ามประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และสมาชิกสภาคองเกรส ออกหรือสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลใดๆ ขณะดำรงตำแหน่ง โดยมีบทลงโทษปรับสูงสุดวันละ 250,000 ดอลลาร์จากกระทรวงยุติธรรม แต่ข้อบังคับนี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 20 มกราคม 2572 ซึ่งตรงกับวันสุดท้ายในตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์พอดี ฝ่ายเดโมแครตมองว่าเงื่อนไขนี้ยังไม่รัดกุมพอ เพราะการบังคับใช้ขึ้นอยู่กับผู้ที่ประธานาธิบดีแต่งตั้งเป็นหัวหน้ากระทรวงยุติธรรม และวันสิ้นสุดที่บังเอิญตรงกับวาระของทรัมป์พอดี ขณะที่ฝ่ายรีพับลิกันกังวลว่าหากทำให้เข้มงวดขึ้น อาจเสี่ยงสูญเสียแรงสนับสนุนจากทำเนียบขาว ความขัดแย้งจุดนี้ถูกมองว่าเป็นตัวการหลักที่ทำให้ความร่วมมือข้ามพรรคสั่นคลอน ด้านตลาดคาดการณ์ (Prediction Market) ให้โอกาสผ่านร่างกฎหมายนี้ร่วงจาก 82% ในเดือนกุมภาพันธ์ เหลือเพียง 16% ในช่วงต้นเดือนกันยายน ขณะที่ Galaxy Digital ประเมินโอกาสผ่านไว้เพียง 10% เท่านั้น

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: ติดตามความเคลื่อนไหว CLARITY Act ที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 CLO Ripple ชี้ 15 ก.ย. คือจุดชี้ชะตา CLARITY Act ก่อนโหวตกระบวนการวุฒิสภาครั้งแรก
👉 สว. Gallego เผยทำเนียบขาวเมินข้อเสนอจริยธรรม CLARITY Act ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ยังลุ้นผ่านทัน

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph, Crypto.news

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: แม้พาดหัวต้นฉบับจะสื่อไปในทางลบ แต่ต้องย้ำว่าขณะนี้ CLARITY Act ยังไม่ได้ตกไปอย่างเป็นทางการ เพียงแต่โอกาสผ่านลดลงต่อเนื่องตามที่ตลาดคาดการณ์สะท้อนออกมา การที่ประเด็นจริยธรรมกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้พรรคร่วมแตกคอ สะท้อนว่าการออกกฎหมายกำกับดูแลคริปโทระดับชาติไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคด้านการเงิน แต่พันเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางการเมืองด้วย นักลงทุนควรติดตามผลโหวต Cloture วันที่ 15 กันยายนอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวชี้ทิศทางกฎระเบียบคริปโทสหรัฐฯ ไปอีกหลายปีข้างหน้า บทความนี้เป็นการรายงานข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com