
จับตา 15 ก.ย. ชี้ชะตา CLARITY Act หากไม่ผ่านอาจต้องรอถึงปี 2030
ร่างกฎหมาย CLARITY Act หรือ Digital Asset Market Clarity Act กฎหมายกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลตลาดคริปโทเคอร์เรนซีของสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่จุดชี้ชะตาสำคัญ เมื่อวุฒิสภาสหรัฐฯ มีกำหนดลงมติ Cloture Vote (มติปิดการอภิปรายเพื่อเริ่มกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายอย่างเป็นทางการ) ในวันที่ 15 กันยายนนี้ ซึ่งต้องได้เสียงสนับสนุนถึง 60 เสียงจึงจะผ่านเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปได้ ทั้งนี้ นี่ยังไม่ใช่การลงมติร่างกฎหมายฉบับเต็ม แต่เป็นเพียงขั้นตอนกระบวนการที่จะเปิดทางให้เข้าสู่การอภิปรายเท่านั้น
CLARITY Act คุมอะไรบ้าง แบ่งอำนาจ SEC-CFTC ครั้งแรก
หากผ่านออกมาเป็นกฎหมาย CLARITY Act จะเป็นกรอบกฎหมายฉบับแรกที่แบ่งอำนาจการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) อย่างชัดเจน โดยแบ่งโทเคนออกเป็น 4 ประเภท คือ สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล (Digital Commodities), สัญญาการลงทุน (Investment Contracts), สเตเบิลคอยน์เพื่อการชำระเงิน (Payment Stablecoins) และหลักทรัพย์ (Securities) พร้อมกำหนดข้อบังคับการขึ้นทะเบียนสำหรับเว็บเทรด นายหน้า และผู้ค้า รวมถึงมาตรการป้องกันการฟอกเงินและคุ้มครองทรัพย์สินลูกค้า
เดิมพันสูง: ถ้าไม่ผ่านรอบนี้ อาจต้องรอถึงปี 2030
ปัจจุบันพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาที่ 53 ที่นั่ง หมายความว่าต้องได้เสียงสนับสนุนจากพรรคเดโมแครตเพิ่มอย่างน้อย 7 เสียงจึงจะถึงเกณฑ์ 60 เสียงที่ต้องการ หากผ่าน Cloture Vote ได้ ร่างกฎหมายจะเข้าสู่การอภิปรายและลงมติในวุฒิสภา ก่อนส่งต่อไปยังสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเหลือวันประชุมเพียง 4 วันก่อนปิดสมัยประชุมวันที่ 17 กันยายน ไปจนถึงหลังการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน ทำให้กรอบเวลาตึงมากอยู่แล้ว แต่หาก Cloture Vote ไม่ผ่าน ร่างกฎหมายฉบับนี้จะถือว่าตายไปตามสมัยประชุมนี้ทันที และกฎระเบียบคริปโทของสหรัฐฯ จะยังคงต้องพึ่งพาการตีความของแต่ละหน่วยงาน (SEC, CFTC, OCC, FASB) แบบแยกส่วนต่อไป ซึ่งพลิกกลับได้ทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาล
"โอกาสแท้จริงครั้งต่อไป" ที่ร่างกฎหมายนี้จะผ่านได้ "อาจไม่มาถึงจนกว่าจะถึงปี 2030" หากสมาชิกสภาคองเกรสไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ในรอบนี้ Cynthia Lummis วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน ผู้สนับสนุนร่างกฎหมายคนสำคัญ กล่าวเตือน
เงื่อนไขจริยธรรมที่ทำให้พรรคร่วมแตกคอ
ประเด็นที่ทำให้การเจรจาสะดุดหนักที่สุดคือ มาตรา 13152 ซึ่งห้ามประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และสมาชิกสภาคองเกรส ออกหรือสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลใดๆ ขณะดำรงตำแหน่ง โดยมีบทลงโทษปรับสูงสุดวันละ 250,000 ดอลลาร์จากกระทรวงยุติธรรม แต่ข้อบังคับนี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 20 มกราคม 2572 ซึ่งตรงกับวันสุดท้ายในตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์พอดี ฝ่ายเดโมแครตมองว่าเงื่อนไขนี้ยังไม่รัดกุมพอ เพราะการบังคับใช้ขึ้นอยู่กับผู้ที่ประธานาธิบดีแต่งตั้งเป็นหัวหน้ากระทรวงยุติธรรม และวันสิ้นสุดที่บังเอิญตรงกับวาระของทรัมป์พอดี ขณะที่ฝ่ายรีพับลิกันกังวลว่าหากทำให้เข้มงวดขึ้น อาจเสี่ยงสูญเสียแรงสนับสนุนจากทำเนียบขาว ความขัดแย้งจุดนี้ถูกมองว่าเป็นตัวการหลักที่ทำให้ความร่วมมือข้ามพรรคสั่นคลอน ด้านตลาดคาดการณ์ (Prediction Market) ให้โอกาสผ่านร่างกฎหมายนี้ร่วงจาก 82% ในเดือนกุมภาพันธ์ เหลือเพียง 16% ในช่วงต้นเดือนกันยายน ขณะที่ Galaxy Digital ประเมินโอกาสผ่านไว้เพียง 10% เท่านั้น
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: ติดตามความเคลื่อนไหว CLARITY Act ที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 CLO Ripple ชี้ 15 ก.ย. คือจุดชี้ชะตา CLARITY Act ก่อนโหวตกระบวนการวุฒิสภาครั้งแรก
👉 สว. Gallego เผยทำเนียบขาวเมินข้อเสนอจริยธรรม CLARITY Act ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ยังลุ้นผ่านทัน🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph, Crypto.news
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: แม้พาดหัวต้นฉบับจะสื่อไปในทางลบ แต่ต้องย้ำว่าขณะนี้ CLARITY Act ยังไม่ได้ตกไปอย่างเป็นทางการ เพียงแต่โอกาสผ่านลดลงต่อเนื่องตามที่ตลาดคาดการณ์สะท้อนออกมา การที่ประเด็นจริยธรรมกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้พรรคร่วมแตกคอ สะท้อนว่าการออกกฎหมายกำกับดูแลคริปโทระดับชาติไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคด้านการเงิน แต่พันเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางการเมืองด้วย นักลงทุนควรติดตามผลโหวต Cloture วันที่ 15 กันยายนอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวชี้ทิศทางกฎระเบียบคริปโทสหรัฐฯ ไปอีกหลายปีข้างหน้า บทความนี้เป็นการรายงานข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com