Bitcoin ไม่ผ่าน $80,000 หลังเงินเยนแข็งค่าสุดรอบ 7 เดือน พร้อม Bessent ขู่แทรกแซงต่อ
10 September 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Bitcoin ไม่ผ่าน $80,000 หลังเงินเยนแข็งค่าสุดรอบ 7 เดือน พร้อม Bessent ขู่แทรกแซงต่อ

ราคา Bitcoin (BTC) ยังไม่สามารถทวงคืนระดับ 80,000 ดอลลาร์ได้ในสัปดาห์นี้ ล่าสุด ณ เวลา 04.29 น. ของวันที่ 10 กันยายน 2569 (ตามเวลาประเทศไทย) ราคาอยู่ที่ 78,229.82 ดอลลาร์ ลดลง 0.4% ในรอบ 24 ชั่วโมง แม้ในรอบ 7 วันจะยังบวกอยู่ 1.3% จากข้อมูลเว็บไซต์ CoinGecko (หมายเหตุ: ราคาคริปโทเคลื่อนไหวตลอดเวลา ตัวเลขนี้เป็นข้อมูล ณ เวลาตรวจสอบเท่านั้น) โดยแรงกดดันหลักมาจากปัจจัยมหภาค 2 เรื่องพร้อมกัน คือความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เราเคยรายงานไปเมื่อวานนี้ และล่าสุดมีปัจจัยใหม่เพิ่มเข้ามา คือความกังวลเรื่องการคลาย Yen Carry Trade (การกู้ยืมเงินเยนดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า)

เงินเยนแข็งค่าสุดตั้งแต่กุมภาพันธ์ หลังผู้กำหนดนโยบายสหรัฐฯ ส่งสัญญาณแทรกแซงต่อ

ค่าเงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ราว 153 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่สถานะขาย Short เงินเยนในตลาดยังอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 5 ล้านล้านเยน สาเหตุหลักมาจาก Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ที่ส่งสัญญาณว่าจะเข้าแทรกแซงตลาดค่าเงินเยนต่อเนื่อง โดยกล่าวว่า "เมื่อเราเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น ผมมีข้อมูลเชิงลึกที่ดีพอสมควรว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะทำอะไรต่อ... ตอนนี้ผมคือเจ้ามือ" ท่าทีแข็งกร้าวนี้ยิ่งหนุนให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นไปอีก และบ่งชี้ว่าอาจมีการแทรกแซงเพิ่มเติมตามมา

 

"การคลาย Carry Trade รอบนี้มีความเปราะบาง เพราะเกิดขึ้นก่อนที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะปรับขึ้นดอกเบี้ยตามที่คาดการณ์ไว้เสียอีก" Charu Chanana นักวิเคราะห์จาก Saxo ระบุ

 

Yen Carry Trade เกี่ยวข้องกับ Bitcoin อย่างไร

Yen Carry Trade คือกลไกที่นักลงทุนกู้ยืมเงินเยนซึ่งมีดอกเบี้ยต่ำ แล้วนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าในที่อื่น ซึ่งปัจจุบันมีขนาดใหญ่ถึงราว 500,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อเงินเยนแข็งค่าขึ้น ต้นทุนการกู้ยืมในรูปดอลลาร์ของนักลงทุนกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นตาม ประกอบกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่ปรับตัวขึ้นแตะ 3% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2539 (สูงสุดในรอบเกือบ 30 ปี) ยิ่งทำให้สินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนอย่าง Bitcoin ดูน่าดึงดูดน้อยลงเมื่อเทียบกับพันธบัตรญี่ปุ่นที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ทั้งสองแรงกดดันนี้บีบให้นักลงทุนต้องทยอยปิดสถานะ Carry Trade ซึ่งในอดีตเคยทำให้ Bitcoin ร่วงลงได้มากถึง 20% ในช่วงที่เงินเยนแข็งค่าอย่างรุนแรง อย่างเหตุการณ์ในเดือนสิงหาคม 2567 ที่ Bitcoin ร่วงลงพร้อมตลาดหุ้นก่อนจะฟื้นตัวกลับมาได้ ซึ่งหากเกิดการร่วงในระดับเดียวกันจากราคาปัจจุบันที่ 77,000-79,000 ดอลลาร์ อาจดันราคาลงไปแตะระดับประมาณ 62,000 ดอลลาร์ได้

จับตาธนาคารกลางญี่ปุ่นขึ้นดอกเบี้ยปลายเดือนนี้

ตลาดกำลังจับตาการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยกดดันสถานะ Carry Trade ที่เหลืออยู่ในตลาด นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ยังคงยืนสูงต่อเนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเบรนท์ทะลุ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI เหนือ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก็ยังคงเป็นอีกแรงกดดันที่ทับซ้อนเข้ามาพร้อมกัน

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: ต่อเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้เมื่อวานนี้เรื่องแนวรับ 78,300 ดอลลาร์ ล่าสุดมีปัจจัยเยนแข็งค่าเพิ่มเข้ามากดดันอีกชั้น
👉 Bitcoin ทดสอบแนวรับ $78,300 ราคาน้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 3 เดือนจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph, CryptoBriefing

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: ตอนนี้ Bitcoin กำลังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคซ้อนกันถึง 2 ชั้น ทั้งความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ที่ดันราคาน้ำมันขึ้น และความกังวลเรื่องการคลาย Yen Carry Trade ที่กระทบสภาพคล่องในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ตัวเลขร่วง 20% ที่นักวิเคราะห์เทียบเคียงกับเหตุการณ์ปี 2567 เป็นเพียงการเปรียบเทียบเชิงประวัติศาสตร์ ไม่ใช่การคาดการณ์ที่แน่นอน แต่ก็สะท้อนว่านักลงทุนควรติดตามทั้งท่าทีของ BOJ และสถานการณ์ตะวันออกกลางไปพร้อมกันในช่วงนี้ บทความนี้เป็นการรายงานข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com