Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ศาลจีนวางหลัก "Bitcoin คือทรัพย์สิน" จำคุก 10 ปี คดีขโมย 107 BTC ด้วยการจดจำ Seed Phrase
09 June 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

ศาลจีนวางหลัก "Bitcoin คือทรัพย์สิน" จำคุก 10 ปี คดีขโมย 107 BTC ด้วยการจดจำ Seed Phrase

ศาลในเมืองชิงเต่า (Qingdao) ทางตะวันออกของจีน ตัดสินจำคุกชายคนหนึ่งนาน 10 ปี 9 เดือน ฐานขโมย Bitcoin จำนวน 107 BTC ด้วยวิธีจดจำ Seed Phrase (วลีกู้คืนกระเป๋าเงินคริปโต) ของเหยื่อไว้ได้เกือบครบทั้ง 12 คำ ที่น่าสนใจไม่น้อยคือ คำพิพากษานี้ได้วางบรรทัดฐานสำคัญว่า Bitcoin ถือเป็น "ทรัพย์สิน" ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอาญาจีน แม้ประเทศจีนจะยังคงแบนการซื้อขายคริปโตอยู่ก็ตาม

 

⚖️ จดจำ Seed Phrase 11 จาก 12 คำ สู่การขโมย 107 BTC

 

เหตุการณ์เริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023) เมื่อเหยื่อนามสกุลเฟิง (Feng) ขอให้คนรู้จักนามสกุลจาง (Zhang) ซึ่งเคยช่วยทำธุรกรรม Bitcoin ให้มาก่อน มาช่วยขายเหรียญ Bitcoin จำนวน 117 BTC ออกเป็นเงินสด

 

ระหว่างที่เฟิงตั้งค่ากระเป๋าเงินใหม่และจดบันทึก Seed Phrase ทั้ง 12 คำลงกระดาษนั้น จางที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ได้จดจำคำเหล่านั้นไว้ได้ถึง 11 คำ พร้อมจำตัวอักษรแรกของคำสุดท้ายได้ ก่อนจะนำไปลองประกอบจนสำเร็จ และโอน Bitcoin จำนวน 107 BTC ออกจากกระเป๋าของเฟิงไป

 

ต่อมาเมื่อเฟิงพบว่าเหรียญหายไปและแจ้งความ เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนเส้นทางธุรกรรมจนเชื่อมโยงมาถึงจางได้ในที่สุด

 

💰 อ้าง "เก็บรักษาให้" แต่หลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ไม่เข้าข้าง

 

จางยอมรับว่าได้โอนเหรียญออกไปจริง แต่อ้างว่าเป็นการ "เก็บรักษาทรัพย์สินไว้ให้" และตนเองไม่ได้กำไร โดยอ้างว่าภายหลังขาดทุนจากการเก็งกำไรราคาด้วยซ้ำ

 

อย่างไรก็ตาม อัยการระบุว่าหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์แสดงให้เห็นชัดเจนว่าจางได้แปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด และได้รับเงินจากการขายไปแล้ว ศาลแขวงเขตหลีชาง (Licang District People's Court) จึงพิพากษาให้จำคุก 10 ปี 9 เดือน พร้อมปรับเงิน 100,000 หยวน (ราว 481,700 บาท)

 

ทั้งนี้ ที่น่าสังเกตคือศาลคำนวณมูลค่าความเสียหายจาก "เงินสดที่ได้รับจริง" จากการขายเหรียญ ไม่ได้ตีมูลค่าจาก 107 BTC ทั้งหมดตามราคาตลาด เนื่องจากจีนไม่มีอัตราอ้างอิงราคา Bitcoin อย่างเป็นทางการสำหรับการคำนวณในคดีอาญา

 

📌 หมายเหตุบรรณาธิการ — ตัวเลขที่คลาดเคลื่อนกันระหว่างแหล่งข่าว: ต้นฉบับจาก Cointelegraph ระบุว่าจางได้เงินจากการขายเหรียญ "มากกว่า 97,000 ดอลลาร์" (ราว 3.18 ล้านบาท) ขณะที่แหล่งข่าวอื่น เช่น crypto.news และ cryptonews.net รายงานตัวเลขเป็น 660,000 หยวน หรือราว 91,000 ดอลลาร์ (ราว 2.98 ล้านบาท) ทีมข่าวขอนำเสนอทั้งสองตัวเลขเพื่อความโปร่งใส

(อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้: 1 ดอลลาร์สหรัฐ ≈ 32.77 บาท อ้างอิงวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569)

 

🇨🇳 จีนแบนคริปโต แต่ศาลยอมรับว่าเป็น "ทรัพย์สิน"

 

แม้จีนจะออกมาตรการแบนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขุด (Mining) และการซื้อขาย แต่อัยการในคดีนี้กลับให้เหตุผลว่า Bitcoin เข้านิยามของคำว่า "ทรัพย์สิน" ตามกฎหมาย เพราะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจและสามารถถูกควบคุมโดยเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวผ่าน Private Key และ Seed Phrase ได้ ซึ่งศาลก็เห็นพ้องด้วย

 

จุดที่ต้องเน้นย้ำคือ คำพิพากษานี้ ไม่ได้ เปลี่ยนแปลงท่าทีการแบนคริปโตของจีนแต่อย่างใด Bitcoin ยังคงไม่มีสถานะเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย (Legal Tender) ในจีนแผ่นดินใหญ่ เพียงแต่เป็นการวางหลักว่าผู้ถือครองคริปโตยังได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายในกรณีถูกขโมย

 

📌 หมายเหตุบรรณาธิการ — ไทม์ไลน์คดี: จากการตรวจสอบเพิ่มเติม คำพิพากษาของศาลแขวงเขตหลีชางมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) และต่อมาศาลชั้นกลางเมืองชิงเต่า (Qingdao Intermediate People's Court) ได้ยกอุทธรณ์ ยืนตามคำพิพากษาเดิมเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ข่าวที่เป็นกระแสในขณะนี้สืบเนื่องจากการที่สำนักงานอัยการสูงสุดจีน (Supreme People's Procuratorate) เพิ่งเผยแพร่บทสรุปคดีผ่านบัญชี WeChat ทางการ

 

🔐 ภัยคุกคามที่แท้จริง คือ "คน" ไม่ใช่ "เทคโนโลยี"

 

อัลวิน คาน (Alvin Kan) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Bitget Wallet (ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินคริปโตรายใหญ่) ให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph ว่า คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่าภัยคุกคามด้านความปลอดภัยของกระเป๋าเงินมักมาจาก "ปัจจัยมนุษย์" มากกว่าช่องโหว่ทางเทคนิค

 

เขาอธิบายว่า แม้ Seed Phrase แบบ 12 คำจะปลอดภัยในเชิงคณิตศาสตร์ ยากต่อการเดาสุ่มแบบ Brute-Force (การลองทุกความเป็นไปได้) แต่การใช้ Seed Phrase แบบ 24 คำจะ "ยกระดับเพดานความปลอดภัยให้สูงขึ้นไปอีก" ซึ่งเป็นเหตุผลที่ดีที่อุตสาหกรรมควรหันมาใช้กันให้แพร่หลายมากขึ้น

 

คานยังเตือนถึงความเสี่ยงในสถานการณ์ "ผู้ช่วยที่ไว้ใจได้" (Trusted Helper) ที่การหลอกลวงทางจิตวิทยา (Social Engineering) อาจนำไปสู่การถูกขโมยกระเป๋าเงินได้ โดยชี้ว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่มักระวังเรื่องการแคปหน้าจอ แต่กลับไม่ค่อยคิดว่าใครอยู่ในห้องบ้างตอนตั้งค่ากระเป๋าเงิน ทั้งที่ "การเปิดเผยเพียงชั่ววินาที ก็ถือว่าเปิดเผยแล้ว"

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: กรณีนี้ตอกย้ำบทเรียนเรื่องการเก็บรักษา Seed Phrase ที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ 
👉 อุทาหรณ์ เก็บ Seed Phrase ไว้ใน Digital Footprint สูญเงินหลักล้าน 
👉 Wallet คืออะไร? วิธีเก็บรักษา Bitcoin อย่างปลอดภัย
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจาก crypto.news และ cryptonews.net) / ภาพ binance.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict คดีนี้น่าจับตามองไม่น้อย เพราะสะท้อนความย้อนแย้งที่น่าสนใจของจีน คือถึงจะแบนการซื้อขายคริปโตอย่างเข้มงวด แต่ระบบยุติธรรมก็ยังเลือกที่จะคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินดิจิทัลของประชาชน ซึ่งถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกต่อการยอมรับ Bitcoin ในเชิงกฎหมาย อีกบทเรียนสำคัญที่ตีค่าเป็นเงินไม่ได้คือ ความปลอดภัยที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเข้ารหัสเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "ใครอยู่ตรงนั้นบ้าง" ในวินาทีที่คุณจด Seed Phrase ลงกระดาษ การดูแล Seed Phrase ให้เป็นความลับสูงสุดจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลย

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: ขโมย Bitcoin, ศาลจีน Bitcoin, Seed Phrase, ความปลอดภัยคริปโต, Bitcoin ทรัพย์สิน, คริปโตจีน, 107 BTC, Crypto Wallet Security

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com