
Chainalysis เผยมัลแวร์ฝังบนบล็อกเชนพุ่ง 420% ในรอบปี เกาหลีเหนือ-อิหร่านอยู่เบื้องหลัง
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน Chainalysis เผยรายงานพบว่าการฝังมัลแวร์บนบล็อกเชนสาธารณะ (Onchain Malware) เพิ่มขึ้นถึง 420% ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา โดยแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องราว 2 ใน 3 ของกิจกรรมใหม่ในแต่ละไตรมาส เทคนิคนี้คือการฝังคำสั่งมัลแวร์และข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานโจมตีไว้บนบล็อกเชนสาธารณะโดยตรง ทำให้แคมเปญโจมตีอยู่รอดได้นานขึ้น เพราะข้อมูลยังเข้าถึงได้แม้โดเมน เซิร์ฟเวอร์ หรือ Repository ต้นทางจะถูกปิดไปแล้ว
เทคนิคของแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ
กลุ่ม UNC5342 ซึ่งเป็นชื่อที่ Google Threat Intelligence ใช้เรียกกลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ ใช้เครือข่าย Tron, Aptos และ BNB Smart Chain ในการโจมตี โดยเข้ารหัสตัวชี้ธุรกรรม (Transaction Pointer) เพื่อนำทางอุปกรณ์ที่ติดมัลแวร์ผ่านหลายบล็อกเชน ใช้ Tron เป็นเส้นทางหลักและ Aptos เป็นเส้นทางสำรอง ก่อนไปสิ้นสุดที่ธุรกรรมบน BSC ซึ่งมีที่อยู่เซิร์ฟเวอร์และข้อมูลตั้งค่าที่เข้ารหัสไว้สำหรับการเข้าถึงระยะไกลและการขโมยข้อมูล ก่อนหน้านี้ในปี 2568 แฮกเกอร์เกาหลีเหนือเคยใช้เทคนิคคล้ายกันชื่อ EtherHiding ซึ่งฝังโค้ดขโมยเหรียญคริปโตไว้ใน Smart Contract
เทคนิคของแฮกเกอร์อิหร่าน
กลุ่มที่คาดว่าเชื่อมโยงกับอิหร่านใช้วิธีฝังคำสั่งเส้นทางแบบ Command-and-Control ลงในบล็อกเชน Bitcoin โดยส่งธุรกรรมมูลค่าเล็กน้อยไปยังแอดเดรสที่เคยเชื่อมโยงกับซาโตชิ นากาโมโตะในประวัติศาสตร์ ทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงสาธารณะถาวรที่อุปกรณ์ติดมัลแวร์สามารถดึงคำสั่งอัปเดตได้ เปิดทางให้แฮกเกอร์เปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานการโจมตีได้โดยไม่ต้องติดต่อกับอุปกรณ์เป้าหมายโดยตรง
ความเชื่อมโยงกับ AI ที่ยังพิสูจน์เหตุ-ผลไม่ได้ชัดเจน
Chainalysis ยังพบตัวเลขแยกอีกชุดหนึ่งคือการเขียนข้อมูลอันตรายลงบล็อกเชนเพิ่มขึ้น 440% นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่โมเดล AI แบบโอเพนซอร์สจากจีนเริ่มมีความสามารถเขียนโค้ดอันตรายได้โดยมีมาตรการป้องกันน้อยมาก Eric Jardine จาก Chainalysis ระบุว่าทีมพบ "ความเชื่อมโยงเชิงช่วงเวลาที่ชัดเจน" ระหว่างความสามารถของ AI ที่เพิ่มขึ้นกับกิจกรรมที่เป็นอันตราย แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ความสัมพันธ์เชิงเหตุ-ผลได้อย่างแน่ชัด
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 สะเทือนวงการ! Anthropic แฉ AI ถูกใช้แฮกองค์กรรัฐ 20 แห่ง สอดแนม 25 ล้านซิมการ์ด
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
เทคนิคการฝังมัลแวร์บนบล็อกเชนสาธารณะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าคุณสมบัติที่ทำให้บล็อกเชนน่าเชื่อถือ อย่างความถาวรและการเข้าถึงได้ทั่วโลก กลับถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือโจมตีได้เช่นกัน ทีมข่าวมองว่าตัวเลข 420% ที่พุ่งขึ้นในเวลาไม่ถึงปี สะท้อนว่าหน่วยงานความปลอดภัยไซเบอร์ทั่วโลกต้องปรับวิธีตรวจจับให้ทันกับการที่แฮกเกอร์ระดับรัฐหันมาใช้โครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์มากขึ้นเรื่อยๆ
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com