ซีอีโอ BlackRock ชู "Tokenization" เปลี่ยนโลกการลงทุน — เผยอนาคตซื้อหุ้นผ่านมือถือง่ายเหมือนโอนเงิน
ลาร์รี่ ฟิงค์ (Larry Fink) ซีอีโอของ BlackRock (บริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก) ออกจดหมายผู้ถือหุ้นประจำปี 2025 ย้ำจุดยืนว่า Tokenization (การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน) คือเครื่องมือที่จะปฏิวัติการเข้าถึงการลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ยังไม่มีโอกาสเข้าถึงตลาดทุน ขณะที่ฝั่งกำกับดูแลอย่าง SEC และ Nasdaq ก็เริ่มขยับรับนโยบายนี้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว
ฝันของฟิงค์: ลงทุนหุ้นได้จากกระเป๋าเงินดิจิทัลในมือถือ
ในจดหมายผู้ถือหุ้นประจำปีล่าสุด ฟิงค์ตั้งคำถามชวนคิดว่าหากกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) ที่คนครึ่งโลกพกพาอยู่ในมือถือนั้น สามารถใช้ลงทุนในหุ้นหลากหลายบริษัทระยะยาวได้ง่ายเหมือนการโอนเงิน โลกการเงินจะเปลี่ยนไปอย่างไร
คำตอบที่ฟิงค์เชื่อคือ Tokenization คือกุญแจดอกนั้น
Tokenization คือกระบวนการแปลงสินทรัพย์ในโลกความเป็นจริง เช่น หุ้น พันธบัตร หรืออสังหาริมทรัพย์ ให้กลายเป็นโทเคนดิจิทัลบนระบบ Blockchain (ระบบบัญชีแยกประเภทกระจายศูนย์ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้) โดยโทเคนเหล่านี้สามารถซื้อขาย โอนย้าย หรือแตกเป็นส่วนเล็กๆ (Fractional Ownership) ได้อย่างสะดวก
ปีที่แล้ว ฟิงค์เปรียบ Tokenization เหมือนการเปลี่ยนจากการส่งไปรษณีย์มาเป็นอีเมลในวงการลงทุน พูดง่ายๆ คือ ตลาดไม่ต้องปิดอีกต่อไป และธุรกรรมที่เคยใช้เวลาเป็นวันจะเสร็จสิ้นภายในวินาที แต่ปีนี้ ฟิงค์เน้นไปที่มิติ "การเข้าถึง" และ "ขนาด" มากขึ้น นั่นคือการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปลงทุนได้เหมือนนักลงทุนรายใหญ่
SEC และ Nasdaq ขานรับ — เริ่มทดสอบจริงแล้ว
ไม่ใช่แค่วิสัยทัศน์บนกระดาษ เพราะฝั่งหน่วยงานกำกับดูแลและตลาดหลักทรัพย์เริ่มขยับตัวแล้วเช่นกัน
SEC (ก.ล.ต. สหรัฐฯ) ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ พอล แอตกินส์ (Paul Atkins) ได้อนุมัติให้ Nasdaq (ตลาดหลักทรัพย์เทคโนโลยีชั้นนำของโลก) เปิดตัวโครงการนำร่องทดสอบการซื้อขายหุ้นในรูปแบบโทเคนดิจิทัล พร้อมกันนี้ SEC ยังเดินหน้าออกกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ On-chain Securities (หลักทรัพย์บนบล็อกเชน) อย่างจริงจัง
นอกจากนี้ Nasdaq ยังประกาศความร่วมมือกับ Talos (บริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับสถาบัน) เพื่อพัฒนาระบบให้ Tokenized Collateral (หลักประกันในรูปโทเคน) ใช้งานได้จริงในระดับสถาบันการเงิน โดย โรลันด์ ชาย รองประธานบริหาร Nasdaq ระบุว่าความร่วมมือนี้มุ่งเชื่อมระบบ On-chain และ Off-chain เข้าด้วยกัน โดยยังคงรักษาสภาพคล่อง ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือของตลาดที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
Wall Street ทั้งวงการกำลังเปลี่ยนขั้ว
BlackRock ซึ่งเป็นผู้ออก Spot Bitcoin ETF (กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ถือครอง Bitcoin จริง) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถือเป็นหนึ่งในผู้จัดการสินทรัพย์แบบดั้งเดิมที่เคลื่อนไหวเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลเร็วที่สุด แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว
Goldman Sachs (ธนาคารเพื่อการลงทุนใหญ่อันดับสองของโลก) ยอมรับในจดหมายผู้ถือหุ้นประจำปีเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ว่าคริปโตเคอเรนซี่และเทคโนโลยี Distributed Ledger (บัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์) ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์การแข่งขันใหม่ในวงการการเงิน น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียวว่า Wall Street กำลังเปลี่ยนท่าทีต่อบล็อกเชนอย่างเต็มตัว
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 BlackRock เดินเกมใหม่! เตรียมโทเค็นไนซ์กองทุน RWA บนบล็อกเชน
👉 ประธาน SEC คนใหม่ ฉะนโยบายคริปโตยุค แกรี เกนส์เลอร์ เตรียมหนุน Self-Custody และ DeFi
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Decrypt
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ถ้อยคำของลาร์รี่ ฟิงค์ในปีนี้ไม่ใช่แค่การพูดซ้ำวิสัยทัศน์เดิม แต่เป็นสัญญาณชัดเจนว่า Tokenization กำลังเดินหน้าสู่การนำมาใช้จริงในระดับสถาบัน ไม่ใช่แค่แนวคิดในห้องประชุม เมื่อทั้ง SEC, Nasdaq และบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับ Goldman Sachs เริ่มขยับไปในทิศทางเดียวกัน ก็ยากที่จะมองข้ามพลังของบล็อกเชนในการปรับโฉมระบบการเงินโลกครั้งใหญ่นี้ได้ อย่างไรก็ดี เส้นทางจากนำร่องสู่การใช้งานจริงในวงกว้างยังต้องการความชัดเจนจากกฎระเบียบที่ยังคงพัฒนาต่อเนื่อง
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: BlackRock, Tokenization, Larry Fink, Blockchain, SEC, Nasdaq, RWA, Bitcoin ETF
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com