BlackRock ยันชัด! ไม่เน้นออก "กองทุนคริปโตแปลกใหม่" มุ่งสินทรัพย์กระแสหลักสภาพคล่องสูง
BlackRock (บริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการกว่า 14 ล้านล้านดอลลาร์) ประกาศชัดผ่าน Robert Mitchnick หัวหน้าฝ่าย Digital Assets ว่าจะไม่ขยายไปสู่โครงสร้าง Crypto ETF ที่ "แปลกใหม่" แม้ผู้เล่นรายอื่นในตลาดจะทดลองรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น โดยบริษัทเพิ่งเปิดตัว ETF Staking Ethereum ตัวแรกไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และมีเงินไหลเข้าวันแรกกว่า $43.5 ล้าน
BlackRock วางแนวทางชัด: "เลือกสรร ไม่ตามกระแส"
Robert Mitchnick หัวหน้าฝ่าย Digital Assets ของ BlackRock ให้สัมภาษณ์กับ CNBC Crypto World เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า แม้จะมองเห็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเริ่มทดลองโครงสร้าง ETF คริปโตรูปแบบใหม่ๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้น แต่ BlackRock เลือกที่จะ "พิจารณาอย่างรอบคอบ" ก่อนเสมอ
"จะมีโครงสร้างแปลกใหม่เข้ามาในตลาดอีกมากอย่างแน่นอน บางอย่างน่าสนใจ บางอย่างอาจโดนใจนักลงทุน แต่เราจะเลือกสรรอย่างรอบคอบว่าจะขยายไปทิศทางใด" — Robert Mitchnick, BlackRock Head of Digital Assets
Mitchnick เสริมว่าความสนใจของนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ที่ Bitcoin และ Ether เป็นหลัก แม้จะเริ่มมีความสนใจในสินทรัพย์อื่นๆ บ้างในบางกลุ่ม โดยบริษัทยังคงติดตามพัฒนาการด้านสภาพคล่อง ขนาดตลาด และ Use Case ของสินทรัพย์เหล่านั้นอยู่อย่างต่อเนื่อง
ETHB: ETF Staking Ethereum ตัวแรกของ BlackRock เปิดตัวแรงไม่แพ้กัน
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา BlackRock เปิดตัว iShares Staked Ethereum Trust (ETHB) ซึ่งเป็น ETF Staking (กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่นำ Ether ไป Stake เพื่อรับผลตอบแทน) ผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้นักลงทุนสามารถรับ Yield จาก Ethereum Staking ได้ควบคู่กับการถือครองสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตตามราคา Ether
ข้อมูลจาก Farside Investors ระบุว่า ETHB มีปริมาณซื้อขายวันแรกกว่า $15.5 ล้าน และมีเงินไหลเข้า (Net Inflow) สูงถึง $43.5 ล้าน ในวันเปิดตัว
ETHB ถือเป็นผลิตภัณฑ์ Ethereum ตัวที่ 2 ของ BlackRock ต่อจาก iShares Ethereum Trust ETF (ETHA) ที่เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2567 และสะสมเงินไหลเข้ารวมแล้วเกือบ $12,000 ล้าน นับตั้งแต่เปิดตัว
Bitcoin Premium Income ETF: ก้าวต่อไปของ BlackRock
นอกจาก ETHB แล้ว BlackRock ยังอยู่ระหว่างเตรียมเปิดตัว Bitcoin Premium Income ETF ซึ่งจะใช้กลยุทธ์ Covered Call Options (การขาย Option ซื้อ Bitcoin Futures เพื่อเก็บเบี้ยประกัน) สร้างรายได้กระจายให้นักลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม รูปแบบนี้จะแลกมาด้วยการ "ลดทอน Upside" ที่ได้จากการถือ iShares Bitcoin Trust (IBIT) ซึ่งเชื่อมตรงกับราคา Bitcoin โดยตรง
สำหรับ IBIT เอง Mitchnick เผยว่านักลงทุนส่วนใหญ่ของกองทุนนี้มีลักษณะเป็น "Long-term Buy and Hold" และมักซื้อเพิ่มในช่วงตลาดขาลง แม้จะมีแรงขายหนักในตลาดคริปโตโดยรวม นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมกราคม 2567 IBIT มีเงินไหลเข้ารวมกว่า $63,000 ล้าน แล้ว
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 SEC พิจารณาอนุญาต BlackRock ใส่ "Staking" ลงใน Ethereum ETF ครั้งแรกในประวัติศาสตร์
👉 BlackRock กวาดสะสม ทะลุ 700,000 BTC ดัน IBIT กลายเป็นกองทุน ETF คริปโตอันดับ 1
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: cointelegraph ภาพ thearabianpost.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ท่าทีของ BlackRock ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่เลือกเดินเกมระยะยาวอย่างมีวินัย แทนที่จะไล่ตามกระแสผลิตภัณฑ์แปลกใหม่ในตลาดคริปโต ความสำเร็จในวันแรกของ ETHB และตัวเลข $63 พันล้านของ IBIT พิสูจน์ว่ากลยุทธ์ "เลือกสรรและเน้นคุณภาพ" ของพวกเขายังคงได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนสถาบันอย่างต่อเนื่อง น่าจับตามองว่า Bitcoin Premium Income ETF ตัวถัดไปจะเปิดตัวได้ตอบโจทย์นักลงทุนกลุ่มใหม่ได้มากแค่ไหน
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: BlackRock, Crypto ETF, ETHB, Ethereum Staking ETF, IBIT, Bitcoin ETF, iShares, Robert Mitchnick
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com