นักวิเคราะห์ชี้! ภัย "ควอนตัม" ที่แท้จริงของ Bitcoin ไม่ใช่เรื่องโค้ด…แต่คือ “การเมืองในระบบนิเวศ”
แม้เทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์จะถูกพูดถึงมานานในฐานะภัยคุกคามใหญ่ต่อความปลอดภัยของ Bitcoin แต่ James Check นักวิเคราะห์สาย On-chain จาก Checkonchain ออกมาให้ความเห็นสวนกระแสว่า ปัญหาควอนตัมที่แท้จริงของ Bitcoin ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีหรือการเข้ารหัส แต่เป็น ความขัดแย้งทางฉันทามติของคอมมูนิตี้ ต่างหาก
Check ระบุว่า หากวันหนึ่งควอนตัมคอมพิวเตอร์สามารถถอดรหัสคีย์สาธารณะได้จริง สิ่งที่สร้างความเสียหายหนักที่สุดไม่ใช่การแฮ็กระบบ แต่คือ การตัดสินใจของชุมชนว่าจะจัดการกับเหรียญเก่าอย่างไร โดยเฉพาะเหรียญที่ไม่ได้ขยับมานาน 5–10 ปีขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นกว่า 32% ของ Bitcoin ทั้งระบบ
ตามข้อมูลของ BitBo มี Bitcoin จำนวนมากที่อาจ “สูญหายถาวร” แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่ยังถืออยู่โดยผู้ถือระยะยาว หากควอนตัมสามารถแฮ็กที่อยู่เก่าได้ เหรียญเหล่านี้จะ “ไหลกลับตลาด” และกดราคาลงอย่างรุนแรง

ทำไมถึงบอกว่าปัญหานี้คือ “การเมือง” มากกว่า “เทคโนโลยี”
Check ให้เหตุผลว่าไม่มีทางที่ชุมชน Bitcoin จะตกลงกันได้ในการ “แช่แข็ง” ที่อยู่เก่า หรือบังคับย้ายเหรียญไปที่อยู่ใหม่แบบต้านควอนตัม เพราะเทียบเท่าการเปลี่ยนกติกาหลักของ Bitcoin ที่ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่สุดในวงการ
แม้เทคโนโลยีจะพร้อมแล้ว เช่น มาตรฐานเข้ารหัสใหม่ของ NIST หรือข้อเสนอบน Bitcoin อย่าง BIP-360 แต่การออกแบบระบบเพื่อปกป้องที่อยู่เก่านั้น แทบเป็นไปไม่ได้ จึงมีแนวโน้มสูงว่า Bitcoin รุ่นเก่าจะเสี่ยงต่อการถูกเจาะเมื่อควอนตัมแข็งแกร่งพอ
Adam Back หนึ่งในตำนาน Cypherpunk และผู้ถูกอ้างถึงใน Whitepaper ของ Satoshi ก็เคยกล่าวว่า ในอนาคตอาจถึงวันที่ผู้สร้าง Bitcoin ต้องย้ายเหรียญของเขาเองเพื่อป้องกันควอนตัมโจมตี เป็นสัญญาณที่อาจยืนยันได้ว่า Satoshi ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
แล้วบล็อกเชนอื่นแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่?
งานวิจัยล่าสุดเผยว่ามีบางเครือข่าย เช่น Sui, Solana, Near และ Cosmos สามารถอัปเกรดระบบให้ “ย้อนกลับได้” เพื่อปกป้องที่อยู่เก่า แต่ Ethereum และ Bitcoin ไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้ เนื่องจากโครงสร้างลายเซ็นมีข้อจำกัดเชิงสถาปัตยกรรม
นี่ทำให้การรับมือ Quantum Threat ของ Bitcoin ต้องอาศัย การย้ายไปที่เครือข่ายที่ปลอดภัยกว่า และความร่วมมือของผู้ถือเหรียญทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องยากที่สุดในระบบที่กระจายศูนย์เช่น Bitcoin
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ medium.com