Bitcoin ทรุดหนัก! สัญญาณ Options เตือนระวังดิ่งแตะ $50,000 โอกาสรีบาวด์ริบหรี่
สภาวะตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเข้าสู่จุดเยือกแข็งอีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดย ราคา Bitcoin (BTC) ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 63,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 การร่วงลงอย่างรุนแรงกว่า 30% นับจากความพยายามทะลุแนวต้าน 90,500 ดอลลาร์เมื่อปลายเดือนมกราคม ทำให้นักเทรดส่วนใหญ่เริ่มขาดความเชื่อมั่นในแรงบวกระยะสั้น ท่ามกลางปัจจัยลบทางเศรษฐกิจมหภาคและการเลิกจ้างงานในสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น

ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ Deribit เผยให้เห็นว่าราคาพรีเมียมของสัญญา Call Option ที่ระดับราคา 90,000 ดอลลาร์สำหรับวันที่ 27 มีนาคม มีการซื้อขายที่เบาบางมาก โดยแบบจำลอง Black-Scholes ระบุว่านักลงทุนประเมินโอกาสที่ราคาจะรีบาวด์กลับไปแตะระดับดังกล่าวภายในสิ้นเดือนมีนาคมเพียง 6% เท่านั้น ในทางกลับกัน สัญญา Put Option ที่ระดับ 50,000 ดอลลาร์กลับมีความต้องการสูงกว่า โดยตลาดประเมินโอกาสที่จะเกิดการดิ่งลงลึกถึงระดับนั้นไว้สูงถึง 20%
มรสุมรุมล้อม: จากเลิกจ้างงานสู่ฟองสบู่เทคโนโลยี AI
ปัจจัยหลักที่กดดันราคาในรอบนี้มาจากตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐฯ ที่น่าผิดหวัง โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมามีการประกาศเลิกจ้างงานถึง 108,435 ตำแหน่ง พุ่งสูงขึ้น 118% เมื่อเทียบกับปี 2025 ซึ่งถือเป็นสถิติการเลิกจ้างในเดือนมกราคมที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ความกังวลนี้ยังขยายวงไปสู่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่ลงทุนมหาศาลในด้าน AI เช่น Google ที่คาดการณ์งบประมาณการลงทุนปี 2026 สูงถึง 1.8 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งนักลงทุนเริ่มเกรงว่าผลตอบแทนอาจไม่คุ้มค่าในระยะสั้น

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่อง คอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Computing) ที่อาจมีความสามารถในการถอดรหัสกุญแจส่วนตัว (Private Keys) ของ Bitcoin จนทำให้นักวิเคราะห์บางรายตัดสินใจถอนสัดส่วนการลงทุน Bitcoin ออกจากพอร์ตจำลอง รวมถึงความกังวลเรื่องการบังคับเทขาย (Forced Liquidation) ของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่อย่าง Strategy (MSTR) และ Metaplanet ของญี่ปุ่น เนื่องจากมูลค่าสินทรัพย์ในคลังเริ่มต่ำกว่าต้นทุนในการเข้าซื้อ

ความไม่แน่นอนของตลาดและการไหลออกของเงินทุน
ความอ่อนแอของ Bitcoin ยังสะท้อนผ่านความผันผวนของสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น เงิน (Silver) ที่ร่วงลงถึง 36% ภายในสัปดาห์เดียวหลังจากทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงหุ้นของบริษัทชั้นนำอย่าง PayPal และ Robinhood ที่ปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกัน สภาวะการขาดแคลนชิปหน่วยความจำและการแย่งชิงทรัพยากรพลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ AI ยังเป็นปัจจัยขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่นักลงทุนกำลังจับตามอง
ด้วยความไม่แน่นอนทั้งในด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานในสหรัฐฯ ทำให้ความหวังที่จะเห็นราคา Bitcoin รีบาวด์กลับไปสู่ระดับ 90,000 ดอลลาร์ในระยะใกล้นี้เป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น นักลงทุนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อรอความชัดเจนของทิศทางตลาดในอนาคต
อ้างอิง : cointelegraph.com
ข่าวไวสำหรับตัวจริงในวงการ ต้อง Bitcoin Addict เท่านั้น