400,000 BTC ไหลออกจากกระดาน! สัญญาณดีระยะยาว ขณะที่ ETF–สถาบันกวาดเก็บเกินกระดานเทรดแล้ว
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง Santiment เผยภาพใหญ่ของ Bitcoin ว่า นับจากวันที่ 7 ธ.ค. 2024 จนถึงปัจจุบัน มี Bitcoin ไหลออกจากกระดานเทรดมากกว่า 403,000 เหรียญ หรือราว ๆ 2% ของซัพพลายทั้งหมด ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะยาว เพราะเหรียญที่ออกจาก Exchange มักถูกย้ายไปเก็บในกระเป๋าเก็บรักษาระยะยาว (cold wallet) ทำให้มี “เหรียญพร้อมขาย” อยู่ในระบบน้อยลง
ในมุมของ Santiment การที่ซัพพลาย Bitcoin ไม่ไหลกลับเข้ากระดานเทรด มักสัมพันธ์กับโอกาสเกิดแรงขายกดราคาที่น้อยลง เมื่อเทียบกับช่วงที่กระเป๋า Exchange ถือเหรียญหนาแน่น เพราะยิ่งมีเหรียญพร้อมเทขายมาก ความเสี่ยงต่อการเทขายก้อนใหญ่ (major sell-off) ก็จะยิ่งสูงขึ้นตามสถิติย้อนหลัง

ซัพพลายบน Exchange หด ขณะที่ราคายืนแถว 90,000 ดอลลาร์
แม้ช่วงปลายปี 2025 ตลาด Bitcoin จะมีทั้งรอบขึ้น–ลงสลับกัน แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า BTC ที่อยู่บน Exchange เหลือราว 2.1 ล้านเหรียญ (ข้อมูลจาก CoinGlass ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน) ในขณะที่ราคาตลาดเคลื่อนไหวแถว ๆ 84,000–90,000 ดอลลาร์ ต่อเหรียญ ซึ่งสะท้อนภาพว่า “เหรียญไม่ได้กลับเข้าไปให้เทขายง่าย ๆ” แม้ราคาจะผันผวนในช่วงปรับฐาน
ฝั่ง Santiment เสริมว่าการที่ราคายังยืนโซนสูง ขณะซัพพลายบนกระดานลดลงต่อเนื่อง เป็นสัญญาณหนุนมุมมอง “บวกในระยะยาว” ต่อโครงสร้างตลาด Bitcoin มากกว่าจะเป็นเพียงการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น
เหรียญไม่ได้หายไปไหน – ย้ายจาก Exchange ไปสู่กระเป๋า HODL และ ETF
คำถามสำคัญคือ “Bitcoin ที่หายไปจากกระดานไปอยู่ที่ไหน?”
จากมุมมองของทั้งนักวิเคราะห์ On-chain และผู้เล่นในอุตสาหกรรม มี 2 ปลายทางใหญ่ ๆ ที่กำลังดูดซับ BTC เหล่านี้:
กระเป๋าเก็บระยะยาวของผู้ใช้งาน (HODLer Wallets) – ผู้ใช้จำนวนมากย้ายเหรียญออกจาก Exchange ไปเก็บในกระเป๋าเฉพาะทางหรือตู้เย็น (cold storage) ซึ่งทำให้การขายต้องผ่านขั้นตอนมากขึ้น และบ่งชี้เจตนาถือลงทุนระยะยาวมากกว่าซื้อขายสั้น ๆ
กองทุน ETF และสถาบันการเงิน – ข้อมูลจาก BitcoinTreasuries และ BitBo ระบุว่า ปัจจุบัน ETF และบริษัทจดทะเบียน ต่าง ๆ ถือ Bitcoin รวมกันมากกว่า 2.5 ล้านเหรียญ (ETF มากกว่า 1.5 ล้าน BTC และบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 1 ล้าน BTC) คิดเป็นเกือบ 11% ของซัพพลายทั้งหมด และตัวเลขนี้ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา
นักขุดและผู้เล่นในอุตสาหกรรมอย่าง Giannis Andreou ชี้ว่า ETF และบริษัทมหาชนกำลัง “สะสมเงียบ ๆ” มาหลายปี จนตอนนี้มูลค่ารวมของ Bitcoin ในมือ ETF และบริษัทจดทะเบียน มากกว่าจำนวน Bitcoin ทั้งหมดบน Exchange รวมกันแล้ว ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโฉมโครงสร้างผู้ถือเหรียญไปอย่างชัดเจน
สู่ยุค “Less Liquid Supply” – ซัพพลายลอยตัวน้อยลง แรงสะท้อนราคาสูงขึ้น
Andreou สรุปภาพนี้ด้วยคำว่า “less liquid supply, more long-term holders, stronger price reflexivity” หรือแปลเป็นภาษาคนง่าย ๆ ได้ว่า:
เหรียญที่ซื้อ–ขายได้ง่าย (บน Exchange) น้อยลงเรื่อย ๆ
สัดส่วนผู้ถือยาว (ไม่ขายง่าย ๆ) มากขึ้น
เมื่อมีดีมานด์ใหม่ไหลเข้ามา แรงสะท้อนต่อราคาจึงยิ่งรุนแรง เพราะซัพพลายฝั่งขายตอบสนองยากกว่าเดิม
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มอย่าง BitBo และ BitcoinTreasuries สนับสนุนภาพนี้ โดยระบุว่า รวมทุกกลุ่มสถาบัน (ETF, รัฐบาล, บริษัทจดทะเบียน ฯลฯ) ตอนนี้ถือ Bitcoin รวมกันกว่า 3.7 ล้านเหรียญ หรือราว 17–18% ของซัพพลายที่จะมีได้สูงสุด 21 ล้านเหรียญ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ในขณะเดียวกัน หลายบทวิเคราะห์ก็เตือนว่า “ซัพพลายฝืด” แบบนี้ แม้จะดีต่อราคาในภาพรวม แต่ก็ทำให้ตลาดไวต่อข่าวใหญ่ทั้งด้านบวกและลบมากขึ้น เพราะเมื่อมีแรงซื้อ–ขายก้อนใหญ่ ราคาอาจสวิงแรงกว่าตลาดทั่วไปที่มีสภาพคล่องลึกกว่า
มุมมองต่ออนาคต: ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยยานพาหนะที่ “ถูกกำกับ” มากกว่า Exchange
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือคำกล่าวของ Andreou ที่ว่า “ตลาดกำลังขยับจากการถูกขับเคลื่อนด้วย Exchange ไปสู่การถูกขับเคลื่อนด้วยยานพาหนะที่ถูกกำกับ (regulated vehicles)”
ฝั่งก่อนหน้า: ปริมาณเทรดและราคา Bitcoin ถูกขับเคลื่อนโดยตลาดสปอตและอนุพันธ์บน Exchange เป็นหลัก
ฝั่งที่กำลังเกิด: เม็ดเงินจำนวนมากไหลเข้าสู่ Spot Bitcoin ETF, กองทุน, บริษัทมหาชน และ Crypto Treasury Companies ที่ซื้อแล้ว “ถือยาวในโครงสร้างจดทะเบียน” ไม่ได้หมุนซื้อ–ขายถี่เหมือนบนกระดานเทรด
เมื่อเชื่อมกับข้อมูลจากสื่อการเงินและรายงานต่าง ๆ จะพบว่า:
บริษัทมหาชนรวมกันถือ Bitcoin เกิน 1 ล้านเหรียญแล้ว และเติบโตมากกว่า 150–170% ภายในปีเดียว
บริษัทสาย “Bitcoin Treasury” เช่น Strategy (เดิม MicroStrategy) และบริษัทใหม่ ๆ ในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และยุโรป กำลังสะสม BTC ในแบบที่จำกัดซัพพลายในตลาดเสรีมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งหมดนี้ทำให้แนวคิด “Bitcoin Supply Squeeze” หรือภาวะเหรียญตึงตัว ไม่ได้เป็นแค่เรื่องในทฤษฎีอีกต่อไป แต่เริ่มปรากฏชัดในตัวเลขถือครองของสถาบัน และซัพพลายบน Exchange ที่ลดลงจริง ๆ
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ cryptoslate.com