ภาพประกอบสร้างด้วย AI ห้องปฏิบัติการวิจัยที่มีคอมพิวเตอร์ควอนตัมทรงโคมระย้าสีทอง และบนโต๊ะทำงานด้านหน้ามีกุญแจทองเหลืองวางข้างกับดักโลหะขนาดเล็ก
06 November 2026•ข่าว•โดย กองบรรณาธิการ Bitcoin Addict

นักพัฒนา Bitcoin Core เสนอ 'กับดักควอนตัม' ให้คนย้ายเหรียญเสี่ยงต้องวางหลักประกันเท่ากัน ตัวอย่างล็อก 30 วัน

Cory Fields นักพัฒนา Bitcoin Core ที่ทำงานด้านซอฟต์แวร์ Bitcoin ที่ MIT Digital Currency Initiative โพสต์ในเมลลิงลิสต์ bitcoin-dev เมื่อวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน เสนอแนวคิด "ทุ่นระเบิดควอนตัม" (quantum landmines) ให้ผู้ที่จะย้ายเหรียญ Bitcoin ซึ่งเสี่ยงต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัม ต้องวางหลักประกันเท่ากันจากกระเป๋าที่ทนควอนตัม และให้เจ้าของที่เตรียมกับดักไว้ล่วงหน้าชิงเหรียญคืนพร้อมหลักประกันของผู้ขโมยได้ ตามรายงานของ CoinDesk

Fields เรียกแนวคิดเหล่านี้ว่า "thought experiments" (การทดลองทางความคิด) ที่ตั้งสมมติฐานว่า Bitcoin จะมีกระเป๋าที่ทนควอนตัมก่อน และเขายังไม่ได้เขียนกฎที่ใช้บังคับ ข่าวนี้จึงเป็นเพียงแนวคิดบนเมลลิงลิสต์ ยังไม่ใช่การแก้โค้ดของ Bitcoin

ภัยควอนตัมต่อ Bitcoin ยุคแรกคืออะไร

คอมพิวเตอร์ควอนตัม (คอมพิวเตอร์ที่ใช้หลักฟิสิกส์ควอนตัมคำนวณ) ที่แรงพออาจคำนวณกุญแจส่วนตัวสำหรับใช้จ่ายเหรียญของกระเป๋า จากกุญแจสาธารณะของกระเป๋านั้นได้ ตามที่ CoinDesk อธิบาย ธุรกรรม Bitcoin ยุคแรกบางส่วนเปิดเผยกุญแจสาธารณะมาตั้งแต่ต้น ทำให้เหรียญที่เชื่อมโยงกับ Satoshi Nakamoto อยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นไปได้

CoinDesk รายงานก่อนหน้านี้ว่าวงการถกกันระหว่างการแช่แข็งเหรียญที่เสี่ยง กับการปล่อยให้ใครเซ็นธุรกรรมได้ถูกต้องก็ใช้เหรียญนั้นได้ การแช่แข็งหยุดขโมยได้ แต่ก็ล็อกเจ้าของที่ไม่เคยอัปเกรดไปด้วย ก่อนหน้านี้ เรารายงานข้อเสนอ BIP 360 ที่เตรียมรับมือภัยควอนตัมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์

กับดักทำงานอย่างไร: ขโมยต้องวางหลักประกันเท่ากัน

ในตัวอย่างของ Fields การขโมย 1 BTC ต้องใช้อีก 1 BTC จากกระเป๋าที่ทนควอนตัมเป็นหลักประกัน เหรียญทั้งสองก้อนจะถูกล็อกไว้ช่วงหนึ่ง เช่น 30 วัน

ก่อนจะถึงวันที่การโจมตีด้วยควอนตัมเป็นไปได้ เจ้าของเดิมสร้าง "ทุ่นระเบิด" แยกต่างหากในรูปแบบที่ทนควอนตัม ซึ่งมีหลักฐานความเป็นเจ้าของที่ซ่อนไว้ ถ้าภายหลังมีขโมยดูดเหรียญที่เสี่ยง ทั้งเหรียญที่ขโมยและหลักประกันของขโมยจะถูกล็อก ระหว่างช่วงรอ เจ้าของเปิดหลักฐาน เอาเหรียญคืน และได้หลักประกันของขโมยเป็นค่าปรับ ขโมยไม่มีทางรู้ล่วงหน้าว่าเหรียญก้อนไหนมีกับดัก

Fields อธิบายตัวอย่างผ่านตัวละครชื่อ Alice ว่า ขโมยที่ไม่มีหลักฐานล่วงหน้าเรื่องกุญแจของ Alice ต้องรอ 30 วันก่อนใช้จ่ายเหรียญต่อ แต่ระหว่างนั้น Alice เห็นธุรกรรม จึงย้ายเหรียญที่ค้างอยู่ไปยังกุญแจที่เธอผูกไว้ล่วงหน้า โดยใส่ทุ่นระเบิดของเธอเป็นอินพุตและเปิดหลักฐาน เธอจึงได้ย้ายเหรียญของตัวเองพร้อมเก็บหลักประกันของผู้โจมตี

กลไกนี้จูงใจให้เจ้าของวางกับดักก่อนที่ควอนตัมจะเป็นภัยจริง CoinDesk สรุปว่าผู้โจมตีอาจลังเลที่จะขโมย เพราะเหรียญอาจมีกับดักซ่อนอยู่ โดยที่เจ้าของอาจได้เหรียญเพิ่มเป็นสองเท่าในภายหลัง

ข้อจำกัด: เหรียญที่กุญแจหาย และต้นทุนของเจ้าของจริง

กับดักใช้ได้เฉพาะเจ้าของที่ยังถือกุญแจ ซึ่งไม่รวมเหรียญที่เชื่อว่ากุญแจหายไปแล้ว รวมถึงเหรียญของ Satoshi Nakamoto Fields จึงร่างระบบประมูลเพื่อปกป้องเหรียญที่ไม่มีผู้ดูแล โดยให้คู่แข่งในเครือข่ายวางราคาเสนอแบบซ่อนไว้ล่วงหน้าบนกระเป๋าที่เสี่ยง ถ้ามีขโมยโจมตี สัญญาของผู้เสนอราคาสูงสุดจะทำงานอัตโนมัติ ทำลายเหรียญเป้าหมายของขโมย และยึดหลักประกันของขโมยให้ผู้ชนะเป็นรางวัล

อย่างไรก็ตาม บล็อกเชนแยกไม่ออกว่าใครคือขโมยควอนตัมและใครคือเจ้าของจริง คนที่ย้ายเหรียญ 1 BTC ของตัวเองภายใต้กติกานี้ก็ต้องมีอีก 1 BTC เป็นหลักประกันด้วย CoinDesk ระบุว่านักลงทุนยุคแรกที่เก็บทรัพย์สินทั้งหมดไว้ในกระเป๋าเก่าเพียงใบเดียวจึงต้องมีเงินจับคู่เพื่อย้ายเหรียญ ซึ่งเป็นต้นทุนเพิ่มของผู้ถือสุจริต

สิ่งที่ยังต้องรอดู

  • Bitcoin จะมีกระเป๋าที่ทนควอนตัมใช้งานจริงหรือไม่ ซึ่งแนวคิดนี้ตั้งสมมติฐานไว้ล่วงหน้า
  • กฎที่จะบังคับใช้กับดักและการประมูล ซึ่ง Fields ยังไม่ได้เขียน
  • วิธีลดภาระหลักประกันของเจ้าของจริงที่ต้องย้ายเหรียญของตัวเอง
  • ผลตอบรับจากนักพัฒนาคนอื่นบนเมลลิงลิสต์ ซึ่งผู้เขียนยังไม่ได้เห็นโพสต์ต้นทางโดยตรง

 

ภาพปก: ภาพประกอบสร้างด้วย AI

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

 

👉 Bitcoin ขยับ! นักพัฒนาส่ง BIP 360 เตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามจากควอนตัม

 

👉 อัปเกรด Bitcoin กันควอนตัมไม่ง่าย! ผู้พัฒนาเตือนย้ายเงินทั้งระบบอาจลากยาวเป็นทศวรรษ

 

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk (6 พฤศจิกายน 2569)

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

 

ข่าวนี้ไม่ได้บอกว่าควอนตัมเจาะ Bitcoin ได้แล้ว และเจ้าของแนวคิดเองเรียกว่าการทดลองทางความคิดที่ยังไม่มีกฎบังคับ ส่วนที่เป็นประโยชน์กับผู้ถือคือการได้เห็นว่าวงการกำลังหาทางที่ไม่ต้องแช่แข็งเหรียญของใคร และข้อจำกัดสำคัญคือเหรียญที่กุญแจหายและต้นทุนของเจ้าของจริงที่ต้องย้ายเหรียญ ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจากรายงานของ CoinDesk ซึ่งผู้เขียนยังไม่ได้อ่านโพสต์ต้นทางบนเมลลิงลิสต์โดยตรง

 

รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com