VC เตือน! Bitcoin ยังหนีไม่พ้นวัฏจักร 4 ปี คาดราคาร่วง 70% ในรอบหน้ามาแน่
แม้ Bitcoin จะเป็นสินทรัพย์ที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วกว่าทศวรรษ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายยังคงเชื่อว่า “วัฏจักร 4 ปี” หรือ Bitcoin 4-Year Cycle ยังไม่หายไปไหน
Vineet Budki ซีอีโอของกองทุน Venture Capital อย่าง Sigma Capital เปิดเผยกับสื่อ Cointelegraph ระหว่างงาน Global Blockchain Congress 2025 ที่ดูไบ ว่า Bitcoin จะยังคงมีการ “ขึ้นสุด-ลงสุด” เหมือนเดิมในรอบตลาดขาลงถัดไป — โดยอาจมีการปรับฐานรุนแรงถึง 65–70% ภายใน 2 ปีข้างหน้า
“Bitcoin ไม่ได้สูญเสียประโยชน์ของมันแม้มันจะลงไปที่ $70,000”
Budki กล่าว “ปัญหาคือผู้คนจำนวนมากไม่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองถืออยู่ และเมื่อไม่เข้าใจ พวกเขามักจะขายก่อนเสมอ — นั่นแหละคือแรงขายที่แท้จริง”

ถึงแม้ร่วง... แต่เป้าหมายยังอยู่ที่ $1 ล้าน
แม้จะเตือนถึงการปรับฐานแรง แต่ Budki ยังคงมองบวกในระยะยาว โดยเชื่อว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า Bitcoin จะสามารถขึ้นไปถึง $1 ล้านเหรียญต่อ 1 BTC ได้ โดยแรงขับเคลื่อนจะมาจากทั้ง “การเก็งกำไร” และ “การใช้งานจริงในโลกจริง”
นักวิเคราะห์หลายรายยังคงถกเถียงกันว่า Bitcoin จะไปถึงราคาหลักล้านเหรียญเมื่อใด — และวัฏจักรตลาด 4 ปียังคงใช้ได้อยู่หรือไม่
แล้ว “วัฏจักร 4 ปี” ตายไปจริงไหม?
ฝั่ง Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX มองว่า “วัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin ตายไปแล้ว” เพราะปัจจัยมหภาค เช่น อัตราดอกเบี้ย และนโยบายการเงินระดับโลก มีผลต่อราคามากกว่า Halving Cycle แบบเดิม
ขณะที่อีกหลายฝ่ายกลับเห็นต่าง โดยเฉพาะ Seamus Rocca ซีอีโอของธนาคาร Xapo Bank ที่เชื่อว่า “วัฏจักร 4 ปี” ยังมีอยู่ เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงมอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์เสี่ยง (risk-on asset) มากกว่าจะเป็น “ทองคำดิจิทัล”
สถาบันกำลังคุมเกมมากขึ้น
ข้อมูลจาก BitcoinTreasuries.NET ระบุว่า ปัจจุบันสถาบันการเงินขนาดใหญ่ — ตั้งแต่รัฐบาล, บริษัทลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล, ETF, ไปจนถึง Exchange — ถือครอง Bitcoin รวมกว่า 4 ล้าน BTC หรือประมาณ 20% ของซัพพลายทั้งหมด
ซึ่งนั่นอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความผันผวนในระยะยาว แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาจะไม่เหวี่ยงในรอบใหญ่
วัฏจักรยังอยู่ แต่คนเปลี่ยน
แม้โลกคริปโตจะโตขึ้น มีสถาบันเข้ามามากขึ้น แต่ Bitcoin ก็ยังอยู่ภายใต้ “จิตวิทยาตลาดแบบเดิม” — โลภตอนขึ้น และกลัวตอนลง
Budki ทิ้งท้ายว่า “คนที่เข้าใจประโยชน์ของ Bitcoin จะมองขาลงเป็นโอกาส ไม่ใช่จุดจบ”
อ้างอิง : cointelegraph.com