Bitazza Thailand มองตลาดคริปโต Q2 ฟื้นตัว หลัง Bitcoin โชว์ศักยภาพเหนือทองคำในช่วงสงคราม
บริษัท บิทาซซ่า จำกัด (Bitazza Thailand) นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายที่ 2 ของไทย ออกมุมมองตลาดคริปโตไตรมาส 2 ปี 2569 เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา โดยประเมินว่าตลาดมีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่องหลัง Bitcoin พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยได้ในช่วงสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน พร้อมชี้ 3 ปัจจัยใหญ่ต้องจับตา ได้แก่ การขึ้นรับตำแหน่งประธาน Fed คนใหม่ การรับรองกฎหมาย CLARITY Act และคลื่น IPO ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่
📊 Bitcoin พิสูจน์ตัวเอง — ชนะทองคำและหุ้นสหรัฐฯ ในภาวะสงคราม
นายธนวัต สุตันติวรคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บิทาซซ่า จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดคริปโตและราคา Bitcoin ในไตรมาส 2 มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยล่าสุดราคา Bitcoin สามารถขึ้นมาแตะระดับ 76,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.6 ล้านบาทต่อเหรียญ) ได้สำเร็จ
ตัวเลขที่น่าสนใจคือ นับตั้งแต่สหรัฐฯ เข้าโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ผลตอบแทนของสินทรัพย์หลัก 3 ประเภทแตกต่างกันอย่างชัดเจน:
- Bitcoin: บวก 12%
- S&P 500 (ดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ 500 ตัวของสหรัฐฯ): บวก 2%
- ทองคำ: ติดลบ 9%
นายธนวัตระบุว่า การที่นักลงทุนทั่วโลกมอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาในช่วงที่ผ่านมา และหากการเจรจาสงบศึกเป็นไปในเชิงบวกก็น่าจะช่วยสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ได้เพิ่มเติม
💰 ยักษ์ใหญ่แห่เข้าตลาด ETF — จุดต่ำสุดอาจผ่านไปแล้ว
Bitazza Thailand ชี้ว่ามีแรงซื้อกลับเข้ามาใน Bitcoin ผ่านกองทุน ETF (Exchange-Traded Fund — กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนมีการเทขายทองคำที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้านี้ แล้วหันมาลงทุนใน Bitcoin ที่ระดับราคาน่าสนใจกว่า
อีกหนึ่งปัจจัยหนุนคือการที่ Goldman Sachs (วาณิชธนกิจชั้นนำของสหรัฐฯ) และ Morgan Stanley (สถาบันการเงินระดับโลก) หันมาเปิดตัวกองทุน Bitcoin ETF ของตัวเอง ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการยอมรับคริปโตในระบบการเงินกระแสหลัก
"มีโอกาสสูงที่จุดต่ำสุดของราคาอาจจะผ่านไปแล้วที่ระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับราคา Bitcoin ให้ผลตอบแทนติดลบมาแล้ว 5 เดือนติดต่อกัน ซึ่งมีโอกาสน้อยมากที่ราคาจะติดลบนานกว่านี้" — นายธนวัต สุตันติวรคุณ, CEO Bitazza Thailand
🔍 3 ปัจจัยสำคัญต้องจับตาในไตรมาส 2
1. การรับตำแหน่งประธาน Fed ของ Kevin Warsh
Kevin Warsh จะรับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในเดือนพฤษภาคม 2569 แม้เจ้าตัวจะมีทัศนคติเชิงบวกต่อ Bitcoin แต่แนวคิดด้านนโยบายการเงินในอดีตค่อนไปทาง เคร่งครัด (Hawkish) ทำให้ตลาดกังวลว่าอาจไม่มีการลดดอกเบี้ยอีกในปีนี้ อย่างไรก็ตาม หากเมื่อรับตำแหน่งแล้วให้ความเห็นในเชิงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย (Dovish) จะเป็นผลบวกต่อ Bitcoin ทันที
2. ความคืบหน้าของกฎหมาย CLARITY Act
CLARITY Act เป็นกฎหมายที่กำกับดูแลตลาดคริปโตของสหรัฐฯ อย่างเป็นระบบเทียบเท่าตลาดการเงินดั้งเดิม ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา หากมีผลบังคับใช้จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนสถาบันและนำไปสู่เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าเพิ่มเติม
3. คลื่น IPO บริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ + ดัชนีหุ้นทำ ATH
Bitazza ระบุว่า การเตรียม IPO เข้าตลาดหุ้นของ SpaceX, OpenAI และ Anthropic อาจดึงสภาพคล่องบางส่วนออกจากตลาดคริปโต แต่ในขณะเดียวกันอาจจุดกระแสการลงทุนในสินทรัพย์ด้านเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึง Bitcoin ด้วย ยิ่งเมื่อดัชนี S&P 500 และ Nasdaq กลับมาทำจุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) ได้สำเร็จ ยิ่งเป็นแรงหนุนให้ตลาดคริปโตไปต่อได้
⚠️ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง
แม้มุมมองโดยรวมจะเป็นบวก แต่ Bitazza Thailand เตือนว่าสงครามในตะวันออกกลางยังคงมีความผันผวนต่อเนื่อง และแม้สหรัฐฯ กับอิหร่านจะเจรจาสงบศึกได้ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกก็ยังคงสร้างความผันผวนให้ตลาดการเงินอยู่ตลอดเวลา นักลงทุนจึงควรมีวินัยการลงทุนเคร่งครัดและบริหารความเสี่ยงของพอร์ตสม่ำเสมอ
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 CEO Goldman Sachs ชี้กฎหมาย CLARITY Act ยังอีกยาวไกล
👉 BlackRock กวาดสะสม ทะลุ 700,000 BTC ดัน IBIT กลายเป็นกองทุน ETF คริปโตอันดับ 1
👉 Standard Chartered เผยความเสี่ยงภาครัฐอาจกลายเป็นแรงผลัก BTC สู่จุดสูงสุดใหม่
👉 สัญญาณกระทิง! ยอดสะสม Bitcoin ในกระเป๋าถือยาวพุ่งแตะ 4.37 ล้าน BTC สูงสุดเป็นประวัติการณ์
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: ข่าวประชาสัมพันธ์ บริษัท บิทาซซ่า จำกัด (Bitazza Thailand), 16 เมษายน 2569
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict มุมมองจาก Bitazza สะท้อนภาพใหญ่ที่หลายสื่อระดับโลกเริ่มพูดถึงมากขึ้น นั่นคือบทบาทของ Bitcoin ในฐานะ "สินทรัพย์ทางเลือก" ที่แยกตัวจากทองคำและหุ้นได้ชัดเจนในภาวะความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ — ตัวเลขผลตอบแทน 12% เทียบกับทองคำที่ติดลบ 9% ในช่วงเวลาเดียวกันถือเป็นข้อมูลที่น่าขบคิด อย่างไรก็ตาม การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งของ Kevin Warsh ที่ Fed และชะตากรรมของ CLARITY Act จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของครึ่งปีหลังอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนไทยควรติดตามพัฒนาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด แต่ที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นหลักการเดิมคือ การลงทุนที่เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitazza Thailand, Bitcoin Q2 2026, CLARITY Act, Kevin Warsh, Goldman Sachs Bitcoin ETF, Morgan Stanley Bitcoin ETF, ธนวัต สุตันติวรคุณ, ราคา Bitcoin สงครามอิหร่าน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com