Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

บัญชี WeChat “อี้ เหอ” โดนแฮ็ก! มิจฉาชีพใช้ชื่อผู้บริหาร Binance ปั่นมีมคอยน์ Mubarakah บน BNB Chain
11 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

บัญชี WeChat “อี้ เหอ” โดนแฮ็ก! มิจฉาชีพใช้ชื่อผู้บริหาร Binance ปั่นมีมคอยน์ Mubarakah บน BNB Chain

เหตุการณ์ล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับ Binance และทีมผู้บริหารระดับสูง สะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม Web2 ยังเป็นช่องโหว่สำคัญของตลาดคริปโต แม้จะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยด้าน On-chain ดีแค่ไหนก็ตาม

 

เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา บัญชี WeChat ของ “อี้ เหอ” ผู้ร่วมก่อตั้ง และ co-CEO ของ Binance ถูกแฮ็ก และถูกนำไปใช้โปรโมต มีมคอยน์บน BNB Chain ชื่อ “Mubarakah” เพื่อปั่นราคาและทำกำไรออกมาอย่างเป็นระบบ

 

แฮ็กบัญชี WeChat ปั่นมีมคอยน์: ซื้อก่อนโพสต์–ดันราคาพุ่ง 800%–เทขายเก็บกำไร

 

หลังเกิดเหตุ อี้ เหอ โพสต์ยืนยันบนแพลตฟอร์ม X (Twitter เดิม) ว่า

 

  • บัญชี WeChat ของเธอถูกแฮ็กจริง

  • เธอเลิกใช้งานบัญชีดังกล่าวไปนานแล้ว

  • แต่เบอร์โทรศัพท์ที่ผูกไว้ถูกยึดไปใช้สำหรับการโจมตี ทำให้ในช่วงแรก ไม่สามารถกู้คืนบัญชีได้ทันที

 

ด้าน Changpeng “CZ” Zhao ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance ก็ออกมาเตือนผู้ใช้โดยตรงว่า

 

“อย่าซื้อมีมคอยน์จากโพสต์ของแฮ็กเกอร์ !”

 

ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ On-chain อย่าง Lookonchain พบว่า แฮ็กเกอร์มีการเตรียมการล่วงหน้าอย่างชัดเจน โดย

 

  • สร้าง กระเป๋าใหม่ 2 ใบ

  • ใช้เงินประมาณ $19,479 ใน USDT ซื้อ 21.16 ล้านโทเคน Mubarakah ก่อนเริ่มปฏิบัติการ

  • จากนั้นจึงใช้บัญชี WeChat ของ Yi He ในการ โพสต์โปรโมตเหรียญ ทำให้ราคาเหรียญพุ่งขึ้นราว 800% ตามข้อมูลจาก DEX Screener

  • เมื่อราคาถูกดันขึ้น แฮ็กเกอร์จึงเริ่ม ทยอยขาย 11.95 ล้าน Mubarakah แลกเป็น USDT กว่า $43,000 ก่อนนำไปสวอปต่อเป็น ETH (ตามข้อมูล Arkham)

  • ปัจจุบันแฮ็กเกอร์ยังถือ 9.21 ล้าน Mubarakah และคาดว่าทำกำไรรวมราว $55,000 จากการปั่นรอบนี้

 

นี่เป็นตัวอย่างคลาสสิกของ “Pump & Dump ผ่านชื่อคนดังในวงการคริปโต” ที่อาศัยความเชื่อใจของผู้ติดตาม และความเร็วของตลาดมีมคอยน์เพื่อทำกำไรระยะสั้น

 

Yi He กู้บัญชีคืนสำเร็จ – เตือนชัด “อย่าหลงเชื่อโพสต์ขอความช่วยเหลือ/ขอแอดเพื่อน”

 

หลังจากเกิดเหตุไม่นาน อี้ เหอ ยืนยันว่ากู้บัญชี WeChat คืนมาได้แล้ว

 

  • มีการรีเซ็ตรหัสผ่าน

  • ใช้การยืนยันตัวตนจากช่องทางภายนอกเพื่อยึดบัญชีกลับมา

 

เธอระบุเพิ่มเติมว่า มีความเป็นไปได้ว่า ผู้ไม่หวังดีแฝงตัวอยู่ในแพลตฟอร์มมาระยะหนึ่ง ใช้

 

  • เคส “ปัญหาการใช้งาน”

  • หรือการ “ขอความช่วยเหลือเพื่อแอดเป็นเพื่อน”

 

เป็นช่องทางสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนลงมือโจมตีเต็มรูปแบบในครั้งนี้

 

อี้ เหอ ขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันกระจายข่าวและเตือนกันปากต่อปาก เพื่อไม่ให้มีคนตกเป็นเหยื่อเพิ่ม พร้อมย้ำให้ทุกคน ระมัดระวังโพสต์ประเภทล่อซื้อเหรียญ/มีมคอยน์ โดยอ้างชื่อบุคคลในวงการ

 

Web2 ยังเป็นจุดอ่อนของโลกคริปโต

 

แม้กรณีนี้จะไม่ใช่การแฮ็กกระเป๋า On-chain หรือระบบของ Binance โดยตรง แต่ก็สะท้อนว่า

 

  1. ช่องโหว่ของบัญชีโซเชียล Web2 ยังเป็น “ประตูหน้า” ให้มิจฉาชีพเข้าถึงกระแส FOMO ได้ง่ายมาก

    • ผู้ใช้จำนวนมาก เชื่อโพสต์จากบัญชีที่มีชื่อเสียง โดยไม่ตรวจสอบซ้ำ

    • ยิ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของ Exchange ใหญ่ ยิ่งสร้างผลกระทบราคาได้ในเวลาอันสั้น

  2. มีมคอยน์บนเครือข่ายอย่าง BNB Chain, Ethereum ฯลฯ เป็นสนามที่อ่อนไหวต่อข่าวลือและการปั่นผ่านบุคคล

    • ปริมาณสภาพคล่องไม่สูง

    • ราคาปรับขึ้น-ลงได้แรงจากเม็ดเงินจำนวนไม่มาก

    • ทำให้รูปแบบ “ซื้อก่อน–โพสต์–ปั่นราคา–เทขาย” ยังเกิดขึ้นซ้ำได้เรื่อย ๆ

  3. สำหรับผู้ลงทุนโดยเฉพาะสายเมมคอยน์ ต้องเพิ่ม “Social Media Risk Management” เข้าไปเป็นอีกหนึ่งเช็กพอยต์ก่อนตัดสินใจซื้อ

 

เหตุการณ์เกิดหลัง Binance แต่งตั้ง Yi He เป็น co-CEO แค่หนึ่งสัปดาห์

 

เหตุการณ์นี้ยิ่งถูกจับตามองมากขึ้น เพราะเกิดขึ้น เพียงหนึ่งสัปดาห์ หลัง Binance ประกาศแต่งตั้ง อี้ เหอ เป็น co-CEO คู่กับ Richard Teng ในงาน Binance Blockchain Week ที่ดูไบ

 

  • นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้นำครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ Teng ขึ้นมารับตำแหน่งต่อจาก CZ ในเดือนพฤศจิกายน 2023 หลังเผชิญแรงกดดันด้านกำกับดูแลจากสหรัฐฯ

  • ก่อนหน้านี้ Yi He รับบทเป็น Chief Customer Service Officer และอยู่กับ Binance มาตั้งแต่ปี 2017

 

การโจมตีบัญชีโซเชียลของเธอในจังหวะนี้จึงถูกมองได้ว่าเป็น

 

  • ความพยายามใช้ “ชื่อผู้บริหารระดับสูงของ Binance” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือสุดขีดให้กับเหรียญปั่น

  • และเป็นสัญญาณเตือนว่า ผู้นำในวงการคริปโตทุกคนคือ “เป้าใหญ่” สำหรับแฮ็กเกอร์ ไม่ว่าจะเป็นบน Web2 หรือ Web3

 

อ้างอิง : theblock.co