
Binance เปิดตัวออปชันหุ้นสหรัฐฯ กว่า 1,000 ตัวและ ETF ขยายบริการ TradFi เต็มสูบ
Binance เอ็กซ์เชนจ์คริปโตรายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศเปิดตัวการเทรดออปชัน (Options สัญญาสิทธิที่ให้ผู้ถือมีสิทธิ์ซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคาที่กำหนดไว้) อ้างอิงหุ้นสหรัฐฯ และกองทุน ETF กว่า 1,000 รายการ สำหรับผู้ใช้ที่มีสิทธิ์นอกสหรัฐอเมริกา ต่อยอดจากบริการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ กว่า 7,000 ตัวที่เปิดตัวไปตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวล่าสุดในการขยายเข้าสู่ตลาดการเงินดั้งเดิม (TradFi) ของบริษัท
ออปชันแบบส่งมอบจริง ต่างจาก Perpetual Futures
จุดที่แตกต่างจาก Perpetual Futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่มีวันหมดอายุ) ที่อ้างอิงราคาหุ้นซึ่ง Binance เปิดให้เทรดอยู่แล้วคือ ออปชันชุดใหม่นี้เป็นแบบส่งมอบจริง (Physically Settled) หมายความว่าเมื่อผู้ใช้ใช้สิทธิ์ตามสัญญา จะได้รับหรือต้องส่งมอบหุ้นอ้างอิงจริง ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในบัญชีดูแลทรัพย์สินของ Alpaca Securities บริษัทที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ในนามของผู้ใช้ Binance โดยผู้ใช้รายย่อยที่มีสิทธิ์เทรดออปชันจะสามารถซื้อสัญญา Call (สิทธิซื้อ) และ Put (สิทธิขาย) ได้ โดยความเสี่ยงสูงสุดจำกัดอยู่ที่ค่าพรีเมียมที่จ่ายไปเท่านั้น
บริการนี้ให้บริการผ่าน Nest Trading Limited บริษัทนายหน้าค้าหลักทรัพย์ของ Binance ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Abu Dhabi Global Market (ADGM) โดย Nest ทำหน้าที่เป็นนายหน้าแนะนำ (Introducing Broker) ส่งคำสั่งซื้อขายไปยัง Alpaca Securities ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ เพื่อดำเนินการซื้อขาย ชำระราคา และดูแลทรัพย์สิน ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์นี้จะไม่เปิดให้บริการแก่ผู้ใช้ในสหรัฐฯ โดย Binance ระบุว่าจะทยอยเพิ่มรายชื่อหุ้นที่รองรับออปชันมากขึ้นในอนาคต
โวลุ่ม TradFi พุ่ง 15 เท่าในรอบ 8 เดือน
Binance ระบุว่าการขยายบริการครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของกิจกรรมซื้อขายผลิตภัณฑ์การเงินดั้งเดิมบนแพลตฟอร์ม โดยโวลุ่มการซื้อขาย TradFi Perpetual Futures โดยรวมแตะประมาณ 433,400 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คิดเป็นราว 15 เท่าของยอดรวมเดือนมกราคมที่ 29,500 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้ Perpetual Futures ที่อ้างอิงหุ้น (Equity-Linked Perpetuals) คิดเป็นสัดส่วนราว 79% ของยอดรวม สร้างโวลุ่มถึง 342,900 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม เทียบกับเพียง 410.9 ล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม
Shunyet Jan หัวหน้าฝ่ายเอ็กซ์เชนจ์และการเทรดของ Binance กล่าวว่า "ออปชันหุ้นถือเป็นก้าวสำคัญถัดไปในการพัฒนาของ Binance สู่การเป็นแพลตฟอร์มมัลติแอสเซทที่ครบวงจรยิ่งขึ้น การเพิ่มออปชันสำหรับหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ที่เลือกไว้ ทำให้เรามีเครื่องมือมากขึ้นสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเข้าร่วมตลาดหุ้น บริหารความเสี่ยง และเข้าถึงกลยุทธ์ที่แต่เดิมมีให้บริการผ่านโบรกเกอร์ดั้งเดิมเท่านั้น ทั้งหมดนี้ทำได้จากบัญชี Binance เพียงบัญชีเดียว"
คู่แข่งก็ไม่รอช้า
การขยายบริการของ Binance เกิดขึ้นท่ามกลางเอ็กซ์เชนจ์คริปโตรายอื่นที่เร่งขยายผลิตภัณฑ์อนุพันธ์อ้างอิงหุ้นเช่นกัน โดย Bybit เตรียมเปิดตัวออปชันซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงอ้างอิง Stock Perpetuals ในวันที่ 17 กันยายนนี้ เริ่มจากหุ้น SpaceX และ Nvidia ซึ่งต่างจากออปชันของ Binance ตรงที่สัญญาของ Bybit อ้างอิง Stock Perpetuals และชำระราคาเป็น USDT แทนการส่งมอบหุ้นจริง
ด้าน Coinbase เพิ่งเปิดตัวหุ้น Tokenized ชุด B20 บนเครือข่าย Base เมื่อสัปดาห์ก่อน ให้ผู้ใช้นอกสหรัฐฯ เข้าถึงหุ้นอย่าง Apple, Nvidia, Meta และ Alphabet แบบออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วน Kraken ก็ขยายบริการหุ้นเช่นกันในเดือนสิงหาคม เปิดให้ลูกค้ายุโรปเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ กว่า 7,000 ตัว ขณะที่ Robinhood เปิดตัว Robinhood Chain พร้อม Stock Tokens ให้ผู้ใช้ในกว่า 120 ประเทศตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ตลาดหุ้น Tokenized เติบโตแรงทั่วอุตสาหกรรม
ข้อมูลจาก RWA.xyz ระบุว่ามูลค่าหุ้น Tokenized ที่กระจายอยู่ทั่วตลาดตอนนี้อยู่ที่ราว 2,600 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากราว 346 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่โวลุ่มการโอนย้ายรายเดือนก็เพิ่มขึ้น 93% ในรอบ 30 วันที่ผ่านมา แตะ 25,100 ล้านดอลลาร์ และจำนวนผู้ถือครองก็เพิ่มขึ้นถึง 157% เป็นเกือบ 2.5 ล้านราย สะท้อนว่ากระแสการนำหุ้นดั้งเดิมเข้าสู่บล็อกเชนกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วทั้งอุตสาหกรรม
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Coinbase เปิดตัวหุ้น Tokenized บน Base เริ่มต้น Apple, Nvidia, Meta, Alphabet
👉 แคมเปญ Tokenized IPO "SpaceX" บน Binance ดูดเงินกว่า $557 ล้าน ก่อนเดบิวต์ตลาดหุ้น Nasdaq🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph, The Block
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: ต้องย้ำชัดว่าบริการออปชันหุ้นนี้เป็นของ Binance สากล ไม่เกี่ยวข้องกับ Binance TH ที่ให้บริการในไทยภายใต้ใบอนุญาตแยกต่างหาก และไม่ได้เปิดให้บริการแก่ผู้ใช้ในสหรัฐฯ ด้วย ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานตามเขตอำนาจศาลของตนเองก่อนเสมอ สิ่งที่น่าสนใจในภาพรวมคือทิศทางที่เอ็กซ์เชนจ์คริปโตรายใหญ่ทั่วโลกกำลังแข่งกันผนวกรวมตลาดหุ้นดั้งเดิมเข้ากับแพลตฟอร์มคริปโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเปลี่ยนภูมิทัศน์การลงทุนข้ามสินทรัพย์ในระยะยาว
สำหรับนักลงทุนที่สนใจ ควรทำความเข้าใจความเสี่ยงของการเทรดออปชันให้ครบถ้วนก่อนเข้าร่วม เพราะแม้ความเสี่ยงของผู้ซื้อสัญญาจะจำกัดอยู่ที่ค่าพรีเมียม แต่ตัวผลิตภัณฑ์เองยังคงมีความซับซ้อนและต้องใช้ความรู้เฉพาะทางมากกว่าการซื้อขายสินทรัพย์แบบปกติ
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com