ภาพประกอบคู่มือกฎสีน้ำเงินเข้มที่มีตราสัญลักษณ์ OCC วางคู่ป้ายตรา American Bankers Association มีแว่นขยายส่องช่องว่างในหน้ากฎ สื่อถึงข้อถกเถียงเรื่องกฎ Stablecoin
25 October 2026•ข่าว•โดย กองบรรณาธิการ Bitcoin Addict

สมาคมธนาคารสหรัฐฯ ค้านกฎ Stablecoin ของ OCC ปมผลตอบแทนทางอ้อม ขณะสมาคมบล็อกเชนหนุนว่าใกล้ตัวบทกฎหมายขึ้น

สมาคมธนาคารอเมริกัน (American Bankers Association หรือ ABA) กลุ่มล็อบบี้ของธนาคารสหรัฐฯ ออกมาค้านกฎ Stablecoin ฉบับสุดท้ายของ OCC หน่วยงานกำกับธนาคารของสหรัฐฯ ผ่านประกาศเมื่อวันพุธที่ 21 ต.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ โดยอ้างว่าการที่ OCC ตัดข้อกันการจ่ายผลตอบแทนทางอ้อมออกไป สวนทางกับเจตนาของสภาคองเกรส ขณะที่สมาคมบล็อกเชน (Blockchain Association) ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้ฝั่งอุตสาหกรรมคริปโต กลับเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงนี้ ตามรายงานของ Cointelegraph

ฝั่งธนาคารกลัวว่าผู้ออก Stablecoin (เหรียญที่ตรึงมูลค่ากับเงินดอลลาร์) จะหาทางจ่ายผลตอบแทนให้คนถือเหรียญผ่านคนกลาง เช่น กระดานเทรด จนเหรียญเหล่านี้ทำหน้าที่คล้ายบัญชีเงินฝาก ส่วนฝั่งคริปโตมองว่า OCC ทำให้กฎใกล้เคียงกับตัวบทกฎหมายมากขึ้น

OCC เปลี่ยนอะไรในกฎ Stablecoin ฉบับสุดท้าย

OCC ย่อมาจาก Office of the Comptroller of the Currency หรือสำนักงานผู้ควบคุมเงินตราสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับธนาคารระดับชาติ กฎที่เพิ่งทำเป็นฉบับสุดท้ายนี้ว่าด้วยการออกและการรับฝาก (Custody) Payment Stablecoin หรือ Stablecoin ที่ใช้เพื่อการชำระเงิน และเป็นกฎที่ใช้บังคับ GENIUS Act ซึ่งเป็นกฎหมาย Stablecoin ระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ที่ผ่านสภาคองเกรสเมื่อเดือน ก.ค. 2568

ประเด็นที่ทำให้ฝั่งธนาคารไม่พอใจ อยู่ที่บทเรื่อง Yield (ผลตอบแทนที่จ่ายให้คนถือเหรียญ) ตามรายงานของ Cointelegraph ร่างกฎเดิมของ OCC เคยมีบทที่จะตั้งข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ข้อตกลงบางแบบกับบุคคลที่สามถือว่าผิดข้อห้ามจ่าย Yield ของกฎหมาย แต่ในฉบับสุดท้าย OCC ตัดบทนี้ออกไป ข้อสันนิษฐานที่ว่านี้หมายถึงการกำหนดให้มองว่าผิดไว้ก่อน จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ผิด

สมาคมธนาคารสหรัฐฯ กังวลอะไรกับกฎ Stablecoin ของ OCC

ABA ยอมรับว่ากฎฉบับสุดท้ายของ OCC มีหลายข้อที่เป็นก้าวในทางบวก แต่ยังวิจารณ์บทที่เกี่ยวกับ Yield ของ Stablecoin และอธิบายเหตุผลไว้ในประกาศว่า

"กฎฉบับสุดท้ายตัดมาตรการป้องกันที่ OCC เสนอไว้แต่แรก ซึ่งจะใช้จัดการกับข้อตกลงทางอ้อมที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในเครือ กระดานเทรด และพันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายรายอื่น ผลก็คือผู้ออก Payment Stablecoin สามารถให้ผลตอบแทนที่มีผลทางเศรษฐกิจเทียบเท่ากันได้ ขณะที่ในทางเทคนิคเลี่ยงข้อห้ามตามกฎหมายไปได้ OCC ยังปฏิเสธที่จะใช้ข้อสันนิษฐานที่กว้างกว่า กับข้อตกลงที่ออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยงข้อห้าม"

American Bankers Association ประกาศเมื่อ 21 ต.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ ผ่าน Cointelegraph ต้นฉบับ "The final rule removes the OCC's originally proposed safeguards that would have addressed indirect arrangements involving affiliates, exchanges and other distribution partners," / "As a result, payment stablecoin issuers can provide economically equivalent yield while technically avoiding the statutory prohibition. The OCC also declined to adopt a broader presumption against arrangements designed to circumvent the ban."

ABA ระบุต่อว่าช่องโหว่เหล่านี้กระทบถึงเงินที่ธนาคารใช้ปล่อยกู้ด้วย

"ช่องโหว่เหล่านี้เสี่ยงจะบั่นทอนเส้นแบ่งที่สภาคองเกรสขีดไว้ระหว่าง Payment Stablecoin กับเงินฝากธนาคารแบบดั้งเดิม และคุกคามเงินทุนที่ธนาคารใช้ปล่อยกู้ ซึ่งเป็นแรงขับเศรษฐกิจสหรัฐฯ"

American Bankers Association ประกาศเมื่อ 21 ต.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ ผ่าน Cointelegraph ต้นฉบับ "Those gaps risk undermining the distinction Congress drew between payment stablecoins and traditional bank deposits, threatening the funds banks use to make the loans that drive the US economy."

อีกเสียงจากฝั่งธนาคารคือ Bank Policy Institute (BPI) กลุ่มล็อบบี้ของอุตสาหกรรมธนาคารอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่ง Cointelegraph รายงานว่าส่วนใหญ่เห็นไปทางเดียวกับ ABA โดย BPI มองว่าการตัดข้อสันนิษฐานเรื่อง Yield ทำให้ระบบธนาคารเสี่ยงต่อภาวะเงินฝากไหลออก (Deposit Flight) คือภาวะที่ลูกค้าถอนเงินฝากจากธนาคารไปไว้ที่อื่น ซึ่ง ABA ระบุว่ากระทบเงินทุนที่ธนาคารใช้ปล่อยกู้

"การตัดสินใจละข้อสันนิษฐานเรื่อง Yield ทำให้ความชัดเจนกลายเป็นความคลุมเครือ และทำให้ระบบธนาคารกับลูกค้าเสี่ยงต่อภาวะเงินฝากไหลออก"

Bank Policy Institute ผ่าน Cointelegraph 22 ต.ค. ต้นฉบับ "the decision to omit the yield presumption replaces clarity with ambiguity and puts the banking system and its customers at risk of deposit flight."

ฝั่งคริปโตมองกฎ Stablecoin ของ OCC ต่างออกไปอย่างไร

คนละมุมกับฝั่งธนาคาร Cointelegraph รายงานว่าสมาคมบล็อกเชนเห็นด้วยกับการเปลี่ยนบทข้อห้ามเรื่อง Yield โดยให้เหตุผลว่า OCC ทำให้กฎฉบับสุดท้ายสอดคล้องกับตัวบทกฎหมายมากขึ้น

"(OCC) ทำให้กฎฉบับสุดท้ายสอดคล้องกับตัวบทกฎหมายมากขึ้น"

Blockchain Association ผ่าน Cointelegraph 22 ต.ค. ต้นฉบับ "[brought] the final rule more closely in line with the statutory text."

ข้อสังเกตคือ ทั้งสองฝั่งพูดถึงเจตนาของกฎหมายฉบับเดียวกัน ABA อ้างว่าการตีความของ OCC สวนเจตนาของสภาคองเกรส ส่วนสมาคมบล็อกเชนอ้างว่ากฎใหม่ใกล้ตัวบทกว่าเดิม ส่วนรายงานของ Cointelegraph ไม่ได้ระบุคำชี้แจงจาก OCC ต่อคำวิจารณ์ของ ABA

ทำไมเรื่องรางวัล Stablecoin ถึงเถียงกันไม่จบ

ตามรายงานของ Cointelegraph รางวัลที่จ่ายให้คนถือ Stablecoin เป็นหนึ่งในประเด็นหลักที่ฝ่ายนิติบัญญัติและกลุ่มผลประโยชน์ถกกันทั้งก่อนและหลัง GENIUS Act ผ่านสภาคองเกรสเมื่อเดือน ก.ค. 2568 และยังเป็นประเด็นที่ฝ่ายต่างๆ จับตาในการหารือร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act หรือ CLARITY Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายวางโครงสร้างตลาดคริปโตของสหรัฐฯ ร่างนี้ยังค้างอยู่ หลังการลงมติขั้นตอนในวุฒิสภาไม่ผ่านเมื่อเดือนที่แล้ว ก่อนหน้านี้ Cointelegraph ก็เคยรายงานว่า ABA และกลุ่มธนาคารระดับรัฐ ค้านบทเรื่องผลตอบแทน Stablecoin ใน CLARITY Act มาแล้ว

หากดูจากคำพูดในประกาศของ ABA เหตุผลของฝั่งธนาคารคือ ถ้า Stablecoin ให้ผลตอบแทนที่เทียบเท่าดอกเบี้ยได้ เส้นแบ่งระหว่าง Stablecoin กับเงินฝากธนาคารจะเลือนไป และเงินฝากที่ธนาคารใช้ปล่อยกู้อาจย้ายออกไป

กฎ Stablecoin สหรัฐฯ รอบนี้กระทบคนถือ Stablecoin ในไทยอย่างไร

กฎฉบับนี้เป็นกฎของหน่วยงานสหรัฐฯ ที่ใช้บังคับ GENIUS Act กับผู้ออก Payment Stablecoin ที่อยู่ใต้การกำกับของ OCC ไม่ใช่กฎที่บังคับกับผู้ใช้ในไทยโดยตรง คนไทยที่ถือ Stablecoin จึงยังไม่ต้องทำอะไรจากข่าวนี้ แต่ประเด็นที่ถกกันนี้เกี่ยวกับช่องทางที่คนทั่วไปอาจได้รับรางวัล Stablecoin โดยตรง เพราะ ABA ระบุชัดว่าข้อตกลงทางอ้อมที่กังวล คือข้อตกลงผ่านบริษัทในเครือ กระดานเทรด และพันธมิตรด้านการจัดจำหน่าย

สิ่งที่คนถือ Stablecoin ควรรู้คือ ภาพของกฎยังไม่จบ กฎของ OCC ออกมาก่อนที่ GENIUS Act จะเริ่มบังคับใช้ในเดือน ม.ค. 2570 และหน่วยงานอื่นยังจะออกกฎของตัวเองตามมา เงื่อนไขของรางวัล Stablecoin ที่ผู้ออกเหรียญสหรัฐฯ ทำร่วมกับคนกลางจึงยังเปลี่ยนได้ อีกจุดที่ควรรู้คือ ABA อ้างถึงเส้นแบ่งที่สภาคองเกรสขีดไว้ระหว่าง Payment Stablecoin กับเงินฝากธนาคารแบบดั้งเดิม คนที่ได้รางวัลจากการถือ Stablecoin ผ่านกระดานเทรดจึงควรแยกให้ออกว่านี่ไม่ใช่บัญชีเงินฝากธนาคาร

ต่อไปต้องดูอะไร และสิ่งที่ยังไม่รู้

Cointelegraph รายงานว่าหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ อื่นคาดว่าจะออกกฎตาม GENIUS Act ในส่วนที่ตัวเองกำกับดูแล Stablecoin ด้วย รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (Treasury) จุดที่ต้องดูต่อจึงมีสามเรื่อง

  • กฎของ Fed และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะเขียนเรื่อง Yield ทางอ้อมเข้มกว่าหรือหลวมกว่า OCC
  • ร่าง CLARITY Act ที่ยังค้างในวุฒิสภา จะกลับมาพร้อมบทเรื่องผลตอบแทน Stablecoin แบบไหน
  • GENIUS Act เริ่มบังคับใช้จริงในเดือน ม.ค. 2570

สิ่งที่ยังไม่รู้คือ OCC จะตอบคำวิจารณ์ของ ABA และ BPI อย่างไร และผู้ออก Stablecoin รายใดจะปรับวิธีจ่ายรางวัลหลังกฎนี้

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

👉 วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ทวงเอกสาร Tether ปมจ่าย 6.3 ล้านดอลลาร์ให้บริษัทอดีตที่ปรึกษาทรัมป์ Tether ว่าไม่พบความผิด

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (22 ต.ค. 2569)

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

ข่าวนี้เป็นการชิงคำนิยามว่ารางวัลจาก Stablecoin เป็นแค่สิทธิประโยชน์ของแพลตฟอร์ม หรือเป็นดอกเบี้ยเงินฝากที่แต่งตัวใหม่ คำตอบของสหรัฐฯ จะกำหนดว่า Stablecoin ดอลลาร์ที่คนทั่วโลกรวมถึงคนไทยถืออยู่ จะเป็นแค่เงินสำหรับชำระเงิน หรือเป็นคู่แข่งของบัญชีเงินฝากธนาคาร ตอนนี้ OCC ตัดข้อสันนิษฐานออกไปแล้ว แต่ยังมี Fed และกระทรวงการคลังที่คาดว่าจะออกกฎตามมา เรื่องนี้จึงยังไม่จบที่ OCC

ภาพปก: ภาพประกอบสร้างด้วย AI ร่วมกับตราสัญลักษณ์ OCC และ American Bankers Association

รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าว กฎหมาย-กำกับดูแล ทั้งหมด →